← กลับไปยังบทความทั้งหมด

VLS-1 V01 ความล้มเหลวของการปล่อยจรวดครั้งแรกของบราซิล

สรุปใจความสำคัญ

  • VLS-1 V01 ถูกปล่อยเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 1997 จากศูนย์ปล่อยจรวดอัลกันตารา ประเทศบราซิล
  • สาเหตุของความล้มเหลวเกิดจากบูสเตอร์เสริมตัวหนึ่งไม่ทำงาน ทำให้จรวดเสียสมดุลและต้องถูกทำลายระยะไกล
  • จรวดถูกทำลายที่ความสูง 3,230 เมตร หลังจากปล่อยตัวได้เพียง 65 วินาที
  • ภารกิจนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งดาวเทียม SCD-2A ขึ้นสู่วงโคจรที่ความสูง 750 กิโลเมตร

VLS-1 V01 คือการปล่อยจรวด VLS-1 ครั้งแรกของประเทศบราซิล ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 1997 จากศูนย์ปล่อยจรวดอัลกันตารา (Alcântara Launch Center) โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งดาวเทียม SCD-2A ขึ้นสู่วงโคจร อย่างไรก็ตาม ภารกิจนี้จบลงด้วยความล้มเหลว เมื่อจรวดถูกสั่งทำลายระยะไกลเนื่องจากออกนอกเส้นทางที่กำหนด

การปล่อยจรวด VLS-1 V01
ภาพการปล่อยจรวด VLS-1 V01 จากศูนย์ปล่อยจรวดอัลกันตารา

ภูมิหลังและเป้าหมายของภารกิจ

โครงการจรวด VLS-1 ถูกเสนอครั้งแรกในปี 1979 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจอวกาศที่สมบูรณ์ของบราซิล แม้จะมีการวางแผนปล่อยครั้งแรกในปี 1989 แต่โครงการกลับถูกเลื่อนออกไปหลายครั้งจนกระทั่งพร้อมปฏิบัติการในปี 1997 ภายใต้ชื่อ "Operation Brazil"

เป้าหมายหลักของภารกิจคือการนำดาวเทียม SCD-2A ซึ่งพัฒนาโดยสถาบันวิจัยอวกาศแห่งชาติ (INPE) ขึ้นสู่วงโคจรวงกลมที่ระดับความสูง 750 กิโลเมตร พร้อมทั้งทดสอบสมรรถนะของตัวจรวด โดยตัวต้นแบบ VLS รุ่นแรกนี้ใช้เทคโนโลยีของบราซิลถึง 80%

ต้นทุนและการเตรียมการ

ค่าใช้จ่ายในการปล่อยจรวดครั้งนี้อยู่ที่ประมาณ 7.215 ล้านเรอัล (เทียบเท่าประมาณ 12.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024) ซึ่งถูกออกแบบมาให้มีราคาถูกกว่าจรวด Pegasus ของสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม การเตรียมการเต็มไปด้วยอุปสรรค ทั้งการเลื่อนกำหนดการเนื่องจากปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน การถูกฟ้าผ่า และความขัดข้องของเรดาร์ Doppler จากบริษัท Thomson-CSF ซึ่งทำให้ต้องเลื่อนการปล่อยจากปลายเดือนตุลาคมมาเป็นวันที่ 2 พฤศจิกายน

เหตุการณ์ระหว่างการปล่อยจรวด

ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ระหว่างการนับถอยหลัง ต้องมีการหยุดเวลาชั่วคราวประมาณ 15 นาที เนื่องจากมีเครื่องบินรุกล้ำเข้าในเขตหวงห้ามทางอากาศ

เมื่อเวลา 00:25 น. (UTC) จรวดที่มีมวล 50 ตันได้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งนาที เจ้าหน้าที่เทคนิคพบความผิดปกติที่ บูสเตอร์เสริม (Strap-on booster) ตัว D ซึ่งส่งผลให้จรวดไต่ระดับในลักษณะเอียง แม้ว่าระบบควบคุมจะพยายามแก้ไขทิศทาง แต่ความไม่สมดุลของน้ำหนักประมาณ 7 ตันทำให้จรวดเสียการทรงตัว

เพียง 65 วินาทีหลังการปล่อย จรวดถูกสั่งทำลายระยะไกลที่ความสูง 3,230 เมตร ขณะที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 700 กม./ชม. ส่งผลให้ดาวเทียมมูลค่า 5 ล้านดอลลาร์ และตัวจรวดมูลค่า 6.5 ล้านดอลลาร์ถูกทำลายทั้งหมด โดยเศษซากตกลงในพื้นที่ทะเลที่กำหนดไว้ห่างจากฐานปล่อยประมาณ 2 กิโลเมตร

บทวิเคราะห์และผลกระทบที่ตามมา

Luiz Gylvan Meira Filho ประธานสำนักงานอวกาศบราซิล (AEB) ในขณะนั้น ระบุว่าการที่จรวดพยายามแก้ไขเส้นทางด้วยตัวเองถือเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมในระดับหนึ่ง และการสอบสวนพบว่าสาเหตุเกิดจาก "อุปกรณ์ความปลอดภัยทางกลไก" ทำงานผิดพลาด ทำให้คำสั่งจุดระเบิดไพโรเทคนิคไม่ส่งไปถึงบูสเตอร์

อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากผู้เชี่ยวชาญว่าอุบัติเหตุครั้งนี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ หากมีการทดสอบชุดบูสเตอร์ทั้งหมดแบบบูรณาการ (Integrated Test) แทนที่จะทดสอบแยกทีละตัวตามที่สถาบันเทคโนโลยีการบินและอวกาศ (ITA) ได้แนะนำไว้ แต่เนื่องจากความกดดันด้านเวลา ทำให้การทดสอบบางส่วนถูกข้ามไป

ความล้มเหลวครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญก่อนการปล่อยครั้งถัดไปในปี 1999 ซึ่งสุดท้ายก็จบลงด้วยความล้มเหลวและการทำลายยานระยะไกลเช่นเดียวกัน

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมจรวด VLS-1 V01 ถึงล้มเหลว?

เกิดจากความผิดพลาดของอุปกรณ์ความปลอดภัยทางกลไกที่ทำให้บูสเตอร์เสริมตัวหนึ่งไม่ทำงาน ส่งผลให้จรวดไต่ระดับเอียงและเสียสมดุลจนต้องถูกสั่งทำลายระยะไกล

ดาวเทียมที่บรรทุกไปกับจรวดครั้งนี้คืออะไร?

ดาวเทียม SCD-2A ซึ่งพัฒนาโดยสถาบันวิจัยอวกาศแห่งชาติ (INPE) ของบราซิล

ความเสียหายจากเหตุการณ์นี้มีมูลค่าเท่าใด?

ดาวเทียมมีมูลค่าประมาณ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และตัวจรวดมีมูลค่าประมาณ 6.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