← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Multi-channel network (MCN) คืออะไร? เจาะลึกการทำงานและข้อดีข้อเสีย

สรุปใจความสำคัญ

  • MCN คือองค์กรที่ช่วยให้ครีเอเตอร์ YouTube สร้างรายได้และจัดการเนื้อหาแลกกับส่วนแบ่งรายได้โฆษณา
  • ระบบ CMS ของ YouTube ช่วยให้ MCN สามารถสร้างรายได้ บล็อก และติดตามเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ได้
  • ข้อดีของการร่วมงานกับ MCN และครีเอเตอร์สามารถเข้าถึงลิขสิทธิ์เพลงและเครื่องมือการผลิตระดับมืออาชีพ
  • มีประเด็นดราม่าเรื่องสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เช่น สัญญาแบบตลอดกาล (Perpetual Contracts) ที่ทำให้ครีเอเตอร์ครีเอเตอร์เสียสิทธิ์ในผลงาน

Multi-channel network (MCN) หรือเครือข่ายหลายช่อง คือองค์กรที่ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มวิดีโอ (โดยเฉพาะ YouTube) เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เจ้าของช่องในด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์, การวางแผนโปรแกรม, การจัดหาเงินทุน, การส่งเสริมการขายข้ามช่อง, การจัดการพาร์ทเนอร์, การจัดการสิทธิ์ดิจิทัล, การสร้างรายได้และการขาย และการพัฒนาผู้ชม โดยแลกกับส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์ของรายได้จากโฆษณาของช่องนั้นๆ

ที่มาของชื่อ MCN

คำว่า "Multi-channel network" ถูกคิดค้นโดย Jed Simmons อดีตพนักงาน YouTube และผู้ร่วมก่อตั้ง Next New Networks ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นคำศัพท์มาตรฐานในระบบนิเวศของ YouTube

ในช่วงปี 2011 เมื่อ YouTube เข้าซื้อกิจการ Next New Networks ทาง YouTube ต้องการสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับความหมายของคำว่า "Network" เนื่องจากมีความสับสนในตลาดและภายในองค์กร Simmons ซึ่งมีพื้นฐานมาจากเคเบิลทีวี (เช่น CNN, TNT, TBS) จึงต้องการแยกบริษัทที่จัดการและวางแผนโปรแกรมช่องต้นฉบับบน YouTube ออกจากบริษัทที่เพียงแค่รวบรวมช่องและครีเอเตอร์เข้าด้วยกันโดยไม่มีการวางแผนเนื้อหา

ชื่อ MCN จึงถูกเลือกใช้สำหรับบริษัทที่จัดการ และ วางแผนโปรแกรมช่อง เพื่อเลียนแบบบริษัทโปรแกรมเคเบิลทีวี เช่น Turner, Discovery, Disney, Comcast และ MTV Networks ที่เป็นเจ้าของและดำเนินการหลายช่องทาง (Multi-channel)

วัตถุประสงค์และการทำงานของ MCN

MCN ทำงานโดยการตั้งบัญชีกับ YouTube CMS (ระบบจัดการเนื้อหาที่ใช้สำหรับ Content ID) จากนั้นบริษัทจะเพิ่มช่องที่เซ็นสัญญาพาร์ทเนอร์เข้าสู่ CMS ของตน ซึ่งช่วยให้ MCN และเจ้าของช่องสามารถใช้เครื่องมือการสร้างรายได้ (Monetization), การบล็อก (Block) และการติดตาม (Track) ได้

  • การสร้างรายได้ (Monetization): ช่วยให้วิดีโอสามารถสร้างรายได้จากโฆษณาได้
  • การบล็อก (Block): ป้องกันการเข้าถึงวิดีโอ (เช่น ในกรณีที่วิดีโอถูกอัปโหลดพร้อมโลโก้ที่ต้องห้ามหรือไม่มีใบอนุญาต)
  • การติดตาม (Track): ช่วยให้เจ้าของเนื้อหาเห็นข้อมูลวิเคราะห์ของวิดีโอที่ถูกอัปโหลดซ้ำหรือเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์

