← กลับไปยังบทความทั้งหมด

คำสั่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

สรุปใจความสำคัญ

  • คำสั่งประธานาธิบดีเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช้ในการบริหารประเทศโดยอาศัยอำนาจจากรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายที่รัฐสภาตราขึ้น
  • คำสั่งบริหาร (Executive Order) และประกาศประธานาธิบดี (Presidential Proclamation) เป็นรูปแบบที่เก่าแก่ที่สุดและต้องตีพิมพ์ในทะเบียนกลาง (Federal Register) ตามกฎหมาย
  • คำสั่งด้านความมั่นคงแห่งชาติมักเป็นความลับและไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะจนกว่าจะผ่านระยะเวลาที่กำหนด
  • รัฐสภาสามารถยกเลิกคำสั่งประธานาธิบดีได้หากคำสั่งนั้นอาศัยฐานอำนาจจากกฎหมายของรัฐสภา แต่การล้มล้างการยับยั้ง (Veto) ของประธานาธิบดีต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของทั้งสองสภา

ในสหรัฐอเมริกา คำสั่งประธานาธิบดี (Presidential Directive) หรือการดำเนินการทางบริหาร (Executive Action) คือคำสั่งหรือคำประกาศที่เป็นลายลักษณ์อักษรหรือด้วยวาจา ซึ่งออกโดยประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา โดยอาศัยอำนาจที่ได้รับมอบหมายจากรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา กฎหมายที่ตราขึ้นโดยรัฐสภา หรือในบางกรณีเกิดจากการยอมรับโดยปริยายของรัฐสภาและฝ่ายตุลาการ

คำสั่งเหล่านี้มีการใช้งานมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่มของการก่อตั้งรัฐบาลกลาง โดยมีชื่อเรียกและรูปแบบที่แตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์และการใช้งาน คำสั่งประธานาธิบดีจะมีผลบังคับใช้จนกว่าจะถูกยกเลิก ซึ่งประธานาธิบดีมีอำนาจเต็มในการเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การจำแนกประเภทของคำสั่งเหล่านี้มักมีความซับซ้อน เนื่องจากความแตกต่างระหว่างประเภทต่างๆ มักขึ้นอยู่กับความสะดวกในการบริหารจัดการและวิวัฒนาการทางระบบราชการ มากกว่าที่จะมีการกำหนดไว้อย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญ

การตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ

คำสั่งประธานาธิบดีสามารถถูกคัดค้านหรือตรวจสอบได้ผ่านกระบวนการทางศาลหรือการดำเนินการของรัฐสภา โดยรัฐสภาสามารถยกเลิกหรือแก้ไขคำสั่งประธานาธิบดีได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่จะทำได้เฉพาะในส่วนที่คำสั่งนั้นอาศัยฐานอำนาจจากกฎหมายที่รัฐสภาตราขึ้นเท่านั้น

ในปัจจุบัน การยกเลิกคำสั่งโดยตรงโดยรัฐสภามีโอกาสเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากในกรณีที่ประธานาธิบดีใช้อำนาจยับยั้ง (Veto) รัฐสภาจำเป็นต้องใช้เสียงสนับสนุนถึง 2 ใน 3 ของทั้งสองสภาเพื่อล้มล้างการยับยั้งนั้น ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่บรรลุได้ยากในทางปฏิบัติ

ประเภทของคำสั่งประธานาธิบดี

คำสั่งบริหารและประกาศประธานาธิบดี

คำสั่งบริหาร (Executive Order) และประกาศประธานาธิบดี (Presidential Proclamation) เป็นคำสั่งสองประเภทที่เก่าแก่และเป็นที่รู้จักมากที่สุด ในปี ค.ศ. 1907 กระทรวงการต่างประเทศได้เริ่มจัดลำดับหมายเลขย้อนหลังให้กับคำสั่งทั้งสองประเภทนี้ โดยคำว่า "คำสั่งบริหาร" เริ่มถูกนำมาใช้เรียกอย่างเป็นทางการเนื่องจากคำสั่งฉบับแรกที่ถูกนำมาจัดลำดับ (จากปี ค.ศ. 1862) มีชื่อว่า "คำสั่งบริหารในการจัดตั้งศาลชั่วคราวในลุยเซียนา"

ตามพระราชบัญญัติทะเบียนกลาง (Federal Register Act) ปี ค.ศ. 1935 กำหนดให้คำสั่งบริหารและประกาศประธานาธิบดีส่วนใหญ่ต้องได้รับการตีพิมพ์ในทะเบียนกลาง (Federal Register) เพื่อความโปร่งใส และตั้งแต่ปี ค.ศ. 1962 เป็นต้นมา รูปแบบและการส่งต่อคำสั่งเหล่านี้ถูกกำกับโดยคำสั่งบริหารที่ E.O. 11030 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะลงนามในคำสั่งบริหาร
การลงนามในคำสั่งบริหารเป็นกระบวนการสำคัญในการกำหนดนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ

