← กลับไปยังบทความทั้งหมด

รีสอร์ทคืออะไร? ทำความรู้จักประเภทของรีสอร์ทและการพักผ่อน

สรุปใจความสำคัญ

  • รีสอร์ทแบบ All-inclusive จะรวมค่าที่พัก อาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมต่างๆ ไว้ในราคาเหมาจ่ายเดียว
  • Destination Resort คือรีสอร์ทที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนจนผู้เข้าพักไม่จำเป็นต้องเดินทางออกนอกพื้นที่
  • ในภาษาอังกฤษแบบบริติช คำว่า 'resort' อาจหมายถึงเมืองท่องเที่ยวทั้งเมือง เช่น Blackpool หรือ Brighton

ในความหมายของภาษาอังกฤษแบบอเมริกา รีสอร์ท (Resort) คือสถานประกอบการเชิงพาณิชย์ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าพักได้รับบริการทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการพักผ่อนในที่เดียว โดยไม่ต้องออกไปภายนอก ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านอาหาร เครื่องดื่ม ที่พัก กีฬา ความบันเทิง และการช้อปปิ้ง โดยทั่วไปแล้ว โรงแรมมักจะเป็นหัวใจสำคัญของรีสอร์ท และในบางครั้งคำว่ารีสอร์ทอาจถูกใช้เรียกโรงแรมที่มีกิจกรรมนันทนาการและความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ

บรรยากาศรีสอร์ทหรู
รีสอร์ทที่เน้นการให้บริการที่ครบวงจรเพื่อความสะดวกสบายสูงสุดของผู้เข้าพัก

ประเภทของรีสอร์ทที่น่าสนใจ

1. Destination Resort (รีสอร์ทที่เป็นจุดหมายปลายทาง)

Destination Resort คือรีสอร์ทที่มีสิ่งดึงดูดใจในตัวเองสูงจนผู้เข้าพักไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังเมือง สถานที่ทางประวัติศาสตร์ หรือสวนสนุกใกล้เคียงเพื่อหาความบันเทิง รีสอร์ทประเภทนี้จะให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม ที่พัก กีฬา และการช้อปปิ้งภายในโครงการ ซึ่งมักจะมีคุณภาพสูงกว่ามาตรฐานโรงแรมทั่วไป

Destination Resort
รีสอร์ทที่เป็นจุดหมายปลายทางในตัวเอง มอบประสบการณ์การพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ

2. All-inclusive Resort (รีสอร์ทแบบรวมทุกอย่าง)

รีสอร์ทประเภทนี้จะคิดราคาแบบเหมาจ่าย ซึ่งรวมค่าที่พัก อาหารและเครื่องดื่มแบบไม่จำกัด กิจกรรมกีฬา และความบันเทิงไว้ในราคาเดียว โดยมักตั้งอยู่ในภูมิภาคที่มีอากาศอบอุ่น เช่น แบรนด์ Club Med หรือ Sandals Resorts

All-inclusive Resort
การพักผ่อนแบบ All-inclusive ที่รวมทุกค่าใช้จ่ายไว้ในราคาเดียว

รีสอร์ทแบบ All-inclusive มักมีการแบ่งกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น รีสอร์ทสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น (Adults-only), รีสอร์ทสำหรับคู่รัก หรือรีสอร์ทสำหรับครอบครัวที่มีสวนน้ำและห้องเกมสำหรับเด็ก นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการจัดงานแต่งงานแบบ Destination Wedding อีกด้วย

กิจกรรมในรีสอร์ท
กิจกรรมสันทนาการที่หลากหลายภายในรีสอร์ทแบบรวมทุกอย่าง

3. Recreation Resort (รีสอร์ทเพื่อการนันทนาการ)

รีสอร์ทประเภทนี้จะเน้นกิจกรรมเฉพาะทาง เช่น:

  • Spa Resort: เน้นการดูแลสุขภาพและการผ่อนคลาย มักตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ
  • Golf Resort: เน้นกีฬากอล์ฟ โดยมีสนามกอล์ฟและคลับเฮาส์พร้อมแพ็กเกจที่พักและอาหาร
  • Surf Resort: เทรนด์ใหม่ที่สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการโต้คลื่นเทียม
  • Ski Resort: รีสอร์ทในพื้นที่สกี ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในอเมริกาเหนือ
กิจกรรมนันทนาการ
การพักผ่อนที่เน้นกิจกรรมเฉพาะทาง เช่น กีฬากอล์ฟหรือสปา
Ski Resort
สกีรีสอร์ท จุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับผู้รักหิมะ

4. Megaresort และรูปแบบอื่นๆ

Megaresort คือรีสอร์ทที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ เช่น รีสอร์ทตามแนว Las Vegas Strip ในสหรัฐอเมริกา หรือ Integrated Resort ในสิงคโปร์ที่เน้นคาสิโนเป็นหลัก

Megaresort
เมกะรีสอร์ทที่รวบรวมความบันเทิงขนาดมหึมาไว้ในที่เดียว

นอกจากนี้ยังมี Holiday Village ในยุโรปที่พักเป็นวิลล่า และ Holiday Camp ในสหราชอาณาจักรที่พักเป็นชาเลต์หรือรถบ้าน (Static Caravans)

Holiday Village
หมู่บ้านพักตากอากาศ รูปแบบการพักผ่อนที่นิยมในยุโรป

Timeshare Resort (รีสอร์ทแบบแบ่งเวลา)

ในสหรัฐอเมริกามีรีสอร์ทแบบ Timeshare มากกว่า 1,500 แห่ง ซึ่งเป็นการที่เจ้าของร่วมกันเป็นเจ้าของที่พักและจ่ายค่าบำรุงรักษาเป็นรายปี เพื่อสิทธิ์ในการเข้าพักในช่วงเวลาที่กำหนด

คำถามที่พบบ่อย

รีสอร์ทแตกต่างจากโรงแรมอย่างไร?

โรงแรมเน้นการให้บริการที่พักเป็นหลัก ในขณะที่รีสอร์ทเป็นสถานประกอบการที่ครบวงจร ซึ่งรวมถึงอาหาร ความบันเทิง กีฬา และการช้อปปิ้ง เพื่อให้ผู้เข้าพักสามารถใช้เวลาพักผ่อนได้โดยไม่ต้องออกจากพื้นที่

All-inclusive Resort เหมาะกับใคร?

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการควบคุมงบประมาณ เนื่องจากรวมค่าใช้จ่ายหลักๆ ไว้หมดแล้ว และมีตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มครอบครัว คู่รัก หรือผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น

Timeshare Resort คืออะไร?

คือรูปแบบการเป็นเจ้าของที่พักร่วมกัน โดยผู้ซื้อจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าพักในรีสอร์ทนั้นๆ ตามช่วงเวลาที่กำหนดในแต่ละปี และต้องจ่ายค่าบำรุงรักษาประจำปี