Unitarian Universalism และกลุ่ม LGBTQ+ ความศรัทธาที่เปิดกว้าง
สรุปใจความสำคัญ
- Unitarian Universalism เป็นศาสนาแรกที่ประณามการเลือกปฏิบัติต่อคนรักเพศเดียวกันอย่างเป็นทางการในปี 1970
- โครงการ Welcoming Congregation ช่วยให้โบสถ์ UU กว่า 80% ในสหรัฐฯ และ 99% ในแคนาดากลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับ LGBTQ+
- Rev. Dr. Sofía Betancourt เป็นประธาน UUA คนแรกที่เปิดเผยตัวตนว่าเป็นเควียร์ (elected in 2023)
Unitarian Universalism (UU) ซึ่งดำเนินการโดยสมาคม Unitarian Universalist (UUA) และสภา Unitarian แคนาดา (CUC) เป็นประเพณีทางเทววิทยาแบบเสรีนิยมและไม่มีหลักข้อเชื่อตายตัว (non-creedal) โดยเป็นนิกายที่ให้การยอมรับและสนับสนุนกลุ่ม LGBTQ+ อย่างเต็มตัว
ในองค์กร Unitarian Universalist การมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ของฆราวาสและการบวชของบุคคลที่เป็นเลสเบี้ยน, เกย์, ไบเซ็กชวล, ทรานส์เจนเดอร์ และเควียร์ (LGBTQ) ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เปิดเผยอัตลักษณ์ทางเพศหรืออยู่ในความสัมพันธ์แบบเพศเดียวกัน ล้วนได้รับการอนุญาตและต้อนรับด้วยความยินดี
เทววิทยาเบื้องหลังการยอมรับ
หลักการข้อแรกจากหลักการทั้งเจ็ดของ Unitarian Universalism คือความเชื่อใน "คุณค่าและศักดิ์ศรีที่มีอยู่แต่กำเนิดของทุกคน" ซึ่งมักถูกนำมาอ้างถึงเพื่อเป็นเหตุผลทางความเชื่อในการสนับสนุนและยอมรับบุคคล LGBTQ+
ประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม
Unitarianism และ Universalism ซึ่งรวมตัวกันในปี 1961 มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการปฏิรูปสถาบันทางสังคม และเป็นที่พึ่งของเหล่านักเลิกทาส นักสิทธิสตรี และนักคิดก้าวหน้า รวมถึงกลุ่มปลดปล่อยเกย์ (gay liberationists)

สมาคม Unitarian Universalist (UUA) ได้ผ่านมติเกี่ยวกับประเด็น LGBTQ+ มากกว่า 30 ฉบับ ครอบคลุมทั้งเรื่องการสมรสเพศเดียวกัน, สิทธิของกลุ่ม LGB ในกองทัพ, กฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน และสิทธิของคนข้ามเพศ
- ปี 1970: เป็นศาสนาแรกที่ประณามการเลือกปฏิบัติต่อคนรักเพศเดียวกันและคนรักสองเพศอย่างเป็นทางการ
- ปี 1989: เริ่มโครงการ Welcoming Congregation เพื่อสนับสนุนให้โบสถ์ต่างๆ กลายเป็นพื้นที่ที่เปิดรับ LGBTQ+ อย่างตั้งใจ โดยปัจจุบันโบสถ์ในสหรัฐฯ กว่า 80% และในแคนาดากว่า 99% ได้ผ่านกระบวนการนี้
- ปี 2009: เริ่มแคมเปญ Side With Love เพื่อต่อต้านการกีดกัน การกดขี่ และความรุนแรงที่เกิดจากอัตลักษณ์ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาตอบโต้เหตุยิงกันในโบสถ์ที่เมือง Knoxville รัฐเทนเนสซี เนื่องจากโบสถ์แห่งนั้นต้อนรับกลุ่ม LGBTQ+
ในปี 2023 Rev. Dr. Sofía Betancourt ซึ่งเป็นสตรีซิสเจนเดอร์ชาว Afro-Latine และเป็นเควียร์ ได้รับเลือกให้เป็นประธาน UUA คนแรกที่เปิดเผยตัวตนว่าเป็นเควียร์
การบวชและบทบาทของศาสนบริกร LGBTQ+
Rev. James L. Stoll เป็นหนึ่งในศาสนบริกรคนแรกๆ ในอเมริกาเหนือที่เปิดเผยตัวว่าเป็นเกย์ในปี 1969 ต่อมานิกายนี้ได้บวชศาสนบริกรเกย์อย่างเปิดเผยคนแรกในปี 1979 และศาสนบริกรทรานส์เจนเดอร์คนแรกในปี 1988

การสมรสเพศเดียวกัน
การแต่งงานเพศเดียวกันครั้งแรกๆ ที่ดำเนินการโดยศาสนบริกร UU เกิดขึ้นในปี 1957 และ 1958 ในแคลิฟอร์เนีย และในปี 1974 ในแคนาดา โดย UUA ให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการให้ศาสนบริกรประกอบพิธีสมรสสำหรับคู่รักเพศเดียวกันมาตั้งแต่ปี 1984
สิทธิของคนข้ามเพศ (Transgender Rights)
UUA ได้ผ่านมติสนับสนุนสิทธิของคนข้ามเพศหลายครั้ง (ปี 2007, 2016, 2021 และ 2024) โดยมติปี 2024 ระบุว่าการยอมรับและเฉลิมฉลองบุคคลทรานส์เจนเดอร์, นอนไบนารี, อินเตอร์เซ็กซ์ และผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ เป็น "พันธกิจพื้นฐานที่เปิดเผยโดยหลักการและค่านิยมของ Unitarian Universalist"
คำถามที่พบบ่อย
หลักการใดของ Unitarian Universalism ที่ใช้สนับสนุนกลุ่ม LGBTQ+?
หลักการข้อแรกที่ว่าด้วย 'คุณค่าและศักดิ์ศรีที่มีอยู่แต่กำเนิดของทุกคน' (the inherent worth and dignity of every person) เป็นพื้นฐานสำคัญในการยอมรับความหลากหลายทางเพศ
โครงการ Welcoming Congregation คืออะไร?
เป็นโครงการที่เริ่มในปี 1989 เพื่อสนับสนุนให้โบสถ์ต่างๆ ปรับปรุงนโยบาย การศึกษา และการรณรงค์ เพื่อให้มั่นใจว่ากลุ่ม LGBTQ+ จะได้รับการต้อนรับและยอมรับอย่างแท้จริง
Unitarian Universalism มีบทบาทอย่างไรในการสมรสเท่าเทียม?
นิกายนี้ประกอบพิธีสมรสเพศเดียวกันมาตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1950 และ UUA ได้สนับสนุนการสมรสเท่าเทียมผ่านการรณรงค์ 'Side With Love' และการยื่นคำร้องต่อศาลในคดีสำคัญ เช่น Obergefell v. Hodges
