ดับเบิลยู ดับเบิลยู เกร็ก ปรมาจารย์ด้านบรรณานุกรมและผู้เชี่ยวชาญเชกสเปียร์
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นหนึ่งในนักบรรณานุกรมและผู้เชี่ยวชาญด้านเชกสเปียร์ที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 20
- เป็นผู้เขียนบทความ 'The rationale of copy-text' ซึ่งมีอิทธิพลอย่างสูงต่อการวิจารณ์ตัวบท (Textual Criticism)
- ได้รับบรรดาศักดิ์อัศวินในปี ค.ศ. 1950 และเป็นอดีตประธานสมาคมบรรณานุกรม (Bibliographical Society)
เซอร์ วอลเตอร์ วิลสัน เกร็ก (Sir Walter Wilson Greg) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ดับเบิลยู ดับเบิลยู เกร็ก เป็นหนึ่งในนักบรรณานุกรมและผู้เชี่ยวชาญด้านผลงานของวิลเลียม เชกสเปียร์ ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในศตวรรษที่ 20 โดยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบการวิจารณ์ตัวบท (Textual Criticism) และการทำความเข้าใจประวัติศาสตร์การพิมพ์ในยุคเรเนซองส์
ประวัติครอบครัวและการศึกษา
เกร็กเกิดเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ค.ศ. 1875 ที่วิมเบิลดัน คอมมอน โดยเป็นบุตรของวิลเลียม ราธโบน เกร็ก นักเขียนความเรียง และมารดาเป็นบุตรสาวของเจมส์ วิลสัน ผู้ก่อตั้งนิตยสาร The Economist ในปี ค.ศ. 1843 ซึ่งทำให้เกร็กถูกคาดหวังให้สืบทอดตำแหน่งบรรณาธิการของนิตยสารดังกล่าวในอนาคต
เขาได้รับการศึกษาจากโรงเรียนวิกเซนฟอร์ด, แฮร์โรว์ และวิทยาลัยทรีนิตี มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในขณะที่ศึกษาอยู่ที่เคมบริดจ์ เขาได้พบกับโรนัลด์ แมคเคอร์โรว์ ซึ่งเป็นมิตรภาพที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกเดินเส้นทางสายวรรณกรรมของเขา เกร็กเป็นสมาชิกเริ่มแรกของสมาคมมาโลน (Malone Society) และได้รวบรวมรายชื่อบทละครยุคเรเนซองส์ที่ตีพิมพ์ก่อนปี ค.ศ. 1700 ตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน นอกจากนี้ เขายังเข้าร่วมสมาคมบรรณานุกรม (Bibliographical Society) และดำรงตำแหน่งประธานสมาคมในช่วงปี ค.ศ. 1930 ถึง 1932 และได้รับเหรียญทองของสมาคมในปี ค.ศ. 1935
เส้นทางอาชีพและผลงานทางวิชาการ
หลังจากจบการศึกษา เกร็กใช้ชีวิตอย่างอิสระโดยอาศัยรายได้จากหุ้นของ The Economist ซึ่งทำให้เขาสามารถทุ่มเทเวลาให้กับการผลิตผลงานทางวิชาการได้อย่างต่อเนื่อง เขาได้ร่วมงานกับ เอ. เอช. บูลเลน ในการผลิตผลงาน Pastoral Poetry and Pastoral Drama (1906) รวมถึงการเรียบเรียงสมุดบัญชีของฟิลิป เฮนสโลว์ และเอกสารของเอ็ดเวิร์ด แอลลีน ซึ่งทำให้เขาได้รับความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับสภาพการละครในยุคเรเนซองส์
เกร็กดำรงตำแหน่งบรรณารักษ์ของวิทยาลัยทรีนิตีระหว่างปี ค.ศ. 1907 ถึง 1913 และเป็นบรรณาธิการทั่วไปของสมาคมมาโลนระหว่างปี ค.ศ. 1906 ถึง 1939 นอกจากนี้ เขายังได้รับตำแหน่ง Sandars Readership ในด้านบรรณานุกรมที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในปี ค.ศ. 1913 เพื่อบรรยายเรื่องปัญหาทางบรรณานุกรมและตัวบทของบทละครปาฏิหาริย์ (Miracle-play Cycles) ของอังกฤษ
