← กลับไปยังบทความทั้งหมด

โรค ALS คืออะไร? ทำความรู้จักโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงและแนวทางการรักษา

สรุปใจความสำคัญ

  • โรค ALS เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมของเซลล์ประสาทสั่งการทั้งส่วนบนและส่วนล่าง
  • ประมาณ 90-95% ของผู้ป่วย ALS เป็นแบบ Sporadic (ไม่ทราบสาเหตุ) และ 5-10% เป็นแบบ Familial (ทางพันธุกรรม)
  • เป้าหมายของการรักษาในปัจจุบันคือการชะลอการดำเนินของโรคและเพิ่มคุณภาพชีวิต เนื่องจากยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด

โรค ALS หรือที่รู้จักกันในชื่อ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง, โรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อม (Motor Neuron Disease - MND) หรือ โรค Lou Gehrig เป็นโรคทางระบบประสาทที่พบได้ยากและนำไปสู่การเสียชีวิต โดยเกิดจากการเสื่อมสลายของเซลล์ประสาทสั่งการ (Motor Neurons) ทั้งส่วนบน (Upper Motor Neurons) และส่วนล่าง (Lower Motor Neurons) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อตามความสมัครใจ

แผนผังระบบประสาทของมนุษย์ที่แสดงสมอง ไขสันหลัง และเซลล์ประสาทสั่งการ
แผนผังแสดงการทำงานของระบบประสาทและส่วนที่ได้รับผลกระทบจากโรค ALS

อาการและลักษณะของโรค

ผู้ป่วยโรค ALS มักจะมีอาการเริ่มต้นด้วยความแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อ การกระตุกของกล้ามเนื้อ ความอ่อนแรง และการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ ซึ่งอาการเหล่านี้จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการรับประทานอาหาร การพูด การเคลื่อนไหว และการหายใจ โดยต้องพึ่งพาเครื่องช่วยหายใจในที่สุด

นอกจากนี้ ประมาณ 50% ของผู้ป่วย ALS ยังมีการเปลี่ยนแปลงทางความคิดและพฤติกรรม โดย 15% อาจพัฒนาไปสู่โรคสมองเสื่อมส่วนหน้าและด้านข้าง (Frontotemporal Dementia)

การจำแนกประเภทของโรค ALS

การวินิจฉัยโรค ALS สามารถแบ่งออกได้ตามตำแหน่งที่เริ่มเกิดอาการครั้งแรก ซึ่งแบ่งได้เป็น:

  • Limb-onset ALS: เริ่มต้นด้วยความอ่อนแรงที่แขนหรือขา
  • Bulbar-onset ALS: เริ่มต้นด้วยความยากลำบากในการพูดหรือการกลืน
  • Respiratory-onset ALS: เริ่มต้นด้วยปัญหาการหายใจ (พบได้ประมาณ 1-3% ของผู้ป่วย)
ภาพแสดงประเภทของเซลล์ประสาทสั่งการ
ความแตกต่างระหว่างการเสื่อมของเซลล์ประสาทสั่งการส่วนบนและส่วนล่าง

สาเหตุและการเกิดโรค

กรณีส่วนใหญ่ของ ALS (ประมาณ 90-95%) ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งเรียกว่า Sporadic ALS ในขณะที่อีก 5-10% มีสาเหตุมาจากพันธุกรรม ซึ่งเรียกว่า Familial ALS หรือ Hereditary ALS โดยมีการกลายพันธุ์ของยีน C9orf72 เป็นสาเหตุทางพันธุกรรมที่พบบ่อยที่สุด

การรักษาและแนวทางการดูแล

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรค ALS ให้หายขาด เป้าหมายของการรักษาคือการชะลอการดำเนินของโรคและบรรเทาอาการ เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

  • ยา: มียาที่ได้รับการรับรองจาก FDA เช่น Riluzole และ Edaravone เพื่อช่วยชะลอการดำเนินของโรค
  • การช่วยหายใจ: การใช้เครื่องช่วยหายใจแบบไม่รุกล้ำ (Non-invasive ventilation) สามารถช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและยืดอายุขัยได้
  • โภชนาการ: การใส่สายให้อาหาร (Feeding tube) ช่วยรักษาพยาบาลน้ำหนักและโภชนาการของผู้ป่วย
ภาพแสดงการกระจายของอาการ ALS
การจำแนกประเภทของ ALS ตามตำแหน่งที่เริ่มเกิดอาการ

ตารางสรุปความแตกต่างของเซลล์ประสาทที่ได้รับผลกระทบ

ประเภทเซลล์ประสาทอาการที่พบบ่อย
เซลล์ประสาทสั่งการส่วนบน (Upper Motor Neuron)กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง (Spasticity), รีเฟล็กซ์ของเอ็นเพิ่มขึ้น
เซลล์ประสาทสั่งการส่วนล่าง (Lower Motor Neuron)กล้ามเนื้ออ่อนแรง, กล้ามเนื้อฝ่อลีบ, กล้ามเนื้อกระตุก (Fasciculations)

คำถามที่พบบ่อย

โรค ALS คืออะไร?

คือโรคที่เกิดจากการเสื่อมสลายของเซลล์ประสาทสั่งการที่ควบคุมกล้ามเนื้อตามความสมัครใจ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและฝ่อลีบลงเรื่อยๆ จนไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือหายใจได้เอง

โรค ALS สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่มีการใช้ยาและอุปกรณ์ช่วยหายใจเพื่อชะลอการดำเนินของโรคและบรรเทาอาการ

อาการเริ่มต้นของ ALS เป็นอย่างไร?

มักเริ่มจากความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ การกระตุกของกล้ามเนื้อ หรือความยากลำบากในการพูดและการกลืน ขึ้นอยู่กับว่าส่วนใดของร่างกายได้รับผลกระทบก่อน