ประวัติช่อง VH1 Classic Europe สถานีโทรทัศน์ดนตรีคลาสสิกแห่งยุโรป
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นช่องดนตรีของ ViacomCBS ที่เน้นเพลงคลาสสิกจากยุค 70s ถึง 2000s
- เปิดตัวบริการแบบ Pan-European ในวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2004
- ออกอากาศแบบไม่มีโฆษณาคั่นตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับเวอร์ชันยุโรป
- ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 2020 และถูกแทนที่ด้วย MTV 80s
VH1 Classic Europe เป็นสถานีโทรทัศน์ดนตรีที่ดำเนินงานโดย ViacomCBS Networks EMEAA โดยมุ่งเน้นการนำเสนอมิวสิกวิดีโอเพลงฮิตในอดีต ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 จนถึงต้นทศวรรษ 2000 รวมถึงการนำเสนอการแสดงสดที่หาดูได้ยากจากยุค 1950 และ 1960 ในบางโอกาส
ประวัติและการดำเนินงาน
ช่อง VH1 Classic เริ่มออกอากาศครั้งแรกในสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1999 และเปิดให้บริการครอบคลุมทั่วทั้งยุโรป อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2004 ได้มีการเปิดตัวบริการแบบ Pan-European ซึ่งแยกการส่งสัญญาณออกจาก VH1 Classic UK อย่างเป็นทางการ
สถานีแห่งนี้ออกอากาศจากสำนักงานของ MTV Networks Europe ในย่าน Camden Town กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร โดยให้บริการผู้ชมในหลายประเทศทั่วยุโรป (ยกเว้นสหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ และอิตาลี) จุดเด่นที่สำคัญของ VH1 Classic Europe คือการไม่มีโฆษณาคั่นตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งแตกต่างจากเวอร์ชันสหราชอาณาจักร โดยเน้นการเปิดมิวสิกวิดีโอจากคลังเพลงขนาดใหญ่ของ MTV Networks Europe อย่างต่อเนื่อง
ความพยายามในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผล
VH1 Classic Europe ออกอากาศในรูปแบบอัตราส่วนภาพ 4:3 (Standard Definition) เช่นเดียวกับช่อง MTV Classic ในอิตาลี และได้มีความพยายามที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบจอกว้าง (Widescreen) หลายครั้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากปัญหาทางเทคนิค
- ครั้งแรก: เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 2015 เวลา 06:00 CET ซึ่งทำให้เกิดปัญหาทางเทคนิคชั่วคราว และมีการเปลี่ยนเป็นจอกว้างได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ ก่อนจะกลับสู่รูปแบบ 4:3 อีกครั้งในเวลา 06:45 CET
- ครั้งที่สอง: เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 เวลา 07:00 CET ซึ่งมีการแสดงผลบางส่วนของมิวสิกวิดีโอเพลง "I Don't Want to Miss a Thing" ของ Aerosmith ก่อนจะตัดกลับไปยังภาพจำลองสถานี (Ident) และล้มเหลวในที่สุด
การปิดตัวและการเปลี่ยนผ่าน
ในช่วงปี ค.ศ. 2020 ช่องเริ่มมีการปรับเปลี่ยนผังรายการ โดยในวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2020 ได้ยกเลิกรายการ Non-Stop Classics, Welcome To The Weekend และ Keep It Classic เพื่อขยายเวลาของรายการ We Are The 80's ให้ครอบคลุมตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึงเที่ยงวันของทุกวัน
ต่อมาในวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2020 รายการ We Are the 80s ถูกยกเลิกและแทนที่ด้วย MTV 80s Takeover และมีการประกาศว่า VH1 Classic Europe พร้อมกับ MTV Rocks เวอร์ชันยุโรป จะปิดตัวลงในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2020 เพื่อถูกแทนที่ด้วยช่อง MTV 80s
ในวันที่ 19 กันยายน ค.ศ. 2020 ช่องได้ออกอากาศตอนสุดท้ายของรายการ Smells Like The 90s และ Nothing But The 00s ส่วนรายการ Keep It Classic ได้ฉายมิวสิกวิดีโอเพลงสุดท้ายที่ไม่ใช่เพลงยุค 80s คือเพลง "Thunder In My Heart" โดย Meck และ Leo Sayer ในเวลา 23:57 CET
VH1 Classic Europe ยุติการออกอากาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 2020 โดยมิวสิกวิดีโอเพลงสุดท้ายที่ถูกเปิดก่อนการเปลี่ยนเป็นช่อง MTV 80s คือเพลง "Born to Run" ของ Bruce Springsteen
รูปแบบรายการ
รายการของช่องถูกแบ่งตามยุคสมัยและแนวเพลง ดังนี้:
เพลงฮิตศตวรรษที่ 20 และต้นทศวรรษ 2000
- Classic...: ช่วงเวลา 30 นาทีที่นำเสนอศิลปินหรือธีมเฉพาะ โดยมักรวมถึงวิดีโอที่หาดูได้ยาก
- VH1 Vintage: วิดีโอและการแสดงที่หาดูได้ยากจากยุค 1950 ถึง 1970
- The Rock Show: มิวสิกวิดีโอเพลงร็อกในอดีต
- Boogie Wonderland: เพลงแนวฟังก์ ดิสโก้ และแดนซ์คลาสสิก
เพลงยุค 1980
- We Are the 80s: รายการหลักที่นำเสนอเพลงจากทศวรรษ 1980
- The 80s Alternative: เพลงทางเลือกและเพลงที่ไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในยุค 80s
- 80s Boys vs 80s Girls: การเปิดเพลงสลับกันระหว่างศิลปินชายและหญิงในยุค 80s
เพลงยุค 1990 และ 2000
- Smells Like the 90s: รายการเพลงฮิตจากทศวรรษ 1990
- Nothing but the 90s: การเปิดเพลงยุค 90s แบบต่อเนื่อง
- Nothing But The 00s: รายการเพลงจากทศวรรษ 2000
คำถามที่พบบ่อย
VH1 Classic Europe คืออะไร?
เป็นสถานีโทรทัศน์ดนตรีในยุโรปที่เน้นการเปิดมิวสิกวิดีโอเพลงฮิตจากยุค 1970 ถึง 2000 โดยไม่มีโฆษณาคั่น
ทำไม VH1 Classic Europe ถึงปิดตัวลง?
ช่องปิดตัวลงในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2020 เพื่อปรับเปลี่ยนแบรนด์และถูกแทนที่ด้วยช่อง MTV 80s
เพลงสุดท้ายที่ออกอากาศบนช่อง VH1 Classic Europe คือเพลงอะไร?
เพลงสุดท้ายคือ "Born to Run" ของ Bruce Springsteen ซึ่งออกอากาศก่อนที่ช่องจะเปลี่ยนเป็น MTV 80s ในวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 2020
