วิกเตอร์ แอช อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำโปแลนด์และอดีตนายกเทศมนตรีน็อกซ์วิลล์
สรุปใจความสำคัญ
- ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีน็อกซ์วิลล์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ (16 ปี)
- เป็นสมาชิกสมาคม Skull and Bones ของมหาวิทยาลัยเยล
- ผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 26 ของสหรัฐฯ เพื่อลดเกณฑ์อายุผู้มีสิทธิเลือกตั้งเหลือ 18 ปี
- ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศโปแลนด์ระหว่างปี 2004-2009
วิกเตอร์ เฮนเดอร์สัน แอช ที่สอง (Victor Henderson Ashe II) เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1945 เป็นนักการทูตและนักการเมืองชาวอเมริกัน สังกัดพรรครีพับลิกัน มีบทบาทสำคัญในฐานะเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศโปแลนด์ และเคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองน็อกซ์วิลล์ รัฐเทนเนสซี เป็นระยะเวลานานที่สุดในประวัติศาสตร์ของเมือง ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1987 ถึง 2004
ประวัติการศึกษาและเส้นทางอาชีพช่วงแรก
แอชเกิดที่เมืองน็อกซ์วิลล์ รัฐเทนเนสซี และเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนรัฐบาล ก่อนจะเข้าเรียนที่โรงเรียนโกรตัน (Groton School) ในรัฐแมสซาชูเซตส์ และโรงเรียนฮอทช์คิส (Hotchkiss School) ในรัฐคอนเนตทิคัต ต่อมาเขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) ในปี ค.ศ. 1967 ซึ่งในช่วงที่ศึกษาอยู่ที่เยล เขาเป็นสมาชิกของสมาคมลับ Skull and Bones เช่นเดียวกับจอร์จ ดับเบิลยู. บุช
ในปี ค.ศ. 1974 แอชได้รับปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต (Juris Doctor) จากวิทยาลัยกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยเทนเนสซี ก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมือง เขาเคยทำงานเป็นเด็กฝึกงานให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บิล บร็อก และเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ให้กับวุฒิสมาชิก ฮาวเวิร์ด เบเกอร์
การเข้าสู่การเมืองระดับรัฐ
ในปี ค.ศ. 1968 ขณะที่มีอายุเพียง 23 ปี แอชได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรัฐเทนเนสซี โดยเขามีบทบาทสำคัญในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 26 ของสหรัฐฯ เพื่อลดเกณฑ์อายุผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงเหลือ 18 ปี รวมถึงการร่างกฎหมายลดเกณฑ์อายุบรรลุนิติภาวะลงเหลือ 18 ปีในปี ค.ศ. 1971
เส้นทางการเมืองของเขาประสบอุปสรรคในปี ค.ศ. 1974 เมื่อเขาชนะการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรครีพับลิกันเพื่อชิงที่นั่งวุฒิสมาชิกของรัฐเทนเนสซี แต่ศาลฎีกาแห่งรัฐเทนเนสซีตัดสินว่าเขาขาดคุณสมบัติเนื่องจากอายุไม่ครบ 30 ปีในวันเลือกตั้งทั่วไป ส่งผลให้พรรครีพับลิกันต้องเสนอชื่อ มาร์ธา แอช มารดาของเขา ให้ลงสมัครแทน โดยมีการตกลงกันว่าเธอจะลาออกในเดือนมกราคม ค.ศ. 1975 เมื่อวิกเตอร์ แอช อายุครบ 30 ปี ซึ่งหลังจากนั้นเขาจึงได้รับการแต่งตั้งและได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกของรัฐเป็นเวลา 9 ปี
นอกจากนี้ ในช่วงปี ค.ศ. 1967 ถึง 1973 แอชยังเป็นสมาชิกกองหนุนทางอากาศของหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ (United States Marine Corps Air Reserves) และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารของคณะกรรมาธิการ Americans Outdoors ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 ถึง 1987
การดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีน็อกซ์วิลล์
วิกเตอร์ แอช ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีเมืองน็อกซ์วิลล์ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1987 และดำรงตำแหน่งยาวนานถึง 16 ปี ซึ่งถือเป็นวาระที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของเมือง ในช่วงการบริหารของเขา แอชได้ผลักดันโครงการพัฒนาเมืองหลายด้าน ดังนี้:
- การพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ: พัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเทนเนสซีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ
