← กลับไปยังบทความทั้งหมด

กระเช้าลอยฟ้า Vallée Blanche เชื่อมต่อฝรั่งเศสและอิตาลีเหนือยอดเขา Mont Blanc

สรุปใจความสำคัญ

  • เชื่อมต่อระหว่างยอดเขา Aiguille du Midi (ฝรั่งเศส) และ Pointe Helbronner (อิตาลี)
  • ก่อสร้างเสร็จและเริ่มให้บริการในปี ค.ศ. 1958 โดยไม่ใช้เฮลิคอปเตอร์ในการก่อสร้าง
  • มีโครงสร้างรองรับแบบแขวน (Suspended Support Pillar) ที่เป็นเอกลักษณ์เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นธารน้ำแข็ง

กระเช้าลอยฟ้า Vallée Blanche (ภาษาอิตาลี: Funivia dei Ghiacciai; ภาษาฝรั่งเศส: Télécabine Panoramic Mont-Blanc) เป็นระบบขนส่งทางอากาศที่น่าทึ่งซึ่งเชื่อมต่อยอดเขาเหนือเมือง Courmayeur ในประเทศอิตาลี และยอดเขาเหนือเมือง Chamonix ในประเทศฝรั่งเศส โดยพาดผ่านมวลเขา Mont Blanc ในเทือกเขาแอลป์

ประวัติและการก่อสร้าง

วิศวกรรมของกระเช้าลอยฟ้านี้ได้รับการพัฒนาโดย Vittorio Zignoli จากมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคแห่งตูริน ความโดดเด่นของการก่อสร้างคือการไม่ใช้เฮลิคอปเตอร์เลย โดยใช้แรงงานจากคนในท้องถิ่นและไกด์นำทางภูเขาเท่านั้น หลังจากใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 4 ปี กระเช้าลอยฟ้าแห่งนี้ได้เริ่มเปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1958

เส้นทางและการเชื่อมต่อ

กระเช้าลอยฟ้าเชื่อมต่อระหว่างยอดเขา Aiguille du Midi (ความสูง 3,778 เมตร) และ Pointe Helbronner (ความสูง 3,466 เมตร) โดยมีระยะทางรวมประมาณ 5 กิโลเมตร

  • ฝั่งฝรั่งเศส: มีระบบกระเช้า Téléphérique de l'Aiguille du Midi ที่เชื่อมต่อยอดเขา Aiguille du Midi กับหมู่บ้าน Chamonix
  • ฝั่งอิตาลี: มีระบบ Skyway Monte Bianco (Funivie Monte Bianco) ที่เชื่อมต่อยอดเขา Pointe Helbronner กับหมู่บ้าน La Palud ทางตอนเหนือของ Courmayeur

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ทอดตัวอยู่เหนืออุโมงค์ Mont Blanc ซึ่งเป็นเส้นทางหลักสำหรับรถยนต์และสินค้าที่วิ่งอยู่ใต้ภูเขา

รายละเอียดทางเทคนิคของระบบ

ระบบของ Vallée Blanche ใช้สายเคเบิลแบบยึดตาย (Fixed track cables) สองเส้น (ทิศทางละเส้น) โดยมีกระเช้าขนาดเล็ก 12 กลุ่ม กลุ่มละ 3 ห้อง ซึ่งถูกลากด้วยสายเคเบิลลากจูง (Haulage rope) ความยาว 10,200 เมตรในลูปเดียว

ระยะเวลาและการเดินทาง

การเดินทางใช้เวลาประมาณ 30 ถึง 35 นาที รวมถึงการหยุดสั้นๆ 5 ครั้ง เพื่อให้กระเช้าที่เดินทางมาถึงสถานีปลายทางทั้งสองฝั่งสามารถเข้าจอดได้

โครงสร้างและสถานี

  1. จาก Aiguille du Midi: กระเช้าจะวิ่งผ่านช่วงระยะ 1,684 เมตร เหนือหุบเขาหิมะและธารน้ำแข็ง Vallée Blanche ไปยังสถานี Gros Rognon (ความสูง 3,536 เมตร) ซึ่งไม่ใช่สถานีสำหรับผู้โดยสาร แต่เป็นจุดติดตั้งตุ้มถ่วงน้ำหนักและรางปรับทิศทางเคเบิล
  2. ผ่านธารน้ำแข็ง Géant: จาก Gros Rognon กระเช้าจะข้ามธารน้ำแข็ง Géant ซึ่งเป็นช่วงที่ยาวที่สุดถึง 2,831 เมตร โดยมีระยะห่างจากพื้นธารน้ำแข็งประมาณ 300 เมตร
  3. โครงสร้างรองรับแบบแขวน: เนื่องจากพื้นธารน้ำแข็งไม่เหมาะกับการสร้างเสาไฟฟ้าสูง จึงมีการติดตั้งสายเคเบิลเหล็ก 3 เส้น ยาว 315 เมตร ระหว่างโขดหิน Large และ Small Flambeau เพื่อทำหน้าที่เป็นเสารองรับแบบแขวน (Suspended Support Pillar)
  4. ถึง Pointe Helbronner: จากจุดรองรับนี้ กระเช้าจะวิ่งต่อไปอีก 447 เมตร จนถึงสถานี Pointe Helbronner

เหตุการณ์สำคัญในอดีต

ในวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 1961 เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงเมื่อเครื่องบิน Republic F-84F Thunderstreak ของกองทัพอากาศฝรั่งเศสบินชนสายเคเบิลลากจูงขาด ส่งผลให้กระเช้า 3 หลังตกลงมาและมีผู้เสียชีวิต 6 ราย อย่างไรก็ตาม นักบินสามารถนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัย และผู้โดยสารอีก 81 คนที่ติดค้างอยู่บนสายเคเบิลที่ยังไม่ขาดได้รับการช่วยเหลือในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ ในวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 2016 เกิดเหตุขัดข้องทำให้ผู้โดยสาร 110 คนติดค้างอยู่บนกระเช้า และต้องได้รับการช่วยเหลือโดยเฮลิคอปเตอร์

คำถามที่พบบ่อย

กระเช้าลอยฟ้า Vallée Blanche ใช้เวลาเดินทางนานเท่าใด?

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 ถึง 35 นาที สำหรับระยะทางทั้งหมดประมาณ 5 กิโลเมตร

กระเช้าลอยฟ้าแห่งนี้เชื่อมต่อเมืองใดบ้าง?

เชื่อมต่อระหว่างเมือง Chamonix ในฝรั่งเศส และ Courmayeur ในอิตาลี ผ่านยอดเขา Aiguille du Midi และ Pointe Helbronner

ทำไมถึงต้องมีโครงสร้างรองรับแบบแขวน?

เพราะพื้นที่บริเวณนั้นเป็นธารน้ำแข็ง ซึ่งไม่เหมาะสมและไม่มั่นคงพอสำหรับการก่อสร้างเสารองรับแบบถาวรที่มีความสูง