← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การเจาะกะโหลกศีรษะ ประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการทางการแพทย์

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นการผ่าตัดที่เก่าแก่ที่สุดอย่างหนึ่งของโลก โดยมีหลักฐานย้อนไปถึง 7,000-10,000 ปี
  • ในยุคโบราณใช้ทั้งเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บทางกาย (เช่น กะโหลกแตก) และเพื่อเหตุผลทางความเชื่อ (เช่น ขับไล่วิญญาณชั่วร้าย)
  • เครื่องมือโบราณทำจากหิน ออบซิเดียน และสำริด ก่อนจะพัฒนาเป็นเครื่องมือโลหะที่แม่นยำในปัจจุบัน
  • ในปัจจุบัน คำว่า Trephine ถูกนำมาใช้ในการผ่าตัดกระจกตาและการระบายเลือดใต้เล็บ

การเจาะกะโหลกศีรษะ (Trepanning หรือ Trepanation) คือหัตถการทางศัลยกรรมที่มีการเจาะหรือขูดกระดูกกะโหลกศีรษะของมนุษย์ให้เป็นรู เพื่อให้สามารถเข้าถึงเยื่อหุ้มสมองชั้นนอก (Dura mater) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาโรคภายในกะโหลกศีรษะ หรือเพื่อระบายเลือดที่สะสมจากอาการบาดเจ็บ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนการผ่าตัดที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

วัตถุประสงค์และข้อบ่งชี้ในการทำ

ในอดีต การเจาะกะโหลกถูกนำมาใช้ด้วยเหตุผลที่หลากหลาย ทั้งในเชิงการแพทย์และความเชื่อทางจิตวิญญาณ:

  • เหตุผลทางจิตวิญญาณและความเชื่อ: ในบางสังคมโบราณ เชื่อว่าการเจาะรูที่กะโหลกจะช่วยปลดปล่อย "วิญญาณชั่วร้าย" ที่ทำให้บุคคลนั้นมีพฤติกรรมผิดปกติหรือมีอาการทางจิต
  • การรักษาอาการป่วย: มีหลักฐานว่าถูกนำมาใช้เพื่อรักษาโรคลมบ้าหมู (Epilepsy), อาการปวดศีรษะรุนแรง และความผิดปกติทางจิต
  • ศัลยกรรมฉุกเฉินในยุคโบราณ: ใช้เพื่อนำเศษกระดูกที่แตกหักออกจากกะโหลกศีรษะหลังเกิดอุบัติเหตุ เช่น การถูกตีด้วยกระบองหรือหอก เพื่อทำความสะอาดเลือดที่คั่งอยู่ใต้กะโหลกศีรษะและลดความดัน
เครื่องมือเจาะกะโหลกโบราณ
ตัวอย่างเครื่องมือและหลักฐานทางโบราณคดีที่เกี่ยวข้องกับการเจาะกะโหลกในสมัยโบราณ

หลักฐานทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์

หลักฐานการเจาะกะโหลกปรากฏให้เห็นทั่วโลกตั้งแต่ยุคหินใหม่ (Neolithic) โดยพบกะโหลกที่มีร่องรอยการเจาะในหลายภูมิภาค เช่น ยุโรปกลาง ไซบีเรีย จีน และทวีปอเมริกา

ยุคก่อนประวัติศาสตร์

การเจาะกะโหลกมีอายุย้อนไปถึง 7,000–10,000 ปี โดยในยุคหินใหม่พบว่ามีการปฏิบัติอย่างแพร่หลาย ในฝรั่งเศสมีการขุดพบหลุมฝังศพที่ระบุวันที่ประมาณ 6,500 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งพบกะโหลก 40 จาก 120 ชิ้นมีรอยเจาะ โดยมีอัตราการรอดชีวิตในขณะนั้นอยู่ที่ประมาณ 40% นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการเจาะกะโหลกในวัวที่ฝรั่งเศสช่วง 3,400–3,000 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งอาจเป็นตัวอย่างแรกๆ ของศัลยกรรมสัตว์หรือการทดลองทางการแพทย์

เครื่องมือที่ใช้

ในยุคแรก "หมอยา" หรือผู้ประกอบพิธีกรรมจะใช้เครื่องมือที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น หิน, ออบซิเดียน (Obsidian), สำริด หรือกระดูกสัตว์ นำมาเหลาให้คมเพื่อใช้ขูดหรือเจาะกระดูกกะโหลก

การประยุกต์ใช้ในบริบทอื่นและการแพทย์สมัยใหม่

คำว่า Trephine ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเจาะกะโหลกศีรษะ แต่ยังถูกนำมาใช้ในหัตถการอื่นๆ เช่น:

  • จักษุวิทยา: การใช้เครื่องมือ Trephine ในการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาเพื่อตัดชิ้นส่วนกระจกตาเป็นวงกลม
  • ศัลยกรรมเล็บ: การเจาะรูเล็กๆ ผ่านเล็บมือหรือเล็บเท้าเพื่อระบายเลือดที่คั่งอยู่ใต้เล็บ (Subungual hematoma) เพื่อลดความดันและความเจ็บปวด
  • ศัลยกรรมช่องท้อง: การตัดผิวหนังช่องท้องเป็นวงกลมเพื่อทำทวารเทียม (Stoma) ซึ่งเรียกตามลักษณะการตัดที่เป็นวงกลมคล้ายกับการเจาะกะโหลก

คำถามที่พบบ่อย

การเจาะกะโหลกในสมัยโบราณทำเพื่ออะไร?

ทำเพื่อหลายวัตถุประสงค์ ทั้งการรักษาอาการบาดเจ็บจากสงครามหรืออุบัติเหตุเพื่อนำเศษกระดูกออกและลดความดันในสมอง รวมถึงความเชื่อทางจิตวิญญาณเพื่อรักษาโรคทางจิตหรือขับไล่วิญญาณชั่วร้าย

คนในสมัยโบราณรอดชีวิตจากการเจาะกะโหลกหรือไม่?

มีหลักฐานว่าบางส่วนรอดชีวิต โดยพิจารณาจากร่องรอยการสมานตัวของกระดูกรอบๆ รูที่เจาะ อย่างไรก็ตาม อัตราการรอดชีวิตในบางพื้นที่ เช่น ฝรั่งเศสยุคหินใหม่ พบว่าอยู่ที่ประมาณ 40%

ในปัจจุบันยังมีการเจาะกะโหลกอยู่หรือไม่?

มีการทำในรูปแบบของศัลยกรรมประสาทสมัยใหม่ (Craniotomy) เพื่อลดความดันในกะโหลกศีรษะหรือรักษาโรคทางสมอง แต่ใช้เครื่องมือและเทคนิคที่ปลอดเชื้อและแม่นยำกว่าในอดีตมาก

Trephine คืออะไร?

คือเครื่องมือที่ใช้สำหรับตัดกระดูกหรือเนื้อเยื่อให้เป็นวงกลม ซึ่งปัจจุบันใช้ทั้งในการผ่าตัดสมอง การปลูกถ่ายกระจกตา และการรักษาเล็บที่บาดเจ็บ