← กลับไปยังบทความทั้งหมด

วีเวอร์วิลล์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมืองประวัติศาสตร์ยุคตื่นทอง

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งในปี 1850 ในช่วงยุคตื่นทองของแคลิฟอร์เนีย
  • เป็นที่ตั้งของจอสเฮาส์ (Joss House) วัดจีนที่เก่าแก่ที่สุดในแคลิฟอร์เนียที่ยังเปิดใช้งานอยู่
  • มีระบบไฟฟ้าเป็นของตนเอง (Trinity PUD) เพื่อความเป็นอิสระด้านพลังงาน
  • เป็นศูนย์กลางการบริหารของเทศมณฑลทรีนิตี (Trinity County)

วีเวอร์วิลล์ (Weaverville) หรือในภาษาชิมาริโกเรียกว่า Ho'raqtu เป็นพื้นที่ที่กำหนดโดยสำมะโนประชากร (Census-designated place) และเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางการบริหารของเทศมณฑลทรีนิตี (Trinity County) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา จากข้อมูลสำมะโนประชากรปี 2020 เมืองนี้มีประชากร 3,667 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3,600 คนในปี 2010

ถนนสายหลักในเมืองวีเวอร์วิลล์ เดือนเมษายน 2020
บรรยากาศถนนสายหลัก (Main Street) ในเมืองวีเวอร์วิลล์

ประวัติศาสตร์และการก่อตั้ง

วีเวอร์วิลล์ก่อตั้งขึ้นในปี 1850 ในช่วงยุคตื่นทองของแคลิฟอร์เนีย (California Gold Rush) โดยตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาของพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติทรีนิตีแอลป์ (Trinity Alps Wilderness Area) ในอดีตเมืองนี้เคยเป็นแหล่งพำนักของนักขุดทองชาวจีนประมาณ 2,000 คน และมีย่านไชน่าทาวน์เป็นของตนเอง แม้ว่าย่านไชน่าทาวน์ส่วนใหญ่จะถูกทำลายโดยไฟไหม้ในปี 1911 และนักขุดทองจำนวนมากได้ย้ายออกไปหลังจากยุคตื่นทองสิ้นสุดลง แต่ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ยังคงปรากฏให้เห็นผ่านอนุสาวรีย์และสถาปัตยกรรมทั่วเมือง

หนึ่งในสถานที่สำคัญคือ จอสเฮาส์ (Joss House) ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1852 ถือเป็นวัดจีนที่ยังเปิดใช้งานอยู่เก่าแก่ที่สุดในแคลิฟอร์เนีย และเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในวีเวอร์วิลล์ โดยเป็นที่เก็บรักษาวัตถุโบราณของชาวจีนจากศตวรรษที่ 19

แผนที่แสดงตำแหน่งของวีเวอร์วิลล์ในสหรัฐอเมริกา
ตำแหน่งที่ตั้งของเมืองวีเวอร์วิลล์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

สถาปัตยกรรมและสถานที่ท่องเที่ยว

วีเวอร์วิลล์มีสถาปัตยกรรมยุคตื่นทองที่โดดเด่นและแปลกตา โดยเฉพาะบันไดวนที่เป็นเอกลักษณ์บนถนนสายหลัก (Main Street) นอกจากนี้ยังมีศาลากลางจังหวัดสีแดงและแท่นบรรเลงเพลงเก่าแก่

  • พิพิธภัณฑ์เจค แจ็คสัน (Jake Jackson Museum): อาคารดั้งเดิมจากทศวรรษ 1850 ที่จัดแสดงอุปกรณ์การขุดทอง เครื่องมือ ภาพถ่าย และของที่ระลึกจากยุคตื่นทอง
  • Diggins Saloon และ New York Saloon: สถานบันเทิงที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ยุคตื่นทองและยังคงเปิดต้อนรับผู้มาเยือนจนถึงปัจจุบัน

สำหรับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เมืองนี้เป็นจุดเริ่มต้นของระบบเส้นทางเดินป่า Trinity Alps Basin Trails ซึ่งเป็นเครือข่ายเส้นทางเดินป่าและปั่นจักรยานที่ได้รับการดูแลอย่างดี ครอบคลุมพื้นที่ทรีนิตีแอลป์และทะเลสาบที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบทรีนิตี (Trinity Lake) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่สร้างขึ้นเพื่อการชลประทานและการอุปโภคบริโภค และเป็นจุดพักผ่อนยอดนิยมสำหรับนักแคมป์ปิ้งและนักล่องเรือ

ทัศนียภาพของเมืองวีเวอร์วิลล์
บรรยากาศโดยรวมของเขตชุมชนในวีเวอร์วิลล์

ภูมิศาสตร์และภูมิอากาศ

วีเวอร์วิลล์ตั้งอยู่ที่พิกัด 40°44′12″N 122°56′10″W มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 12.9 ตารางไมล์ (33 ตารางกิโลเมตร) โดยเป็นพื้นที่บกทั้งหมด

สภาพภูมิอากาศเป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียน (Köppen Csa/Csb) แต่เนื่องจากตั้งอยู่ในหุบเขาตอนใน จึงมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าปกติและมีความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนสูง ทำให้ช่วงเช้ามีอากาศหนาวเย็นกว่าพื้นที่อื่นในภูมิอากาศประเภทเดียวกัน

เดือน อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย (°F) อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย (°F)
มกราคม 47.2 27.4
กรกฎาคม 94.1 49.1

เศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน

ในอดีต การทำไม้และการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักของเมือง ปัจจุบันวีเวอร์วิลล์เป็นที่รู้จักในด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติ

สิ่งที่น่าสนใจคือระบบไฟฟ้าของเมือง ซึ่งวีเวอร์วิลล์ได้จัดตั้งบริษัทไฟฟ้าของตนเองที่ชื่อว่า Trinity PUD เพื่อให้เป็นอิสระจากบริษัท PG&E โดยเน้นการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานน้ำในท้องถิ่น

ในด้านการสื่อสาร Trinity Journal เป็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่เก่าแก่ที่สุดฉบับหนึ่งในแคลิฟอร์เนียที่ยังคงตีพิมพ์อยู่ โดยเริ่มตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1856 และยังคงทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลหลักของเทศมณฑลจนถึงปัจจุบัน

คำถามที่พบบ่อย

วีเวอร์วิลล์มีความสำคัญอย่างไรในยุคตื่นทอง?

วีเวอร์วิลล์เป็นเมืองขุดทองที่มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 19 โดยเคยเป็นที่พำนักของนักขุดทองชาวจีนจำนวนมากและมีย่านไชน่าทาวน์ที่สำคัญ

จอสเฮาส์ (Joss House) คืออะไร?

จอสเฮาส์เป็นวัดจีนที่สร้างขึ้นในปี 1852 ซึ่งเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองและเป็นวัดจีนที่เก่าแก่ที่สุดในแคลิฟอร์เนียที่ยังคงเปิดใช้งานอยู่

กิจกรรมท่องเที่ยวหลักในวีเวอร์วิลล์คืออะไร?

การเดินชมสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ในตัวเมือง การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เจค แจ็คสัน และการเดินป่าในระบบเส้นทาง Trinity Alps Basin Trails