- การสร้างศูนย์ประชุม: เพื่อดึงดูดการจัดงานแสดงสินค้าและการประชุมทางธุรกิจ แม้ว่าโครงการนี้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากชาวเมืองบางส่วนว่าน็อกซ์วิลล์ยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียงพอในการดึงดูดงานระดับใหญ่
- การฟื้นฟูย่านใจกลางเมือง: รวมถึงการควบคุมป้ายโฆษณาและป้ายประกาศต่างๆ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ในด้านสังคม แอชให้ความสำคัญกับความหลากหลายในคณะบริหาร โดยเพิ่มสัดส่วนของผู้หญิงและกลุ่มชาติพันธุ์ในคณะกรรมการชุดต่างๆ นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 1998 เขาได้ใช้อำนาจบริหารจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติงานของตำรวจ (Police Advisory Review Committee) เพื่อตรวจสอบกรณีการเสียชีวิตที่น่าสงสัยของชายผิวดำ 3 รายจากการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างชุมชนผิวดำและกรมตำรวจในขณะนั้น
การอนุรักษ์พื้นที่สีเขียวและโบราณสถาน
แอชเป็นผู้สนับสนุนการอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์และพื้นที่สาธารณะอย่างแรงกล้า ในสมัยของเขา พื้นที่สวนสาธารณะในน็อกซ์วิลล์เพิ่มขึ้นจาก 700 เอเคอร์ เป็น 1,700 เอเคอร์ และมีการเพิ่มเส้นทางสีเขียว (Greenway) อีก 30 ไมล์ นอกจากนี้เขายังริเริ่มโครงการ "Penny for the Parks" เพื่อระดมทุนผ่านภาษี 1 เซนต์และเงินสมทบจากรัฐบาลกลาง เพื่อนำมาใช้ในการดูแลสวนสาธารณะและอนุรักษ์โบราณสถาน
จากผลงานด้านนี้ เขาได้รับเหรียญ Cornelius Amory Pugsley Medal จากสถาบัน American Academy for Park and Recreation Administration เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จในการพัฒนาพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะ
บทบาทเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำโปแลนด์
วิกเตอร์ แอช ได้รับการแต่งตั้งและสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศโปแลนด์ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2004 โดยก่อนหน้านี้ในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี เขาได้สร้างความสัมพันธ์แบบเมืองพี่เมืองน้อง (Sister City) ระหว่างน็อกซ์วิลล์และเมืองเชลม์ (Chełm) ประเทศโปแลนด์
ภารกิจสำคัญในช่วงการดำรงตำแหน่ง ได้แก่:
- การอำนวยความสะดวกด้านวีซ่า: แอชพยายามแก้ไขปัญหาความยากลำบากของชาวโปแลนด์ในการขอวีซ่าท่องเที่ยวและทำงานในสหรัฐฯ โดยหลังจากหารือกับประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช และประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ควาชนีเยฟสกี ของโปแลนด์ในปี ค.ศ. 2005 ประธานาธิบดีบุชได้เสนอให้ลดอัตราการปฏิเสธวีซ่าสำหรับชาวโปแลนด์
- การส่งเสริมการค้า: แอชมองเห็นศักยภาพทางเศรษฐกิจของโปแลนด์และส่งเสริมให้ธุรกิจจากน็อกซ์วิลล์และตะวันออกของรัฐเทนเนสซีสร้างพันธมิตรทางการค้ากับโปแลนด์ โดยในปี ค.ศ. 2005 เขาได้แนะนำให้กลุ่มธุรกิจ 16 แห่งจัดคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปยังโปแลนด์
วิกเตอร์ แอช สิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตเมื่อวันที่ 26 กันยายน ค.ศ. 2009
คำถามที่พบบ่อย
วิกเตอร์ แอช คือใคร?
วิกเตอร์ แอช เป็นอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศโปแลนด์ และอดีตนายกเทศมนตรีเมืองน็อกซ์วิลล์ รัฐเทนเนสซี ผู้ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของเมือง
ผลงานที่โดดเด่นของวิกเตอร์ แอช ในฐานะนายกเทศมนตรีคืออะไร?
เขาโดดเด่นในด้านการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำ การเพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะและเส้นทางสีเขียวในเมืองน็อกซ์วิลล์อย่างมาก และการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติงานของตำรวจเพื่อสร้างความโปร่งใส
วิกเตอร์ แอช มีความสัมพันธ์อย่างไรกับจอร์จ ดับเบิลยู. บุช?
ทั้งคู่เป็นสมาชิกของสมาคม Skull and Bones ที่มหาวิทยาลัยเยล
บทบาทของเขาในฐานะเอกอัครราชทูตประจำโปแลนด์มีอะไรบ้าง?
เขาเน้นการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้า และการประสานงานเพื่อลดอัตราการปฏิเสธวีซ่าสำหรับชาวโปแลนด์ที่ต้องการเดินทางไปสหรัฐฯ

