เวลท์คลาสเซอ อิน เคิลน์ (Weltklasse in Köln)
สรุปใจความสำคัญ
- จัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1934 และสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1999
- จัดขึ้นที่สนามมึนเกอร์สดอร์เฟอร์ (Müngersdorfer Stadion) เมืองเคิลน์ ประเทศเยอรมนี
- เคยเป็นสถานที่ทำลายสถิติโลกหลายรายการในช่วงทศวรรษที่ 1980 และ 1990
- บริหารจัดการโดยสมาคมกีฬา ASV Köln ตลอดระยะเวลาการจัดงาน
เวลท์คลาสเซอ อิน เคิลน์ เป็นการแข่งขันกรีฑากลางแจ้งระดับนานาชาติที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ สนามมึนเกอร์สดอร์เฟอร์ (Müngersdorfer Stadion) ในเมืองเคิลน์ ประเทศเยอรมนี โดยถือเป็นหนึ่งในรายการแข่งขันกรีฑาที่สำคัญในยุโรปในช่วงศตวรรษที่ 20

ประวัติความเป็นมา
การแข่งขันนี้เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1934 โดยอยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมกีฬา ASV Köln มาโดยตลอด ในช่วงแรกของการก่อตั้ง รายการนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในปี 1936 ซึ่งเป็นปีที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่เบอร์ลิน ทำให้มีนักกรีฑาระดับเหรียญทองโอลิมปิกหลายคนเข้าร่วมการแข่งขันที่เคิลน์ด้วย
หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 การแข่งขันได้กลับมาจัดอีกครั้งในปี 1952 และในปี 1958 สนามแห่งนี้ได้จารึกประวัติศาสตร์ด้วยการทำลายสถิติโลกครั้งแรกจากการแข่งขันวิ่งผลัด 4 × 100 เมตรชายของทีมชาติเยอรมนี ต่อมาในช่วงทศวรรษที่ 1980 และ 1990 สนามมึนเกอร์สดอร์เฟอร์ยังคงเป็นสถานที่ที่นักกรีฑาระดับโลกใช้ทำลายสถิติโลกอย่างต่อเนื่อง โดยมีอดีตนักวิ่งลมกรด มันเฟรด เกอร์มาร์ (Manfred Germar) ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะกรรมการจัดการแข่งขันในช่วง 30 ปีสุดท้าย

การยุติการแข่งขัน
แม้จะมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและได้รับสถานะ IAAF Grand Prix ในปีสุดท้ายของการจัดงาน แต่เวลท์คลาสเซอ อิน เคิลน์ ก็ต้องปิดฉากลงในปี 1999 หลังจากจัดมาแล้วทั้งหมด 50 ครั้ง ด้วยปัญหาด้านงบประมาณและการเงินที่ไม่สามารถประคับประคองการแข่งขันระดับสูงต่อไปได้
คำถามที่พบบ่อย
เหตุใดการแข่งขันเวลท์คลาสเซอ อิน เคิลน์ จึงยุติลง?
การแข่งขันยุติลงในปี 1999 เนื่องจากปัญหาด้านการเงินและงบประมาณที่ไม่เพียงพอต่อการจัดการแข่งขันในระดับมาตรฐานสากล
รายการนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของ IAAF หรือไม่?
แม้จะไม่เคยถูกบรรจุอยู่ในตารางการแข่งขันหลักของ IAAF ตลอดประวัติศาสตร์ แต่ในปีสุดท้ายของการจัดงาน (1999) รายการนี้ได้รับสถานะ IAAF Grand Prix
ใครเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดการแข่งขัน?
สมาคมกีฬา ASV Köln เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดการแข่งขัน โดยมีมันเฟรด เกอร์มาร์ อดีตนักวิ่งลมกรด เป็นหัวหน้าคณะกรรมการจัดการแข่งขันในช่วง 30 ปีสุดท้าย


