← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Weeksville, Brooklyn ประวัติศาสตร์ชุมชนคนผิวดำในนิวยอร์ก

สรุปใจความสำคัญ

  • Weeksville เป็นชุมชนคนผิวดำที่เป็นอิสระที่ใหญ่เป็นอันดับสองในสหรัฐอเมริกาก่อนสงครามกลางเมือง
  • James Hurley เป็นนักประวัติศาสตร์ที่ค้นพบร่องรอยของ Weeksville อีกครั้งในปี 1968
  • บ้าน Hunterfly Road Houses ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งชาติในปี 1972
  • โรงเรียน Colored School no. 2 เป็นโรงเรียนแห่งแรกในสหรัฐฯ ที่มีการบูรณาการทั้งครูและนักเรียนผิวดำ

Weeksville เป็นย่านประวัติศาสตร์ที่ก่อตั้งโดยชาวแอฟริกัน-อเมริกันที่เป็นอิสระในบรูคลิน รัฐนิวยอร์ก หลังจากความสำเร็จของการสร้างสะพานบรูคลิน การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วทำให้ Weeksville ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา จนกระทั่งได้รับการค้นพบและอนุรักษ์โดยนักประวัติศาสตร์ James Hurley ในปัจจุบัน Weeksville เป็นส่วนหนึ่งของย่าน Crown Heights

ประวัติศาสตร์การก่อตั้ง

Weeksville ได้รับชื่อตาม James Weeks อดีตคนงานขนถ่ายสินค้าจากรัฐเวอร์จิเนียที่ได้รับอิสระ ในปี 1838 James Weeks ได้ซื้อที่ดินจาก Henry C. Thompson ซึ่งเป็นนักลงทุนด้านที่ดินชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ในเขต Ninth Ward ของบรูคลินตอนกลาง

หมู่บ้านแห่งนี้ถูกก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มนักลงทุนและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวแอฟริกัน-อเมริกัน เพื่อให้เป็นชุมชนเจ้าของที่ดินโดยตั้งใจ โดยครอบคลุมพื้นที่ในบริเวณ Bedford Hills ทางตะวันออก ซึ่งมีขอบเขตอยู่ระหว่างถนน Fulton Street, East New York Avenue, Ralph Avenue และ Troy Avenue

ความรุ่งเรืองของชุมชน

ภายในปี 1850 Weeksville มีผู้อยู่อาศัยมากกว่า 500 คนจากทั่วชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ และมีผู้ที่เกิดในแอฟริกาสองคน โดยเกือบ 40% ของผู้อยู่อาศัยเป็นผู้ที่เกิดในทางตอนใต้ของประเทศ Weeksville กลายเป็นชุมชนคนผิวดำที่เป็นอิสระที่ใหญ่เป็นอันดับสองในสหรัฐอเมริกาในช่วงก่อนสงครามกลางเมือง

  • การเมืองและสิทธิ: ในยุคนั้น ผู้ชายที่ไม่ใช่คนผิวขาวในนิวยอร์กต้องเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์มูลค่า 250 ดอลลาร์และเสียภาษีเพื่อที่จะมีสิทธิเลือกตั้ง
  • สถาบันในชุมชน: หมู่บ้านแห่งนี้มีโบสถ์ (เช่น Bethel Tabernacle African Methodist Episcopal Church และ Berean Missionary Baptist Church), โรงเรียน (Colored School no. 2), ทีมเบสบอล, สุสาน และบ้านพักคนชรา
  • สื่อและองค์กร: Weeksville มีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งในฉบับแรกๆ ของคนผิวดำที่ชื่อว่า Freedman's Torchlight และเป็นสำนักงานใหญ่ระดับชาติของ African Civilization Society และ Howard Colored Orphan Asylum

ในช่วงเหตุการณ์จลาจล New York Draft Riots ปี 1863 ชุมชนแห่งนี้ได้กลายเป็นที่ลี้ภัยสำหรับชาวแอฟริกัน-อเมริกันจำนวนมากที่หลบหนีมาจากแมนฮัตตัน

การเลือนหายและการค้นพบอีกครั้ง

หลังจากการสร้างสะพานบรูคลินในปี 1883 และการเติบโตของเมืองนิวยอร์ก Weeksville ค่อยๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Crown Heights และความทรงจำเกี่ยวกับหมู่บ้านแห่งนี้ถูกลืมเลือนไป

การค้นหา Historic Weeksville เริ่มต้นขึ้นในปี 1968 โดย James Hurley นักประวัติศาสตร์จากสถาบัน Pratt Institute ในการประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับย่านต่างๆ ในบรูคลินและนิวยอร์ก

แผนที่ของ Weeksville ในบรูคลิน
แผนที่แสดงตำแหน่งของ Weeksville ในบรูคลิน

ศูนย์มรดก Weeksville (Weeksville Heritage Center)

การค้นพบบ้าน Hunterfly Road Houses ในปี 1968 นำไปสู่การก่อตั้ง The Society for the Preservation of Weeksville and Bedford-Stuyvesant History (ปัจจุบันคือ Weeksville Heritage Center)

ในปี 1970 บ้านเหล่านี้ได้รับการประกาศให้เป็นจุดสังเกตของเมืองนิวยอร์ก และในปี 1972 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งชาติในชื่อ Hunterfly Road Historic District

บ้าน Hunterfly Road Houses
บ้านประวัติศาสตร์ Hunterfly Road Houses
Weeksville Heritage Center
Weeksville Heritage Center ในปัจจุบัน

หลังจากได้รับการบูรณะในปี 2005 บ้านเหล่านี้ได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชม โดยแต่ละหลังแสดงประวัติศาสตร์ของ Weeksville ในยุคสมัยที่แตกต่างกัน และในปี 2014 ได้มีการสร้างศูนย์การศึกษาและวัฒนธรรมขนาด 19,000 ตารางฟุตเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย

Weeksville ก่อตั้งขึ้นเมื่อใดและโดยใคร?

Weeksville ก่อตั้งขึ้นโดย James Weeks และกลุ่มนักลงทุนและนักเคลื่อนไหวชาวแอฟริกัน-อเมริกัน โดยเริ่มจากการซื้อที่ดินในปี 1838

ทำไม Weeksville ถึงถูกลืมเลือนไป?

หลังจากการสร้างสะพานบรูคลินในปี 1883 และการขยายตัวของเมืองนิวยอร์กอย่างรวดเร็ว ทำให้ Weeksville กลายเป็นส่วนหนึ่งของย่าน Crown Heights และถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา

Weeksville Heritage Center คืออะไร?

Weeksville Heritage Center คือศูนย์มรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการบูรณะจากบ้าน Hunterfly Road Houses เพื่อให้ความชิดใกล้กับประวัติศาสตร์ของชุมชนคนผิวดำในบรูคลิน