การสำมะโนประชากรสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 2000
สรุปใจความสำคัญ
- จำนวนประชากรสหรัฐฯ ในปี 2000 คือ 281,421,906 คน เพิ่มขึ้น 13.2% จากปี 1990
- เป็นครั้งแรกที่อนุญาตให้ผู้ตอบแบบสอบถามระบุเชื้อชาติได้มากกว่าหนึ่งเชื้อชาติ (พหุเชื้อชาติ)
- เป็นการสำมะโนประชากรครั้งสุดท้ายที่ใช้แบบสอบถาม 'ฉบับยาว' (Long Form)
- ผลการสำรวจใช้เพื่อจัดสรรที่นั่ง 435 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ
การสำมะโนประชากรสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 2000 ดำเนินการโดยสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ (U.S. Census Bureau) เพื่อกำหนดจำนวนประชากรที่พำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา ณ วันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 2000 ผลการสำรวจพบว่ามีประชากรทั้งหมด 281,421,906 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.2 เมื่อเทียบกับการสำมะโนประชากรในปี ค.ศ. 1990 ที่มีจำนวน 248,709,873 คน การสำรวจครั้งนี้ถือเป็นการสำมะโนประชากรระดับรัฐบาลกลางครั้งที่ 22 และในขณะนั้นถือเป็นความพยายามด้านการบริหารงานพลเรือนในช่วงเวลาสันติภาพที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

รูปแบบการจัดเก็บข้อมูล
ในการสำรวจครั้งนี้ ครัวเรือนประมาณร้อยละ 16 ได้รับแบบสอบถาม "ฉบับยาว" (Long Form) ซึ่งมีคำถามมากกว่า 100 ข้อ การสำมะโนประชากรปี 2000 จึงเป็นครั้งสุดท้ายที่มีการใช้แบบสอบถามฉบับยาว เนื่องจากในการสำรวจครั้งต่อๆ มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 เป็นต้นไป ได้เปลี่ยนมาใช้แบบสอบถาม "ฉบับสั้น" (Short Form) เพียงอย่างเดียว โดยคำถามที่มีรายละเอียดเชิงลึกถูกย้ายไปอยู่ใน การสำรวจชุมชนอเมริกัน (American Community Survey) แทน
สถิติประชากรที่สำคัญ
การสำมะโนประชากรครั้งนี้มีจุดเด่นที่สำคัญหลายประการ ได้แก่:
- การเติบโตของรัฐ: เป็นครั้งแรกที่รัฐแคลิฟอร์เนียมีประชากรเกิน 30 ล้านคน และเป็นครั้งแรกที่มีสองรัฐ คือ แคลิฟอร์เนียและเท็กซัส มีประชากรมากกว่า 20 ล้านคน
- ความหลากหลายทางเชื้อชาติ: เป็นครั้งแรกที่มีการเพิ่มตัวเลือกให้ผู้ตอบแบบสอบถามสามารถระบุว่าตนเองเป็น พหุเชื้อชาติ (Multiracial) หรือมีเชื้อชาติมากกว่าหนึ่งเชื้อชาติ โดยมีผู้ตอบในกลุ่มนี้ร้อยละ 2.4 (ประมาณ 6.8 ล้านคน)

ข้อมูลประชากรเชิงลึก
สำนักงานสำมะโนประชากรได้ระบุข้อมูลทางสถิติที่น่าสนใจดังนี้:
- ร้อยละ 75 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าเป็นคนผิวขาวหรือคอเคเซียน
- กลุ่มฮิสแปนิก (Hispanics) มีสัดส่วนร้อยละ 12.5 ของประชากร เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9 ในปี 1990
- กลุ่มคนผิวสีหรือแอฟริกัน-อเมริกัน มีสัดส่วนร้อยละ 12.3
- กลุ่มชาวเอเชียมีสัดส่วนร้อยละ 3.6
- ประชากรกลุ่มอายุ 45-54 ปี เติบโตขึ้นร้อยละ 49 และกลุ่มอายุ 85 ปีขึ้นไปเติบโตขึ้นร้อยละ 38 ระหว่างปี 1990 ถึง 2000
- ครัวเรือนส่วนใหญ่ (ร้อยละ 51) สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ และร้อยละ 42 สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต

การเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์
ในระดับภูมิภาค ภาคใต้และภาคตะวันตกมีการเพิ่มขึ้นของประชากรมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 14,790,890 คน และ 10,411,850 คน ตามลำดับ ส่งผลให้จุดศูนย์กลางประชากร (Mean Center of Population) ของสหรัฐฯ ย้ายไปยังเทศมณฑลเฟลปส์ รัฐมิสซูรี



การจัดสรรที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร
ผลลัพธ์จากการสำมะโนประชากรถูกนำมาใช้เพื่อกำหนดจำนวนเขตเลือกตั้งและจัดสรรที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives) ของสหรัฐฯ จำนวน 435 ที่นั่ง ตามสูตรที่รัฐสภากำหนด ซึ่งประชากรที่นำมาคำนวณจะรวมถึงประชากรใน 50 รัฐ รวมถึงพนักงานทหารและพลเรือนของรัฐบาลกลางที่ปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศและผู้ติดตาม
อย่างไรก็ตาม ประชากรในเขตปกครองพิเศษโคลัมเบีย (District of Columbia) และเปอร์โตริโก จะถูกยกเว้นจากการคำนวณเพื่อจัดสรรที่นั่ง เนื่องจากทั้งสองพื้นที่ไม่มีที่นั่งที่มีสิทธิออกเสียงในสภาผู้แทนราษฎร

คำถามที่พบบ่อย
การสำมะโนประชากรปี 2000 แตกต่างจากครั้งก่อนๆ อย่างไร?
ความแตกต่างที่สำคัญคือการอนุญาตให้ผู้ตอบระบุเชื้อชาติแบบพหุเชื้อชาติ (Multiracial) ได้เป็นครั้งแรก และเป็นครั้งสุดท้ายที่ใช้แบบสอบถามฉบับยาวที่มีคำถามมากกว่า 100 ข้อ
ทำไมต้องมีการสำมะโนประชากรทุก 10 ปี?
เพื่อนำข้อมูลจำนวนประชากรมาใช้ในการจัดสรรที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ให้มีความเป็นธรรมตามสัดส่วนประชากรในแต่ละรัฐ
รัฐใดที่มีประชากรเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปี 2000?
ภูมิภาคภาคใต้และภาคตะวันตกมีการเติบโตของประชากรสูงสุด โดยรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นรัฐแรกที่มีประชากรเกิน 30 ล้านคน