ผลงานการแก้ไขตัวบทและการวิจัย
ในฐานะนักวิชาการอิสระ เกร็กได้ผลิตฉบับแก้ไขของบทละครหลายเรื่อง เช่น The Merry Wives of Windsor (1910), Sir Thomas More (1911) และงานของโรเบิร์ต กรีน และจอร์จ พีล (1923) รวมถึงงานชิ้นสำคัญอย่าง Doctor Faustus (1950)
เขายังเขียนงานวิจัยเกี่ยวกับสภาพทางวัตถุของการละครและการพิมพ์ในยุคเรเนซองส์ของอังกฤษ เช่น Dramatic Documents from the Elizabethan Playhouses (1931) และ English Literary Autographs, 1550–1650 (1932) รวมถึงการวิเคราะห์อย่างละเอียดใน The Variants in the First Quarto of King Lear (1940)
ผลงานชิ้นเอกในยุคหลัง
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เกร็กย้ายไปอยู่ที่ซัสเซกซ์และใช้เวลาเตรียมงานวิจัยชิ้นสำคัญในทศวรรษ 1950 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อวงการวิจารณ์ตัวบท ได้แก่:
- The Editorial Problem in Shakespeare (1951)
- The Shakespeare First Folio: Its Bibliographical and Textual History (1955)
- Some Aspects and Problems of London Publishing, 1550–1650 (1954)
- The rationale of copy-text (1950) - บทความที่วางรากฐานสำคัญให้กับการวิจารณ์ตัวบทสมัยใหม่
เกร็กได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ American Philosophical Society ในปี ค.ศ. 1945 และได้รับบรรดาศักดิ์อัศวินในปี ค.ศ. 1950 นอกจากนี้เขายังเป็น Lyell Reader ในด้านบรรณานุกรมที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดในช่วงปี ค.ศ. 1954–1955
ความสัมพันธ์ทางวิชาการ
เกร็กมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ อัลเฟรด ดับเบิลยู. พอลลาร์ด ในการพัฒนาความเข้าใจสมัยใหม่เกี่ยวกับการส่งต่อตัวบทของเชกสเปียร์ ซึ่งช่วยให้เหล่านักวิชาการสามารถระบุที่มาและลำดับการแก้ไขของบทละครได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
รายการผลงานตีพิมพ์ที่สำคัญ
| ปีที่พิมพ์ | ชื่อผลงาน |
|---|---|
| 1950 | The Rationale of Copy-Text |
| 1956 | Shakespeare Quartos in Collotype Facsimile |
| 1959 | A Bibliography of the English Printed Drama to the Restoration |
| 1961 | The Tragical History of the Life and Death of Doctor Faustus |
คำถามที่พบบ่อย
ดับเบิลยู ดับเบิลยู เกร็ก คือใคร?
เขาเป็นนักบรรณานุกรมและผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณกรรมของวิลเลียม เชกสเปียร์ ชาวอังกฤษ ผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบการวิจารณ์ตัวบทและการศึกษาประวัติศาสตร์การพิมพ์ในยุคเรเนซองส์
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาคืออะไร?
ผลงานที่โดดเด่นที่สุด ได้แก่ 'The Editorial Problem in Shakespeare' และบทความ 'The rationale of copy-text' ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการแก้ไขตัวบทวรรณกรรมสมัยใหม่
เกร็กมีความเกี่ยวข้องกับนิตยสาร The Economist อย่างไร?
ปู่ของเขาเป็นผู้ก่อตั้งนิตยสาร The Economist และเกร็กถูกคาดหวังให้เป็นบรรณาธิการของนิตยสารดังกล่าว แต่เขาเลือกที่จะเดินเส้นทางสายวิชาการด้านวรรณกรรมแทน