คำสั่งทางปกครอง

คำสั่งทางปกครอง (Administrative Order) เริ่มปรากฏครั้งแรกในปี ค.ศ. 1940 โดยมีรูปแบบที่หลากหลายและมักซ้อนทับกับคำสั่งประเภทอื่น คำสั่งทางปกครองมักถูกใช้ในการดำเนินงานด้านการบริหารของรัฐบาลกลาง เช่น การมอบอำนาจ การตัดสินใจ หรือการออกหนังสือแจ้ง ซึ่งเอกสารเหล่านี้มักเป็นเอกสารที่ลงนามโดยประธานาธิบดีแต่ไม่มีการระบุหมายเลขกำกับ

คำสั่งด้านความมั่นคงแห่งชาติ

คำสั่งด้านความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Directive) ออกโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Council) โดยประธานาธิบดีทุกท่านตั้งแต่แฮร์รี เอส. ทรูแมน เป็นต้นมา คำสั่งประเภทนี้มักเกี่ยวข้องกับนโยบายต่างประเทศ การทหาร และนโยบายภายในที่ส่งผลต่อความมั่นคง

โดยทั่วไป คำสั่งด้านความมั่นคงแห่งชาติจะเป็นความลับขั้นสูงสุด ไม่จำเป็นต้องตีพิมพ์ในทะเบียนกลาง และจะเปิดเผยต่อสาธารณะได้ก็ต่อเมื่อเวลาผ่านไปนานหลายปี คำสั่งประเภทนี้มักมีลักษณะเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในฝ่ายบริหารมากกว่าจะเป็นคำสั่งปฏิบัติการที่เฉพาะเจาะจง

เอกสารประวัติศาสตร์เกี่ยวกับความมั่นคงในอียิปต์และซูดาน
เอกสารคำสั่งด้านความมั่นคงมักถูกเก็บเป็นความลับเพื่อประโยชน์ในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ

คำสั่งประธานาธิบดีด้านความมั่นคงภายใน

คำสั่งประธานาธิบดีด้านความมั่นคงภายใน (Homeland Security Presidential Directives - HSPDs) เริ่มมีการใช้งานหลังเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน โดยบางครั้งอาจออกควบคู่ไปกับคำสั่งด้านความมั่นคงแห่งชาติ ตัวอย่างคำสั่ง HSPD ที่สำคัญ ได้แก่:

  • HSPD-1: จัดตั้งสภาความมั่นคงภายใน (Homeland Security Council)
  • HSPD-2: ปรับเปลี่ยนนโยบายการตรวจคนเข้าเมืองเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย
  • HSPD-5: มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติพัฒนาระบบจัดการเหตุการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ
  • HSPD-7: กำหนดนโยบายการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ
  • HSPD-12: กำหนดมาตรฐานการระบุตัวตนสำหรับผู้ที่เข้าสู่อาคารของรัฐบาลกลาง (นำไปสู่การพัฒนามาตรฐาน FIPS 201)

คำถามที่พบบ่อย

คำสั่งประธานาธิบดีแตกต่างจากกฎหมายอย่างไร?

คำสั่งประธานาธิบดีเป็นคำสั่งทางบริหารที่ออกโดยประธานาธิบดีเพื่อกำหนดวิธีการนำกฎหมายไปปฏิบัติหรือบริหารจัดการรัฐบาล โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการนิติบัญญัติของรัฐสภา แต่ต้องไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายที่มีอยู่

ประธานาธิบดีสามารถยกเลิกคำสั่งของประธานาธิบดีคนก่อนได้หรือไม่?

ได้ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันสามารถเพิกถอนหรือแก้ไขคำสั่งประธานาธิบดีของคนก่อนหน้าได้ทุกเมื่อ เนื่องจากคำสั่งเหล่านี้มีผลบังคับใช้จนกว่าจะถูกยกเลิก

คำสั่งบริหาร (Executive Order) คืออะไร?

คือคำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งประธานาธิบดีออกเพื่อสั่งการหน่วยงานรัฐบาลกลางให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยมีผลผูกพันทางกฎหมายและต้องได้รับการตีพิมพ์ในทะเบียนกลาง

ใครสามารถตรวจสอบคำสั่งประธานาธิบดีได้?

คำสั่งประธานาธิบดีสามารถถูกตรวจสอบได้โดยฝ่ายตุลาการ (ศาล) เพื่อดูว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และสามารถถูกแก้ไขหรือยกเลิกโดยฝ่ายนิติบัญญัติ (รัฐสภา) ผ่านการออกกฎหมายใหม่หรือการตัดงบประมาณ

คำสั่งด้านความมั่นคงแห่งชาติแตกต่างจากคำสั่งบริหารอย่างไร?

คำสั่งด้านความมั่นคงแห่งชาติมักเป็นความลับและมุ่งเน้นไปที่แนวทางนโยบายต่างประเทศและการทหารสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูง ในขณะที่คำสั่งบริหารมักเป็นเรื่องการบริหารงานภายในและเปิดเผยต่อสาธารณะในทะเบียนกลาง