Interim Management คืออะไร? การบริหารจัดการชั่วคราวเพื่อขับเคลื่อนองค์กร
สรุปใจความสำคัญ
- เริ่มต้นในรูปแบบสมัยใหม่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 เพื่อแก้ปัญหาความยืดหยุ่นในการจ้างงาน
- Interim Manager แตกต่างจากที่ปรึกษาตรงที่เป็นผู้ลงมือบริหารจัดการและรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ (Accountable for results)
- มักถูกนำมาใช้ในสถานการณ์วิกฤต การเปลี่ยนผ่านองค์กร หรือเมื่อต้องการทักษะเฉพาะทางที่หาไม่ได้จากบุคลากรภายใน
Interim Management หรือการบริหารจัดการชั่วคราว คือการแต่งตั้งผู้บริหารที่มีประสบการณ์สูงเข้าดำรงตำแหน่งผู้นำระดับสูงในองค์กรในช่วงระยะเวลาที่กำหนด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการกับสถานการณ์เฉพาะหน้า เช่น การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างองค์กร การเผชิญกับวิกฤต หรือการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ ซึ่งในหลายกรณี การสรรหาผู้บริหารประจำอาจใช้เวลานานเกินไป หรือไม่มีบุคลากรภายในที่มีความพร้อมและทักษะที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ
ประวัติความเป็นมาของ Interim Management
หากย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ แนวคิดการจ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาจัดการงานสาธารณะมีมาตั้งแต่สมัยโรมันโบราณ โดยกลุ่ม publicani หรือผู้รับเหมาโรมันที่ได้รับมอบหมายให้ก่อสร้างอาคารสาธารณะ จัดส่งเสบียงให้กองทัพ หรือจัดเก็บภาษี ซึ่งเป็นระบบที่แพร่หลายตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล
อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการชั่วคราวในรูปแบบสมัยใหม่เริ่มต้นขึ้นในช่วงกลางถึงปลายทศวรรษ 1970 ในประเทศเนเธอร์แลนด์ เนื่องจากกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่เข้มงวดทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายสูงในการเลิกจ้างพนักงานประจำ การจ้างผู้บริหารชั่วคราว (Interim Managers) จึงกลายเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด
การขยายตัวสู่ระดับสากล
บริษัทที่ปรึกษา Boer and Croon จากเนเธอร์แลนด์ เป็นผู้ริเริ่มนำแนวคิดนี้มาใช้ในยุโรป เพื่อนำคำแนะนำจากโครงการวางกลยุทธ์ไปปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม ต่อมาในปี 1987 ได้มีการร่วมทุนกับ Egon Zehnder International และ Euroventures ก่อตั้ง "EIM - Executive Interim Management" เพื่อขยายบริการนี้ไปทั่วโลก
นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังมีส่วนผลักดันความต้องการ Interim Management เช่น ในเยอรมนีหลังการรวมประเทศในปี 1989 ซึ่งมีความต้องการผู้บริหารชั่วคราวจำนวนมากเพื่อเข้าไปปรับโครงสร้างบริษัทที่เคยเป็นของรัฐในเยอรมนีตะวันออกให้สามารถดำเนินธุรกิจในระบบเศรษฐกิจใหม่ได้
คุณค่าและข้อได้เปรียบของ Interim Management (Value Proposition)
การจ้างผู้บริหารชั่วคราวให้ประโยชน์ที่แตกต่างจากการจ้างพนักงานประจำหรือที่ปรึกษาทั่วไป ดังนี้:
- ความรวดเร็วในการปฏิบัติงาน: สามารถเริ่มงานได้ภายในไม่กี่วัน แทนที่จะเป็นสัปดาห์หรือเดือน ซึ่งสำคัญมากในสถานการณ์วิกฤต
- ทักษะและความเชี่ยวชาญระดับสูง: มักเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเกินกว่าตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย (Over-qualified) ทำให้สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
- ความเป็นกลางและมุมมองใหม่: เนื่องจากไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมหรือการเมืองภายในองค์กร จึงสามารถให้ความเห็นที่ตรงไปตรงมาและตัดสินใจโดยยึดผลประโยชน์ของธุรกิจเป็นหลัก
- การมุ่งเน้นผลลัพธ์: ต่างจากที่ปรึกษาที่เน้นการให้คำแนะนำ Interim Manager จะทำหน้าที่บริหารจัดการจริงและต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
- อำนาจในการตัดสินใจ: ด้วยตำแหน่งระดับบริหาร ทำให้มีความน่าเชื่อถือและมีอำนาจในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญภายในบริษัท
โดยสรุป Interim Management ไม่ใช่เพียงการ "รักษาการ" เพื่อรอคนใหม่ แต่เป็นการนำความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมาขับเคลื่อนองค์กรให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำถามที่พบบ่อย
Interim Management แตกต่างจากที่ปรึกษา (Consultant) อย่างไร?
ที่ปรึกษามักจะให้คำแนะนำและเสนอแนวทางแก้ไข แต่ Interim Manager จะเข้ามาดำรงตำแหน่งบริหารจริง ลงมือปฏิบัติ และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของโครงการหรือหน่วยธุรกิจนั้นๆ
เมื่อไหร่ที่องค์กรควรพิจารณาใช้ Interim Management?
เมื่อเกิดวิกฤตที่ต้องแก้ไขทันที, อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านผู้บริหารระดับสูง, ต้องการปรับโครงสร้างองค์กรอย่างรวดเร็ว หรือต้องการทักษะเฉพาะทางที่หาไม่ได้ในตลาดแรงงานประจำในระยะเวลาอันสั้น
Interim Manager จะเข้ามาแทรกแซงการเมืองในองค์กรหรือไม่?
ในทางตรงกันข้าม ความเป็นอิสระของ Interim Manager ทำให้พวกเขาสามารถทำงานโดยไม่ยึดติดกับการเมืองภายในองค์กร และสามารถให้มุมมองที่เที่ยงธรรมและตรงไปตรงมาได้มากกว่าพนักงานประจำ

