รัฐตรูฮีโย ประเทศเวเนซุเอลา
สรุปใจความสำคัญ
- เมืองตรูฮีโยได้รับฉายาว่า 'เมืองเคลื่อนที่' เนื่องจากมีการย้ายที่ตั้งเมืองหลายครั้งในช่วงแรกของการก่อตั้ง
- เป็นสถานที่ลงนามใน 'กฤษฎีกาสงครามถึงแก่ความตาย' โดยซิมอน โบลิวาร์ ในปี ค.ศ. 1813
- มีเมืองหลวงคือเมืองตรูฮีโย และเมืองที่ใหญ่ที่สุดคือเมืองวาเลรา
- จัดตั้งเป็นรัฐในรูปแบบปัจจุบันและประกาศใช้รัฐธรรมนูญในปี ค.ศ. 1899
รัฐตรูฮีโย (ภาษาสเปน: Estado Trujillo) เป็นหนึ่งใน 23 รัฐของประเทศเวเนซุเอลา มีเมืองหลวงชื่อว่าเมืองตรูฮีโย (Trujillo) และมีเมืองที่ใหญ่ที่สุดคือเมืองวาเลรา (Valera) รัฐนี้มีการแบ่งการปกครองออกเป็น 20 เทศบาล และ 93 ตำบล มีพื้นที่รวมประมาณ 7,198 ตารางกิโลเมตร โดยจากการสำรวจสำมะโนประชากรในปี พ.ศ. 2554 พบว่ามีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 686,367 คน


ประวัติศาสตร์
ยุคอาณานิคมสเปน
เมืองตรูฮีโยถูกก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 1500 (ค.ศ. 1557) โดยดิเอโก การ์เซีย เด ปาเรเดส (Diego García de Paredes) กัปตันและผู้พิชิตชาวสเปน ซึ่งตั้งชื่อเมืองตามบ้านเกิดของเขาในแคว้นเอ็กซ์เตรมาดูรา ประเทศสเปน อย่างไรก็ตาม การตั้งถิ่นฐานในช่วงแรกประสบปัญหาจากความขัดแย้งกับชาวอินเดียนเผ่ากูอิกัส (Kuikas) และภัยธรรมชาติ ทำให้ต้องมีการย้ายที่ตั้งเมืองหลายครั้ง จนกระทั่งวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 1513 (ค.ศ. 1570) เมืองจึงถูกตั้งรกรากอย่างถาวรในชื่อชั่วคราวว่า Trujillo de Nuestra Señora de la Paz
เนื่องจากการต้องย้ายที่ตั้งเมืองบ่อยครั้งจากการต่อต้านอย่างรุนแรงของชนพื้นเมืองที่ปกป้องดินแดนของตน เมืองตรูฮีโยจึงได้รับฉายาว่า "เมืองเคลื่อนที่" (Portable City)
ในเวลาต่อมา พื้นที่นี้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองหลายครั้ง โดยเคยเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดเมริดาเดลเอสปิริตูซานโตแห่งมาราไกโบ (Province of Mérida del Espíritu Santo of Maracaibo) และถูกโจมตีโดยโจรสลัดชาวฝรั่งเศส มิเชล เด กรองมงต์ (Michel de Grandmont) ในปี พ.ศ. 2219 (ค.ศ. 1677) จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2320 (ค.ศ. 1777) พระเจ้าคาร์ลอสที่ 3 แห่งสเปน ได้ทรงสถาปนา กัปตันเจเนอรัลแห่งเวเนซุเอลา (Captaincy General of Venezuela) ขึ้น ทำให้จังหวัดต่าง ๆ รวมถึงตรูฮีโยเข้ามาอยู่ภายใต้การปกครองนี้
ศตวรรษที่ 19 และ 20
ในปี พ.ศ. 2353 (ค.ศ. 1810) เมืองและเขตตรูฮีโยได้แยกตัวออกจากจังหวัดมาราไกโบเพื่อจัดตั้งเป็นจังหวัดใหม่ และได้ร่วมลงนามในคำประกาศอิสรภาพของเวเนซุเอลาในปี พ.ศ. 2354 (ค.ศ. 1811)
รัฐตรูฮีโยมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในสงครามประกาศอิสรภาพ โดยเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2356 (ค.ศ. 1813) ซิมอน โบลิวาร์ (Simón Bolívar) ได้ลงนามใน "กฤษฎีกาสงครามถึงแก่ความตาย" (Decree of War to Death) ณ เมืองตรูฮีโย เพื่อต่อสู้กับชาวสเปนและชาวคานารีจนกว่าจะได้รับอิสรภาพ นอกจากนี้ ในวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2363 (ค.ศ. 1820) โบลิวาร์และกัปตันเจเนอรัล ปาโบล โมริโย (Pablo Morillo) ได้ลงนามในสนธิสัญญาพักรบ ณ เมืองซานตา อานา เด ตรูฮีโย ซึ่งเป็นการยกเลิกสงครามถึงแก่ความตายอย่างเป็นทางการ

หลังจากการแยกตัวของเวเนซุเอลาออกจากแกรนโคลอมเบียในปี พ.ศ. 2373 (ค.ศ. 1830) รัฐตรูฮีโยได้รับการสถาปนาขึ้นในปี พ.ศ. 2406 (ค.ศ. 1863) และมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการปกครองหลายครั้ง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2442 (ค.ศ. 1898) ได้มีการจัดระเบียบใหม่เป็นรัฐตรูฮีโยและประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในปี พ.ศ. 2443 (ค.ศ. 1899) ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน
ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 การขนส่งทางรถไฟสาย La Ceiba-Sabana de Mendoza มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ความสำคัญเริ่มลดลงในปี พ.ศ. 2468 (ค.ศ. 1925) เมื่อมีการเปิดใช้ทางหลวง Trasandina และการผลิตกาแฟในเวเนซุเอลาลดลง
ภูมิศาสตร์และเมืองสำคัญ
รัฐตรูฮีโยมีลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลาย โดยมีเมืองสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวคือ เมืองโบโคโน (Boconó) และเมืองวาเลรา (Valera) ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและประชากรของรัฐ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมเมืองตรูฮีโยถึงถูกเรียกว่า 'เมืองเคลื่อนที่'?
เพราะในช่วงแรกของการก่อตั้งเมืองโดยชาวสเปน มีการย้ายที่ตั้งเมืองหลายครั้งเนื่องจากการต่อต้านอย่างรุนแรงจากชาวอินเดียนเผ่ากูอิกัส (Kuikas) และปัญหาจากภัยธรรมชาติ
บทบาทของรัฐตรูฮีโยในสงครามประกาศอิสรภาพเวเนซุเอลาคืออะไร?
เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ซิมอน โบลิวาร์ ลงนามในกฤษฎีกาสงครามถึงแก่ความตาย (Decree of War to Death) ในปี ค.ศ. 1813 และเป็นสถานที่ลงนามสนธิสัญญาพักรบในปี ค.ศ. 1820
เมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐตรูฮีโยคือเมืองอะไร?
เมืองที่ใหญ่ที่สุดคือเมืองวาเลรา (Valera) ในขณะที่เมืองหลวงของรัฐคือเมืองตรูฮีโย (Trujillo)