← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ระบบขนส่งทางรางในเขตเมือง

สรุปใจความสำคัญ

  • ระบบขนส่งทางรางในเมืองแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ รถราง, รถไฟฟ้าระบบเบา, รถไฟฟ้าระบบหนัก และรถไฟชานเมือง
  • รถไฟฟ้าระบบหนัก (Rapid Transit) มีลักษณะเด่นคือการแยกทางวิ่งออกจากจราจรอื่นอย่างสมบูรณ์ (Full Grade Separation)
  • รถราง (Tram) มีความจุต่ำที่สุดและมักวิ่งร่วมกับถนนปกติ
  • รถไฟชานเมือง (Commuter Rail) เน้นการเดินทางระยะไกลจากชานเมืองเข้าสู่ใจกลางเมือง โดยใช้ทางรถไฟสายหลัก

ระบบขนส่งทางรางในเขตเมือง (Urban Rail Transit) คือระบบการขนส่งผู้โดยสารทางรางที่ให้บริการภายในและรอบพื้นที่เขตเมืองหรือเขตชานเมือง ซึ่งครอบคลุมระบบรางหลากหลายประเภท โดยแต่ละประเภทจะมีความแตกต่างกันในด้านความจุของผู้โดยสาร ความเร็ว และลักษณะการเดินรถ เพื่อให้เหมาะสมกับความหนาแน่นของประชากรและโครงสร้างพื้นฐานของเมือง

ภาพรวมของระบบขนส่งทางรางในเมือง
ตัวอย่างระบบขนส่งทางรางที่ให้บริการในเขตเมือง

ประเภทของระบบขนส่งทางรางในเขตเมือง

ระบบขนส่งทางรางสามารถแบ่งออกเป็นหมวดหมู่หลักได้ดังนี้ ซึ่งในบางกรณีอาจมีการใช้งานที่ทับซ้อนกันระหว่างประเภท

1. รถราง (Tram / Streetcar)

รถรางเป็นระบบรางที่วิ่งบนถนนร่วมกับยานพาหนะอื่น ๆ โดยทั่วไปมีความจุผู้โดยสารค่อนข้างต่ำและมีจุดจอดบ่อยครั้ง ผู้โดยสารมักจะขึ้นลงรถที่ระดับถนนหรือขอบทาง อย่างไรก็ตาม รถรางสมัยใหม่มีการพัฒนาให้มีความจุผู้โดยสารมากขึ้นและมีพื้นรถระดับต่ำ (Low-floor) เพื่อให้ขึ้นลงได้สะดวกขึ้น

ในอเมริกาเหนือ ระบบนี้มักถูกเรียกว่า Streetcar หรือ Trolley ส่วนในเยอรมนีจะเรียกว่า Straßenbahn

รถรางแบบใช้สายเคเบิล (Cable Car)

เป็นระบบที่ใช้รถรางที่ถูกลากด้วยสายเคเบิลที่เคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วคงที่ โดยตัวรถจะหยุดหรือเริ่มเคลื่อนที่ด้วยการปล่อยหรือยึดสายเคเบิล ซึ่งแตกต่างจากรถรางไฟฟ้าทั่วไป

2. รถไฟฟ้าระบบเบา (Light Rail Transit - LRT)

รถไฟฟ้าระบบเบาเป็นระบบที่มีความจุและความเร็วสูงกว่ารถราง โดยมักจะวิ่งในทางวิ่งเฉพาะ (Exclusive Right-of-Way) ที่แยกออกจากจราจรบนถนน แต่ไม่ได้แยกออกจากระดับดินโดยสมบูรณ์เหมือนระบบขนส่งมวลชนรวดเร็ว รถไฟฟ้าระบบเบามักเดินรถเป็นขบวนรถ (Multiple-unit trains) แทนที่จะเป็นรถคันเดียว

