นโยบายสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตรของกระทรวงมหาดไทยสหราชอาณาจักร
สรุปใจความสำคัญ
- ประกาศใช้ในปี 2012 ภายใต้การนำของเทเรซา เมย์ เพื่อกดดันให้ผู้อพยพผิดกฎหมายออกจากสหราชอาณาจักร
- ขยายการตรวจสอบสิทธิพำนักไปยังภาคเอกชน เช่น ธนาคาร เจ้าของบ้านเช่า และระบบสาธารณสุข (NHS)
- นำไปสู่กรณีอื้อฉาว Windrush ที่มีการส่งกลับพลเมืองเครือจักรภพที่มีสิทธิพำนักถูกต้องแต่ขาดเอกสารยืนยัน
- ถูกวิจารณ์โดยสหประชาชาติว่าส่งเสริมการเกลียดชังชาวต่างชาติและละเมิดสิทธิมนุษยชน
นโยบายสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตร (Hostile Environment policy) คือชุดมาตรการทางบริหารและกฎหมายของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ที่ออกแบบมาเพื่อให้การพำนักในประเทศเป็นเรื่องยากที่สุดสำหรับบุคคลที่ไม่มีสิทธิพำนักอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้บุคคลเหล่านี้ตัดสินใจ "เดินทางกลับประเทศโดยสมัครใจ"
นโยบายนี้ถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการในปี 2012 ภายใต้รัฐบาลผสมระหว่างพรรคอนุรักษนิยมและพรรคเสรีประชาธิปไตย โดยถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ในการลดจำนวนผู้อพยพเข้าสู่สหราชอาณาจักรให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ระบุไว้ในคำแถลงนโยบายการเลือกตั้งปี 2010 ของพรรคอนุรักษนิยม

ที่มาของคำศัพท์
คำว่า "สภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตร" ถูกนำมาใช้โดย เทเรซา เมย์ (Theresa May) ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (Home Secretary) ในปี 2012 โดยเธอกล่าวว่า "เป้าหมายคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตรอย่างแท้จริงสำหรับผู้อพยพผิดกฎหมายในอังกฤษ" อย่างไรก็ตาม มีการบันทึกว่า เลียม เบิร์น (Liam Byrne) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองจากพรรคแรงงาน เคยใช้คำว่า "สภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตร" มาก่อนแล้วในปี 2007 ในเอกสารการปรึกษาหารือเพื่อสร้างความยากลำบากแก่ผู้ที่พำนักในประเทศอย่างผิดกฎหมาย
รายละเอียดของมาตรการ
นโยบายนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบังคับใช้กฎหมายโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเท่านั้น แต่ยังขยายความรับผิดชอบไปยังภาคส่วนอื่น ๆ ในสังคมเพื่อให้เกิดการตรวจสอบสิทธิพำนักอย่างเข้มงวด ดังนี้:
- การตรวจสอบสิทธิพำนัก: ภายใต้พระราชบัญญัติการตรวจคนเข้าเมืองปี 2014 และ 2016 กำหนดให้เจ้าของบ้านให้เช่า, บริการสาธารณสุข (NHS), องค์กรการกุศล และธนาคาร ต้องทำการตรวจสอบเอกสารระบุตัวตนและสิทธิในการพำนักของบุคคล
- หลักการ "ส่งกลับก่อน อุทธรณ์ทีหลัง": ในปี 2013 เทเรซา เมย์ ระบุว่ารัฐบาลจะขยายจำนวนการอุทธรณ์แบบไม่ระงับการส่งกลับ ซึ่งหมายความว่าในกรณีที่ไม่มีความเสี่ยงต่ออันตรายร้ายแรงและไม่สามารถย้อนกลับได้ รัฐบาลสามารถส่งตัวบุคคลกลับประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงให้ดำเนินการอุทธรณ์ในภายหลัง
