Verizon Business บริการเครือข่ายและโซลูชันสำหรับองค์กร
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นหน่วยงานของ Verizon Communications ที่เน้นกลุ่มลูกค้าธุรกิจและรัฐบาล
- ให้บริการเครือข่าย IP ระดับโลกครอบคลุมกว่า 150 ประเทศ
- เคยดำเนินธุรกิจศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ก่อนจะขายกิจการส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ ให้ Equinix ในปี 2016
- เชี่ยวชาญด้านโซลูชัน M2M และ Telematics สำหรับการจัดการยานพาหนะเชิงพาณิชย์
Verizon Business (เดิมชื่อ Verizon Enterprise Solutions) เป็นหน่วยงานหนึ่งของ Verizon Communications ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองบาสกิงริดจ์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา โดยมุ่งเน้นการให้บริการผลิตภัณฑ์และบริการด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจและหน่วยงานรัฐบาล

ประวัติและการปรับโครงสร้างองค์กร
Verizon Business ก่อตั้งขึ้นในเดือนมกราคม พ.ศ. 2549 ภายหลังการเข้าซื้อกิจการ MCI Inc. โดยในช่วงแรกใช้ชื่อว่า Verizon Business ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น Verizon Enterprise Solutions ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 เพื่อให้ครอบคลุมการบริการระดับองค์กรที่กว้างขวางขึ้น
ในปี พ.ศ. 2562 Verizon ได้ปรับโครงสร้างองค์กรออกเป็น 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ Verizon Consumer Group, Verizon Business Group และ Verizon Media Group เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน
การบริหารงาน
หน่วยงานนี้มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำในหลายช่วงเวลา โดย Tami Erwin ได้รับการแต่งตั้งให้ดูแล Verizon Business ในช่วงการปรับโครงสร้างปี พ.ศ. 2562 ต่อมาในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2565 Sowmyanarayan Sampath ได้รับตำแหน่ง CEO และในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2566 Kyle Malady ได้เข้ามารับตำแหน่ง CEO ของ Verizon Business แทนที่ Sampath
ผลิตภัณฑ์และบริการ
Verizon Business ให้บริการครอบคลุมทั้งระบบเครือข่ายไร้สาย (Wireless) และแบบใช้สาย (Wireline) สำหรับวิสาหกิจขนาดใหญ่ ธุรกิจขนาดเล็ก และหน่วยงานภาครัฐ
ระบบเครือข่ายและการเชื่อมต่อ
บริษัทให้บริการ Private IP, Managed WAN และ Managed LAN รวมถึงการดำเนินงานเครือข่าย IP ระดับโลกที่ครอบคลุมกว่า 150 ประเทศ นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2555 ได้มีการเปิดตัวบริการ Private IP Wireless (LTE) ซึ่งเป็นการผสานเทคโนโลยี 4G LTE เข้ากับ MPLS IP VPN ของ Verizon
คลาวด์คอมพิวติ้งและศูนย์ข้อมูล
Verizon Business ให้บริการ คลาวด์แพลตฟอร์ม และศูนย์ข้อมูล โดยมีศูนย์ข้อมูลที่รองรับระบบคลาวด์ (Cloud-enabled data centers) และศูนย์ข้อมูลระดับภูมิภาคจำนวนมาก รวมถึง NAP of the Americas ซึ่งเป็นจุดแลกเปลี่ยนอินเทอร์เน็ตและศูนย์ Colocation ที่สำคัญ
ในปี พ.ศ. 2554 บริษัทได้เข้าซื้อ CloudSwitch เพื่อนำซอฟต์แวร์มาช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้งานแอปพลิเคชันเดิมร่วมกับบริการคลาวด์ได้ อย่างไรก็ตาม ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2559 Verizon ได้ตกลงขายธุรกิจศูนย์ข้อมูลในสหรัฐอเมริกาจำนวน 24 แห่ง ให้แก่ Equinix Inc. ด้วยมูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อุปกรณ์เชื่อมต่อและเทคโนโลยี M2M
บริษัทนำเสนอโซลูชัน Machine to Machine (M2M) เช่น ป้ายดิจิทัล (Digital Signage), เมืองอัจฉริยะ (Smart Cities), มิเตอร์อัจฉริยะ (Smart Meters), การจัดการยานพาหนะ (Fleet Management) และการติดตามทรัพย์สิน
เพื่อขยายขีดความสามารถด้าน M2M Verizon ได้เข้าซื้อ Hughes Telematics ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2555 และเริ่มนำเสนอโซลูชัน Networkfleet ในปี พ.ศ. 2556 เพื่อช่วยให้ธุรกิจขนส่งสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินรถ
ความปลอดภัยทางไซเบอร์
Verizon Business ให้บริการจัดการความปลอดภัยสำหรับผลิตภัณฑ์คลาวด์และอุปกรณ์เคลื่อนที่ ซึ่งครอบคลุมถึงการจัดการภัยคุกคาม การตรวจสอบ การวิเคราะห์ การตอบสนองต่อเหตุการณ์ และการสืบสวนทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล รวมถึงการจัดการอัตลักษณ์และการเข้าถึง (Identity and Access Management) ทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป
คำถามที่พบบ่อย
Verizon Business แตกต่างจาก Verizon Consumer Group อย่างไร?
Verizon Business มุ่งเน้นการให้บริการโซลูชันโทรคมนาคมและไอทีสำหรับองค์กร ธุรกิจขนาดเล็ก และรัฐบาล ในขณะที่ Verizon Consumer Group เน้นการให้บริการแก่ผู้บริโภครายย่อย
บริการ M2M ของ Verizon Business คืออะไร?
คือโซลูชัน Machine to Machine ที่ช่วยให้อุปกรณ์สามารถสื่อสารกันได้โดยไม่ต้องผ่านมนุษย์ เช่น ระบบมิเตอร์อัจฉริยะ หรือระบบติดตามยานพาหนะในกองรถขนส่ง
Verizon Business ให้บริการในประเทศใดบ้าง?
เครือข่ายและบริการของ Verizon Business มีความสามารถในการเข้าถึงและให้บริการในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก
ปัจจุบันใครเป็น CEO ของ Verizon Business?
Kyle Malady ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Verizon Business ตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2566
Verizon Business ยังคงเป็นเจ้าของศูนย์ข้อมูลในสหรัฐฯ หรือไม่?
Verizon ได้ขายธุรกิจศูนย์ข้อมูลในสหรัฐฯ จำนวน 24 แห่งให้แก่ Equinix Inc. ในปี พ.ศ. 2559 ด้วยมูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