ในเยอรมนี ระบบนี้ถูกเรียกว่า Stadtbahn และในบางพื้นที่อาจมีระบบ Tram-train ที่สามารถวิ่งได้ทั้งในถนนและทางรถไฟหลัก

3. รถไฟฟ้าระบบหนัก หรือ ระบบขนส่งมวลชนรวดเร็ว (Rapid Transit / Heavy Rail)

ระบบขนส่งมวลชนรวดเร็วเป็นระบบที่มีความจุผู้โดยสารสูงมาก มีความถี่ในการให้บริการสูง และมีการแยกทางวิ่งออกจากจราจรอื่น ๆ อย่างสมบูรณ์ (Full Grade Separation) ทั้งในระดับดิน บนดิน หรือใต้ดิน

รถไฟฟ้าระบบหนักในเขตเมือง
ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนรวดเร็วที่มีการแยกทางวิ่งชัดเจน

คำศัพท์ที่ใช้เรียกระบบนี้แตกต่างกันไปตามภูมิภาค เช่น:

  • Metro: ใช้ในหลายประเทศทั่วโลก (ย่อมาจาก Metropolitan Railway)
  • Subway: นิยมใช้ในสหรัฐอเมริกา โตรอนโต และกลาสโกว์
  • Underground / Tube: ใช้ในลอนดอน
  • U-Bahn: ใช้ในเยอรมนี
  • MRT: (Mass Rapid Transit) นิยมใช้ในเอเชีย เช่น สิงคโปร์ ไทเป และเจนไน
  • Skytrain / L: ใช้เรียกระบบที่วิ่งบนทางยกระดับเป็นหลัก เช่น ในกรุงเทพฯ หรือชิคาโก

4. รถไฟชานเมือง (Commuter Rail / Regional Rail)

รถไฟชานเมืองเป็นระบบที่วิ่งบนทางรถไฟสายหลัก (Mainline trackage) ซึ่งอาจใช้ทางร่วมกับรถไฟระหว่างเมืองหรือรถไฟขนส่งสินค้า มีความถี่ในการให้บริการต่ำกว่ารถไฟฟ้าระบบเบาและระบบหนัก แต่มีความเร็วสูงกว่า มีสถานีห่างกันมากกว่า และครอบคลุมระยะทางที่ไกลกว่า โดยมีความจุผู้โดยสารต่อขบวนสูงมาก

ในบางประเทศ เช่น ยุโรปและเอเชียตะวันออก มีระบบไฮบริดที่เรียกว่า S-train ซึ่งรวมลักษณะของรถไฟฟ้าระบบหนักและรถไฟชานเมืองเข้าด้วยกัน

คำถามที่พบบ่อย

รถไฟฟ้าระบบเบา (LRT) ต่างจากรถราง (Tram) อย่างไร?

รถไฟฟ้าระบบเบา (LRT) มีความจุและความเร็วสูงกว่ารถราง โดยมักจะมีทางวิ่งเฉพาะที่แยกออกจากถนนปกติ ในขณะที่รถรางมักจะวิ่งร่วมกับถนนและมีจุดจอดบ่อยกว่า

คำว่า 'Metro' และ 'Subway' หมายถึงสิ่งเดียวกันหรือไม่?

ใช่ ทั้งสองคำหมายถึงระบบขนส่งมวลชนรวดเร็ว (Rapid Transit) แต่ 'Metro' เป็นคำที่นิยมใช้ในระดับสากล ส่วน 'Subway' นิยมใช้ในอเมริกาเหนือ

รถไฟชานเมืองแตกต่างจากรถไฟฟ้าระบบหนักอย่างไร?

รถไฟชานเมืองวิ่งระยะไกลกว่า มีสถานีห่างกันมากกว่า และมักใช้ทางร่วมกับรถไฟระหว่างเมืองหรือรถไฟขนส่งสินค้า ในขณะที่รถไฟฟ้าระบบหนักเน้นการให้บริการในเขตเมืองด้วยความถี่สูงและทางวิ่งเฉพาะ