- การกดดันทางจิตวิทยา: มีการใช้กลยุทธ์ เช่น รถโฆษณา "Go Home" (กลับบ้านเสียเถิด) ภายใต้ปฏิบัติการ Vaken รวมถึงการติดประกาศในหนังสือพิมพ์ ร้านค้า และศาสนสถานของกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางกลับโดยสมัครใจ
ผลกระทบและกรณีอื้อฉาว Windrush
นโยบายนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าขาดมนุษยธรรม ไร้ประสิทธิภาพ และขัดต่อกฎหมาย โดยส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ คนรุ่น Windrush (Windrush generation) ซึ่งเป็นพลเมืองเครือจักรภพที่เดินทางมาตั้งถิ่นฐานในสหราชอาณาจักรอย่างถูกต้องตามกฎหมายในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่กลับถูกระบุว่าเป็นผู้อพยพผิดกฎหมายเนื่องจากไม่สามารถแสดงหลักฐานการพำนักที่เพียงพอตามมาตรฐานใหม่ของนโยบายนี้
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้พลเมืองจำนวนมากถูกปฏิเสธการเข้าถึงบริการสาธารณสุข ถูกไล่ออกจากงาน และบางรายถูกส่งตัวกลับประเทศต้นทางทั้งที่มีสิทธิพำนักอย่างถูกต้อง นำไปสู่การลาออกของ แอมเบอร์ รัดด์ (Amber Rudd) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในวันที่ 29 เมษายน 2018
การวิพากษ์วิจารณ์และข้อโต้แย้งทางกฎหมาย
สภาสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติระบุว่านโยบายนี้ส่งเสริมให้เกิดทัศนคติเกลียดชังชาวต่างชาติ (Xenophobia) ภายในสหราชอาณาจักร ขณะที่คณะกรรมการความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนพบว่านโยบายดังกล่าวละเมิดกฎหมายว่าด้วยความเท่าเทียม
ในด้านกฎหมาย ศาลอุทธรณ์แห่งอังกฤษและเวลส์ได้วิจารณ์ความซับซ้อนของนโยบายนี้ว่ามีลักษณะแบบ "ไบแซนไทน์" (Byzantine) หรือมีความซับซ้อนจนเกินความจำเป็นและสร้างความสับสน นอกจากนี้ ข้อมูลในปี 2018 พบว่ากระทรวงมหาดไทยแพ้คดีในการอุทธรณ์สถานะผู้ลี้ภัยถึง 75% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผิดพลาดในการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่รัฐ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตรคืออะไร?
คือชุดมาตรการของรัฐบาลสหราชอาณาจักรที่ทำให้การใช้ชีวิตของคนที่ไม่มีสิทธิพำนักในประเทศเป็นเรื่องยากที่สุด เพื่อบีบบังคับให้คนเหล่านั้นเดินทางกลับประเทศของตนเองโดยสมัครใจ
นโยบายนี้ส่งผลกระทบต่อใครบ้าง?
นอกจากผู้อพยพผิดกฎหมายแล้ว นโยบายนี้ยังส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีสิทธิพำนักถูกต้องแต่ไม่มีเอกสารยืนยัน เช่น คนรุ่น Windrush ซึ่งถูกปฏิบัติเหมือนเป็นผู้อพยพผิดกฎหมาย
ทำไมกรณี Windrush ถึงเป็นเรื่องอื้อฉาว?
เพราะรัฐบาลส่งกลับหรือข่มขู่จะส่งกลับบุคคลที่เดินทางมาจากประเทศในเครือจักรภพซึ่งมีสิทธิพำนักในสหราชอาณาจักรตามกฎหมาย แต่รัฐบาลกลับเรียกขอเอกสารที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะหามาแสดงได้ในขณะนั้น
ใครเป็นผู้ริเริ่มนโยบายนี้ในนามของพรรคอนุรักษนิยม?
เทเรซา เมย์ (Theresa May) ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ประกาศใช้นโยบายนี้อย่างเป็นทางการในปี 2012
ผลทางกฎหมายของนโยบายนี้เป็นอย่างไร?
ศาลอุทธรณ์วิจารณ์ว่านโยบายมีความซับซ้อนเกินไป และมีการตัดสินใจที่ผิดพลาดในหลายกรณี โดยกระทรวงมหาดไทยแพ้คดีอุทธรณ์จำนวนมากในศาล