← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การประท้วงหยุดงานของคนงานเหมืองถ่านหินในสหราชอาณาจักร ปี 1972

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นการประท้วงหยุดงานอย่างเป็นทางการครั้งแรกของคนงานเหมืองสหราชอาณาจักรนับตั้งแต่ปี 1926
  • นำไปสู่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 1972 เนื่องจากวิกฤตพลังงาน
  • สาเหตุหลักเกิดจากค่าจ้างของคนงานเหมืองที่ลดลงเมื่อเทียบกับแรงงานในภาคการผลิตอื่น
  • สิ้นสุดลงเมื่อคนงานเหมืองยอมรับข้อเสนอการขึ้นค่าจ้างที่สูงกว่าคำแนะนำของคณะกรรมการไวลเบอร์ฟอร์ซ (Wilberforce inquiry)

การประท้วงหยุดงานของคนงานเหมืองถ่านหินในสหราชอาณาจักร ปี 1972 เป็นเหตุการณ์ความขัดแย้งทางแรงงานครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นระหว่าง สหภาพแรงงานคนงานเหมืองแห่งชาติ (National Union of Mineworkers - NUM) และรัฐบาลพรรคอนุรักษนิยมภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี เอ็ดเวิร์ด ฮีธ (Edward Heath) โดยมีสาเหตุหลักมาจากข้อพิพาทเรื่องการปรับขึ้นค่าจ้างที่ล่าช้าและไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ

สาเหตุและภูมิหลัง

ในช่วงปลายทศวรรษ 1950 อุตสาหกรรมถ่านหินของสหราชอาณาจักรเริ่มประสบปัญหาจากการนำเข้าน้ำมันราคาถูก ส่งผลให้เกิดการขาดทุนสะสม อัลฟ์ โรเบนส์ (Alf Robens) ประธานคณะกรรมการถ่านหินแห่งชาติ (National Coal Board - NCB) ได้ดำเนินนโยบายปิดเหมืองที่ไม่มีประสิทธิภาพและมุ่งเน้นเฉพาะเหมืองที่ให้ผลผลิตสูง ซึ่งแม้จะช่วยเพิ่มผลิตภาพได้ถึง 70% แต่ส่งผลให้จำนวนคนงานลดลงอย่างมาก

ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นเมื่อค่าจ้างของคนงานเหมืองเริ่มลดลงเมื่อเทียบกับแรงงานในภาคอุตสาหกรรมอื่น จากข้อมูลการศึกษาพบว่าในปี 1957 รายได้สุทธิของคนงานเหมืองสูงกว่าแรงงานในภาคการผลิตประมาณ 22% แต่ภายในปี 1969 ตัวเลขนี้กลับลดลงจนต่ำกว่าแรงงานภาคการผลิตประมาณ 2% ส่งผลให้คนงานเหมืองจำนวนมากลาออกจากอาชีพเพื่อไปหางานในโรงงานที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่า

เหตุการณ์การประท้วง

การประท้วงเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 9 มกราคม 1972 และสิ้นสุดลงในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1972 โดยถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1926 ที่คนงานเหมืองในสหราชอาณาจักรทำการประท้วงหยุดงานอย่างเป็นทางการ

ยุทธวิธีและผลกระทบ

  • การใช้ Flying Pickets: สหภาพ NUM ได้ส่งกลุ่มผู้ประท้วงเคลื่อนที่เร็ว (Flying Pickets) ไปยังจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ เพื่อโน้มน้าวให้คนงานในอุตสาหกรรมอื่นหยุดงานร่วมด้วย ส่งผลให้คนงานรถไฟปฏิเสธการขนส่งถ่านหิน และคนงานโรงไฟฟ้าปฏิเสธการจัดการถ่านหิน
  • วิกฤตพลังงาน: เนื่องด้วยสภาพอากาศที่หนาวเย็นผิดปกติ ประกอบกับการขาดแคลนถ่านหิน ทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าตกและไฟฟ้าดับในวงกว้าง จนรัฐบาลต้องประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉิน (State of Emergency) ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 1972
  • ความรุนแรง: เกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อ เฟรดดี้ แมทธิวส์ (Freddie Matthews) คนงานเหมืองถูกรถบรรทุกชนเสียชีวิตขณะประท้วงในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงเพิ่มขึ้นในพื้นที่ดอนคาสเตอร์

จุดสิ้นสุดและการเจรจา

เหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่การยุติการประท้วงคือ ยุทธการที่เกตส์เลย์ (Battle of Saltley Gate) ซึ่งมีการระดมผู้ประท้วงหลายพันคนเข้าปิดล้อมโรงงานผลิตโค้กในเบอร์มิงแฮม สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อรัฐบาล

ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ผู้นำสหภาพ NUM ได้ตกลงรับข้อเสนอการปรับขึ้นค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นจากข้อเสนอเดิมของคณะกรรมการถ่านหินแห่งชาติ และหลังจากคนงานส่วนใหญ่ลงมติยอมรับข้อเสนอดังกล่าวในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ คนงานเหมืองจึงกลับเข้าทำงานในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1972 ถือเป็นการสิ้นสุดการประท้วงอย่างเป็นทางการ

มรดกและผลกระทบทางการเมือง

รัฐบาลอนุรักษนิยมในขณะนั้นมองว่าผลลัพธ์ของการประท้วงครั้งนี้เป็น "ชัยชนะของความรุนแรง" เนื่องจากมีการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างผู้ประท้วงและตำรวจ เหตุการณ์นี้ยังนำไปสู่การจัดตั้ง COBR (Cabinet Office Briefing Rooms) เพื่อใช้เป็นศูนย์บัญชาการในภาวะวิกฤตของรัฐบาลสหราชอาณาจักรในเวลาต่อมา

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมคนงานเหมืองถึงประท้วงหยุดงานในปี 1972?

สาเหตุหลักมาจากข้อพิพาทเรื่องค่าจ้าง โดยค่าจ้างของคนงานเหมืองลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับแรงงานในภาคอุตสาหกรรมอื่นตั้งแต่ปี 1960 ทำให้มาตรฐานการครองชีพลดลง

รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพราะอะไร?

รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 1972 เนื่องจากเกิดการขาดแคลนถ่านหินอย่างรุนแรงและสภาพอากาศหนาวเย็น ทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าตกและไฟฟ้าดับทั่วประเทศ

ยุทธการที่เกตส์เลย์ (Battle of Saltley Gate) คืออะไร?

คือเหตุการณ์ที่ผู้ประท้วงจำนวนหลายพันคนเข้าปิดล้อมโรงงานผลิตโค้กในเบอร์มิงแฮม ซึ่งเป็นการแสดงพลังครั้งใหญ่ที่กดดันให้รัฐบาลและคณะกรรมการถ่านหินแห่งชาติยอมอ่อนข้อเรื่องค่าจ้าง