นอกจากนี้ MCN ยังช่วยลดความยุ่งยากในการหาโอกาสทางโฆษณาด้วยตนเอง โดยผู้ลงโฆษณาที่ทำงานกับ MCN สามารถจ่ายเงินสำหรับบริการต่างๆ เช่น โฆษณาแบบ Overlay, การวางสินค้า (Product Placement) และการเป็นสปอนเซอร์ในรายการ ซึ่งช่วยให้แบรนด์เข้าถึงผู้ชมได้ตรงกลุ่มเป้าหมายและมีส่วนร่วมมากกว่าโฆษณาทางโทรทัศน์ที่มักถูกข้ามหรือละเลย

ข้อดีของการร่วมงานกับ MCN

ครีเอเตอร์หลายคน รวมถึง Hank Green และ Freddie Wong ได้มีการพูดถึงข้อดีและข้อเสียของการเข้าร่วมเครือข่าย MCN โดยข้อดีที่เป็นไปได้มีดังนี้:

  • การเข้าถึงเครื่องมือในการสร้างและเผยแพร่วิดีโอ
  • การตลาดและการส่งเสริมการขาย
  • การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในการผลิตและตัดต่อ
  • ค่า CPM (Cost Per Mille) ที่สูงขึ้น
  • การเข้าถึงโครงการสื่อดั้งเดิมและบุคคลที่มีชื่อเสียง
  • ใบอนุญาตสำหรับเพลงคัฟเวอร์และเพลงประกอบที่ติดลิขสิทธิ์
  • การจัดกิจกรรมสด (Live Events) และการขายสินค้าที่ระลึก (Merchandise)

ข้อโต้แย้งและประเด็นดราม่า

มีการพูดถึงข้อโต้แย้งหลายประการเกี่ยวกับเครือข่าย YouTube Networks โดยเฉพาะเรื่องสัญญาที่เอาเปรียบ

ตัวอย่างเช่น Machinima ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องการใช้สัญญาแบบ "ตลอดกาล" (Perpetual Contracts) โดย Ben Vacas (หรือ Braindeadly) ได้ออกมาเปิดเผยว่าสัญญาของเขากับ Machinima อนุญาตให้บริษัทให้ใส่โฆษณาในวิดีโอของเขาและแบ่งรายได้ แต่สัญญาระบุว่ามีผล "ตลอดกาล" ซึ่งหมายความว่า Machinima จะถือสิทธิ์ในเนื้อหาทั้งหมดที่เขาผลิตขึ้นในขณะที่ร่วมงานกันตลอดชีวิตของเขา

นอกจากนี้ Athene ยูทูบเบอร์ชื่อดังยังเคยวิจารณ์ Machinima ว่าข่มขู่พาร์ทเนอร์หลายรายให้เซ็นสัญญาที่ลดค่า CPM ลงอย่างมาก โดยเรียกมันว่าเป็น "หนึ่งในข้อตกลงที่แย่ที่สุดบนอินเทอร์เน็ต"

การเข้าซื้อกิจการโดยบริษัทใหญ่

MCN หลายแห่งถูกซื้อโดยบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่ เพื่อขยายฐานผู้ใช้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ เช่น:

บริษัท MCNผู้ซื้อ/ผู้ลงทุนมูลค่าการซื้อขาย
Maker StudiosDisney500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Big FrameDreamWorks Animation (ผ่าน AwesomenessTV)15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
BroadbandTV CorpRTL Group36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

คำถามที่พบบ่อย

MCN คืออะไร?

MCN หรือ Multi-channel network คือเครือข่ายที่ทำงานร่วมกับ YouTube เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการตลาด การสร้างรายได้ และการจัดการสิทธิ์ดิจิทัลแก่เจ้าของช่อง โดยแลกกับส่วนแบ่งรายได้จากโฆษณา

ข้อดีของการเข้าร่วม MCN คืออะไร?

ข้อดีหลักๆ ได้แก่ การเข้าถึงเครื่องมือผลิตวิดีโอ, การตลาด, การจัดการลิขสิทธิ์เพลง, และโอกาสในการร่วมงานกับคนดังหรือสื่อดั้งเดิม

สิ่งที่ควรระวังในการเซ็นสัญญากับ MCN คืออะไร?

ครีเอเตอร์ควรระวังเรื่องเงื่อนไขในสัญญา โดยเฉพาะระยะเวลาของสัญญา (เช่น สัญญาตลอดกาล) และส่วนแบ่งรายได้ที่อาจไม่ลดลงอย่างไม่เป็นธรรม