← กลับไปยังบทความทั้งหมด

โรงละครอัพทาวน์ (Uptown Theatre) อัญมณีแห่งชิคาโกที่รอการฟื้นฟู

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นโรงภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในชิคาโก โดยมีความจุ 4,381 ที่นั่ง
  • ออกแบบโดยสถาปนิก Rapp and Rapp เพื่อให้เป็นสถานที่ที่คนทุกชนชั้นสามารถเข้าถึงความหรูหราได้
  • ปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 1981 เนื่องจากความเสียหายจากท่อน้ำแตกและการขาดการบำรุงรักษา

โรงละครอัพทาวน์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Balaban and Katz Uptown Theatre เป็นอดีตโรงภาพยนตร์และสถานที่จัดคอนเสิร์ตขนาดมหึมา ตั้งอยู่ในย่านอัพทาวน์ของเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ออกแบบโดยบริษัทสถาปนิก Rapp and Rapp และก่อสร้างโดยผู้รับเหมา Paschen Bros. ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงภาพยนตร์หรูหราหลายแห่งที่สร้างโดยเครือ Balaban & Katz ภายใต้การนำของ A. J. Balaban, Barney Balaban และ Sam Katz

ด้านหน้าของโรงละครอัพทาวน์
ความโอ่อ่าของสถาปัตยกรรมภายนอกของโรงละครอัพทาวน์

ความยิ่งใหญ่และสถาปัตยกรรม

โรงละครอัพทาวน์เป็นโรงภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในชิคาโก โดยมีความจุที่นั่งถึง 4,381 ที่นั่ง และมีปริมาตรภายในที่กล่าวกันว่าใหญ่กว่าโรงภาพยนตร์ใดๆ ในสหรัฐอเมริกา รวมถึง Radio City Music Hall ในนิวยอร์กด้วย ตัวอาคารครอบคลุมพื้นที่กว่า 46,000 ตารางฟุต ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนน Lawrence Avenue และ Broadway ในย่านความบันเทิงอัพทาวน์

จุดเด่นของโรงละครคือล็อบบี้ทางเข้าห้าชั้นที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ซึ่งสะท้อนถึงปรัชญาของสถาปนิก George Rapp ที่ต้องการให้สถานที่แห่งนี้เป็น "วิหารแห่งประชาธิปไตย" ที่ซึ่งคนรวยและคนจนสามารถมาสัมผัสประสบการณ์ความหรูหราได้เท่าเทียมกัน

ประวัติศาสตร์และการเปิดตัว

การเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่

โรงละครอัพทาวน์เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 1925 โดยใช้คำโฆษณาว่า "หนึ่งเอเคอร์ของที่นั่งในเมืองมหัศจรรย์" การเปิดตัวครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกับขบวนพาเหรด "Central Uptown Parade" ที่มีรถแห่กว่า 200 คัน และงานบอลที่ Harmon's Arcadia โดยมีผู้คนกว่า 12,000 คนเข้าแถวรอเพื่อเป็นผู้ชมกลุ่มแรก จนบางรายถึงกับเป็นลมเนื่องจากความเหนื่อยล้า

การดำเนินงานและโชว์บนเวที

ในช่วงแรก โรงละครมีพนักงานมากกว่า 130 คน รวมถึงวงออเคสตราประจำ 34 ชิ้น พยาบาล และพนักงานดับเพลิง สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษคือการแสดงบนเวทีที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับธีมของภาพยนตร์ที่ฉาย ซึ่งแตกต่างจากโรงภาพยนตร์อื่นในยุคนั้นที่มักจะมีการแสดงวอเดวิลล์ (Vaudeville) ทั่วไป

ภายในโรงละครอัพทาวน์
ความงดงามของรายละเอียดการตกแต่งภายในที่เคยรุ่งเรืองในอดีต

การเปลี่ยนแปลงและยุคเสื่อมถอย

ในช่วงทศวรรษ 1950 และ 1960 โรงละครยังคงได้รับความนิยมในการฉายภาพยนตร์ และยังเป็นสถานที่ถ่ายทำรายการโทรทัศน์ Queen for a Day อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 ถึงต้นทศวรรษ 1970 จำนวนผู้ชมเริ่มลดลง พร้อมกับการเสื่อมถอยของย่านการค้าในพื้นที่อัพทาวน์

การคืนชีพในฐานะสถานที่จัดคอนเสิร์ต

ระหว่างปี 1974 ถึง 1976 โรงละครได้รับการบูรณะบางส่วนและกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งในการฉายภาพยนตร์ เช่น The Godfather ต่อมาในปี 1976 Richard Davis ผู้จัดการโรงละครได้เปลี่ยนให้ที่นี่เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตระดับโลก โดยสามารถดึงดูดศิลปินชื่อดัง เช่น วง Grateful Dead ที่มาแสดงถึง 17 ครั้ง ระหว่างปี 1978 ถึง 1981 โดยวง J. Geils Band เป็นวงสุดท้ายที่ได้แสดงที่นี่ก่อนการปิดตัว

การปิดตัวและความพยายามในการฟื้นฟู

โรงละครอัพทาวน์ปิดตัวลงอย่างถาวรในฤดูหนาวปี 1981 หลังจากเกิดอุบัติเหตุท่อน้ำแตกเนื่องจากระบบทำความร้อนถูกปิด ส่งผลให้ภายในอาคารได้รับความเสียหายอย่างหนัก จากนั้นการขาดการบำรุงรักษาและการถูกทำลายโดยผู้ไม่หวังดีทำให้สภาพอาคารทรุดโทรมลงเรื่อยๆ

แม้จะปิดตัวลง แต่สถานที่แห่งนี้ยังคงถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น Backdraft, I Love Trouble และ Home Alone 2: Lost in New York รวมถึงมิวสิกวิดีโอของ Regina Spektor

ความพยายามในการบูรณะเกิดขึ้นหลายครั้ง โดยในปี 2008 JAM Productions ได้ซื้อโรงละครในราคา 3.2 ล้านดอลลาร์ และในปี 2018 มีการประกาศแผนการบูรณะด้วยงบประมาณ 75 ล้านดอลลาร์ แต่แผนดังกล่าวต้องหยุดชะงักลงในปี 2021 เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19

คำถามที่พบบ่อย

โรงละครอัพทาวน์ตั้งอยู่ที่ไหน?

ตั้งอยู่ในย่านอัพทาวน์ของเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา บริเวณหัวมุมถนน Lawrence Avenue และ Broadway

ทำไมโรงละครอัพทาวน์ถึงปิดตัวลง?

โรงละครปิดตัวลงในปี 1981 หลังจากเกิดเหตุท่อน้ำแตกทำให้ภายในอาคารได้รับความเสียหายอย่างหนัก ประกอบกับการเสื่อมถอยของย่านการค้าและการขาดการบำรุงรักษาในเวลาต่อมา

โรงละครแห่งนี้มีความสำคัญทางสถาปัตยกรรมอย่างไร?

เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของ 'พระราชวังภาพยนตร์' (Movie Palace) ในยุค 1920 ที่มีความโอ่อ่า วิจิตรบรรจง และมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์