Type C Videotape มาตรฐานการบันทึกวิดีโอระดับมืออาชีพในอดีต
สรุปใจความสำคัญ
- พัฒนาโดย Ampex และ Sony ในปี 1976 เพื่อใช้ในระดับมืออาชีพ
- ใช้เทปขนาด 1 นิ้ว และใช้ระบบ Helical Scan แบบ Omega Wrap
- รองรับฟังก์ชัน trick-play เช่น slow motion และ shuttle ซึ่งระบบ Quad แบบเดิมทำไม่ได้
- เป็นมาตรฐานหลักในสตูดิโอโทรทัศน์เป็นเวลาเกือบ 20 ปี
1-inch Type C Helical Scan หรือ SMPTE C คือรูปแบบการบันทึกวิดีโอแบบรีลต่อรีล (reel-to-reel) แบบอนาล็อกที่พัฒนาขึ้นร่วมกันโดย Ampex และ Sony ในปี 1976 เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมวิดีโอระดับมืออาชีพและการแพร่ภาพกระจายเสียง โดยใช้เทปขนาด 1 นิ้ว (25 มม.) ซึ่งเข้ามาแทนที่รูปแบบ 2-inch quadruplex ที่มีขนาดใหญ่และใช้งานยากกว่า

รายละเอียดทางเทคนิค
เมื่อเทียบกับระบบ Quad, Type C มีขนาดที่เล็กลง ใช้งานง่ายขึ้น และมีคุณภาพวิดีโอที่สูงขึ้นเล็กน้อย ความสามารถที่โดดเด่นคือฟังก์ชัน "trick-play" เช่น การหยุดภาพนิ่ง (still), การกรอเร็ว (shuttle) และการเล่นกลับด้วยความเร็วที่ปรับเปลี่ยนได้ รวมถึงการเล่นภาพช้า (slow motion) ซึ่งเครื่อง 2-inch quadruplex ไม่สามารถทำได้
คุณภาพและประสิทธิภาพ
Type C บันทึกวิดีโอแบบ composite video ที่มีคุณภาพสูงกว่ารูปแบบ color-under เช่น U-matic และมีคุณภาพใกล้เคียงกับรูปแบบ analog component เช่น Betacam และ MII อย่างไรก็ตาม Type C มีความเสถียรและเชื่อถือได้มากกว่าในทางปฏิบัติ เนื่องจากระบบการแพร่ภาพกระจายเสียงในขณะนั้นใช้สัญญาณ composite signal
- ความละเอียด: ประมาณ 300 เส้น
- แบนด์วิดท์: 5 MHz (สำหรับ PAL) และ 4.2 MHz (สำหรับ NTSC)
- ความเร็วในการเขียน: 25.6 เมตรต่อวินาที (NTSC) และ 21.39 เมตรต่อวินาที (PAL)
ระบบการทำงานของเทป
เครื่อง VTR ของ Type C สามารถบันทึกฟิลด์วิดีโอหนึ่งฟิลด์ได้อย่างสมบูรณ์ในหนึ่งรอบการหมุนของดรัม โดยใช้หัวอ่านเขียนเพียงหัวเดียว ซึ่งทำให้รูปแบบนี้มีประโยชน์อย่างมากในงานแอนิเมชันคอมพิวเตอร์และการสร้างภาพนิ่งโดยไม่ต้องใช้ frame stores หรือ buffers
เทปจะถูกพันรอบดรัมในลักษณะที่เรียกว่า "omega wrap" ซึ่งพันรอบดรัมเพียง 346 องศา ทำให้ช่วงว่างของการแพร่ภาพ (vertical blanking interval) สูญหายไป ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขโดยการใช้ระบบ "1 1/2 head" ซึ่งมีหัวอ่านเขียนสำรองเพื่ออ่านแถบแคบๆ ของ vertical blanking interval ในขณะที่หัวหลักไม่สามารถอ่านได้
การใช้งานในอุตสาหกรรม
เทป 1 นิ้วได้รับความนิยมอย่างมากในการผลิตรายการโทรทัศน์ รวมถึงการถ่ายทอดสดนอกสถานที่ (Outside Broadcasts) ซึ่งใช้สำหรับการทำ instant replays และการสร้างชื่อรายการ เนื่องจากเครื่องมีขนาดเล็กลงและเชื่อถือได้มากกว่ารุ่นก่อนหน้า ทำให้ทีมงานสามารถขนย้ายเครื่องหลายเครื่องไปใช้งานนอกสถานที่เพื่อการตัดต่อที่ซับซ้อนได้
คุณภาพและความเชื่อถือได้ของ Type C ทำให้มันเป็นมาตรฐานหลักในสตูดิโอโทรทัศน์เป็นเวลาเกือบ 20 ปี ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรูปแบบวิดีโอแคสเซ็ทดิจิทัล เช่น Digital Betacam, DVCAM และ DVCPRO นอกจากนี้ยังถูกนำมาใช้ในการมาสเตอร์ริ่ง LaserDisc ในยุคแรกๆ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรูปแบบ D-2 ในช่วงปลายทศวรรษ 1980
รุ่นของเครื่องบันทึกวิดีโอ (VTR)
| ผู้ผลิต | รุ่นที่สำคัญ |
|---|---|
| Ampex | VPR-1, VPR-2, VPR-20 (Portable), VPR-80, VPR-6, XVR-80 |
| Sony | BVH-1000, BVH-1100, BVH-500 (Portable), BVH-2000, BVH-3000 |
| Marconi | SMPTE C compatible models (เช่น MR2) |
คำถามที่พบบ่อย
Type C Videotape คืออะไร?
คือรูปแบบการบันทึกวิดีโออนาล็อกแบบรีลต่อรีลขนาด 1 นิ้ว ที่พัฒนาโดย Ampex และ Sony เพื่อใช้ในงานโทรทัศน์ระดับมืออาชีพ
Type C แตกต่างจากระบบ 2-inch Quadruplex อย่างไร?
Type C มีขนาดเครื่องที่เล็กลง ใช้งานง่ายกว่า และรองรับฟังก์ชันการเล่นภาพช้า (slow motion) และการหยุดภาพนิ่ง ซึ่งระบบ Quad ไม่สามารถทำได้
ทำไม Type C ถึงถูกแทนที่ด้วยรูปแบบอื่น?
เนื่องจากการมาถึงของเทคโนโลยีวิดีโอแคสเซ็ทดิจิทัล (Digital Videocassette) เช่น Digital Betacam และ DVCAM ที่มีความสะดวกและเชื่อถือได้มากกว่า