Tsinghua Unigroup ยักษ์ใหญ่เซมิคอนดักเตอร์จีนกับการปรับโครงสร้าง
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งในปี 1988 โดยมีความเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยชิงหัวในปักกิ่ง
- เป็นบริษัทแม่ของ UNISOC ซึ่งเป็นผู้ออกแบบชิปมือถือรายใหญ่ที่สุดของจีน
- เผชิญวิกฤตหนี้สินรุนแรงในปี 2020-2021 จนนำไปสู่การปรับโครงสร้างความเป็นเจ้าของในปี 2022
- YMTC ถูกแยกตัวออกมาเพื่อให้รัฐบาลท้องถิ่นดูแลเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการล้มละลาย
Tsinghua Unigroup Co., Ltd. เป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจด้านเทคโนโลยีและผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของจีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจัดหาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและบริการทั้งในตลาดภายในประเทศและระดับโลก โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงปักกิ่ง และถือเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

ภาพรวมและโครงสร้างบริษัท
Tsinghua Unigroup มีบริษัทในเครือที่สำคัญหลายแห่ง ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบชิปไปจนถึงอุปกรณ์เครือข่าย ได้แก่:
- UNISOC: ผู้ออกแบบชิปโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดของจีน (เกิดจากการรวมตัวของ Spreadtrum และ RDA Microelectronics)
- New H3C Technologies: บริษัทด้านเครือข่ายข้อมูล (ร่วมทุนกับ Hewlett Packard Enterprise)
- Guoxin Micro: เน้นการพัฒนาไมโครโปรเซสเซอร์
- UniCloud Technology Co: ให้บริการด้านคลาวด์
- Unisplendour: ให้บริการด้านไอทีและซอฟต์แวร์
- Linxens: บริษัทจากฝรั่งเศสที่เชี่ยวชาญด้านไมโครคอนเนคเตอร์สำหรับสมาร์ทการ์ดและ RFID
ประวัติและการเติบโต
บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 1988 ในฐานะบริษัทแยกตัวจาก Tsinghua Holdings ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University) ในปักกิ่ง เดิมใช้ชื่อว่า Tsinghua University Sci-Tech General Company ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Tsinghua Unigroup ในปี 1993
การขยายอาณาจักรผ่านการควบรวมกิจการ
ในช่วงปี 2013-2015 Tsinghua Unigroup ได้รุกหนักในการเข้าซื้อกิจการเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เช่น การเข้าซื้อ Spreadtrum และ RDA Microelectronics ซึ่งต่อมาได้รวมกันเป็น UNISOC โดยมี Intel เข้ามาถือหุ้น 20% นอกจากนี้ยังได้เข้าซื้อหุ้น 51% ใน H3C Technologies และพยายามเข้าซื้อ Micron ในปี 2015 ด้วยมูลค่าสูงถึง 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าดีลบางอย่างจะถูกระงับโดยคณะกรรมการการลงทุนต่างประเทศของสหรัฐฯ (CFIUS)
การพัฒนาหน่วยความจำและโรงงานผลิต
ในปี 2016 บริษัทได้ก่อตั้ง Yangtze Memory Technologies (YMTC) เพื่อเป็นบริษัทลูกด้านหน่วยความจำแบบ IDM และมีแผนสร้างโรงงานผลิตชิปหน่วยความจำในเมืองหนานจิงและเฉิงตู รวมถึงการลงทุนใน Lattice Semiconductor ของสหรัฐฯ
วิกฤตทางการเงินและการปรับโครงสร้าง
แม้จะมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ Tsinghua Unigroup ต้องเผชิญกับปัญหาหนี้สินมหาศาล โดยในเดือนพฤศจิกายน 2020 บริษัทได้ผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรมูลค่า 198 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำไปสู่การลดอันดับความน่าเชื่อถือทางเครดิต
ในปี 2021 มีรายงานว่าบริษัทมีหนี้สินสูงถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่มีสินทรัพย์เพียง 8 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ต้องยกเลิกแผนการสร้างโรงงานผลิตชิป DRAM และ 3D NAND flash ในฉงชิ่งและเฉิงตู
การเปลี่ยนผ่านสู่เจ้าของใหม่
ในปี 2022 Beijing Zhiguangxin Holding ได้เข้ามาเป็นเจ้าของ Tsinghua Unigroup โดยมีกองทุนรัฐวิสาหกิจของมณฑลอันฮุยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด ในขณะที่ YMTC ถูกแยกตัวออกมาเพื่อให้รัฐบาลมณฑลหูเป่ยดูแล เพื่อป้องกันผลกระทบจากการล้มละลายของบริษัทแม่
คำถามที่พบบ่อย
Tsinghua Unigroup ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร?
เป็นกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีของรัฐบาลจีนที่เน้นการผลิตเซมิคอนดักเตอร์, ออกแบบชิป, จัดหาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล, อุปกรณ์เครือข่าย และบริการคลาวด์
UNISOC คืออะไรและเกี่ยวข้องกับ Tsinghua Unigroup อย่างไร?
UNISOC เป็นบริษัทลูกของ Tsinghua Unigroup และเป็นผู้ออกแบบชิปโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดของจีน เกิดจากการควบรวม Spreadtrum และ RDA Microelectronics
ทำไม Tsinghua Unigroup ถึงประสบปัญหาทางการเงิน?
เนื่องจากการขยายธุรกิจผ่านการเข้าซื้อกิจการจำนวนมากด้วยเงินกู้ ทำให้มีภาระหนี้สินสูงถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จนนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้และการปรับโครงสร้างบริษัท