Printer's Key คืออะไร? วิธีอ่านรหัสลำดับการพิมพ์หนังสือ
สรุปใจความสำคัญ
- Printer's Key หรือ Number Line ใช้ระบุลำดับการพิมพ์ (Print run) ของหนังสือ
- ตัวเลขที่ต่ำที่สุดที่ปรากฏในแถวรหัสจะเป็นตัวบ่งชี้ลำดับการพิมพ์
- นักสะสมหนังสือมักให้ค่ากับ First Printing ของ First Edition มากที่สุด
- ในอดีตใช้วิธีลบตัวเลขออกเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการแก้ไขแม่พิมพ์
สำหรับนักสะสมหนังสือหรือผู้ที่ชื่นชอบการอ่าน หลายครั้งที่คุณเปิดไปที่หน้าลิขสิทธิ์ (Copyright page) ของหนังสือภาษาอังกฤษ และพบกับแถวของตัวเลขหรือตัวอักษรที่เรียงกันอย่างแปลกประหลาด สิ่งนี้เรียกว่า Printer's Key หรือ Number Line ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ระบุว่าหนังสือเล่มที่คุณถืออยู่ในมือนั้นเป็นการพิมพ์ครั้งที่เท่าไหร่ของฉบับพิมพ์ (Edition) นั้นๆ
ประวัติและความเป็นมา
ธรรมเนียมการใช้ Printer's Key เริ่มปรากฏในหนังสือที่ตีพิมพ์ช่วงกลางศตวรรษที่ 20 และกลายเป็นแนวปฏิบัติที่แพร่หลายหลังจากปี ค.ศ. 1970 โดยปกติจะพิมพ์ไว้ที่หน้าหลังของหน้าชื่อเรื่อง (Verso of the title page)
วิธีอ่าน Printer's Key
โดยทั่วไป Printer's Key จะเป็นชุดของตัวเลขหรือตัวอักษรที่ไม่ซ้ำกัน วิธีการอ่านที่พบบ่อยที่สุดคือ การดูตัวเลขที่ต่ำที่สุดที่ยังคงปรากฏอยู่
- การพิมพ์ครั้งที่ 1: หากคุณเห็นเลข "1" ปรากฏอยู่ในแถว แสดงว่าหนังสือเล่มนั้นเป็นการพิมพ์ครั้งแรก (First Printing)
- การพิมพ์ครั้งต่อๆ มา: เมื่อมีการพิมพ์ซ้ำ ตัวเลขที่ต่ำที่สุดจะถูกลบออก เช่น หากเลข "1" หายไป และเลขที่ต่ำที่สุดที่เห็นคือ "2" แสดงว่าเป็นการพิมพ์ครั้งที่ 2
รูปแบบต่างๆ ของ Printer's Key
โครงสร้างของรหัสเหล่านี้ไม่ได้มีรูปแบบตายตัวเสมอไป โดยอาจพบได้ในลักษณะดังนี้:
- ลำดับเรียงตัว: อาจเรียงจากน้อยไปมาก หรือมากไปน้อย
- ลำดับสลับซ้ายขวา: ตัวเลขอาจเรียงสลับกันเพื่อให้เมื่อมีการลบตัวเลขออกแล้ว ชุดตัวเลขที่เหลือยังคงอยู่กึ่งกลางหน้ากระดาษ
- รหัสวันที่: บางครั้งอาจมีรหัสปีสองหลักรวมอยู่ด้วย เช่น หากระบุว่าเป็นการพิมพ์ครั้งที่ 2 และมีรหัสปี 70 หมายถึงพิมพ์ครั้งที่ 2 ในปี 1970
- รหัสโรงพิมพ์: ในกรณีที่สำนักพิมพ์จ้างโรงพิมพ์ภายนอก อาจมีรหัสระบุชื่อโรงพิมพ์รวมอยู่ด้วย
ความแตกต่างระหว่าง First Edition และ First Printing
ในทางบรรณารักษศาสตร์ มีการนิยามสองคำนี้แตกต่างกัน:
| คำศัพท์ | คำนิยาม |
|---|---|
| First Edition (ฉบับพิมพ์ครั้งแรก) | หมายถึงการพิมพ์ทั้งหมดที่ใช้การจัดวางหน้า (Typesetting) แบบเดียวกัน ไม่ว่าจะพิมพ์ซ้ำกี่ครั้งก็ตาม |
| First Printing (การพิมพ์ครั้งแรก) | หมายถึงหนังสือชุดแรกสุดที่ถูกพิมพ์ออกมาจากแม่พิมพ์ของฉบับพิมพ์ครั้งแรก ซึ่งเป็นสิ่งที่นักสะสมหนังสือให้ความสำคัญมากที่สุด |
ทำไมต้องใช้วิธี "ลบออก" แทนการ "เพิ่มเข้า"?
เหตุผลหลักคือเรื่องของ ต้นทุนและความสะดวก ในสมัยก่อนที่ใช้การพิมพ์แบบ Offset หรือ Letterpress การแก้ไขหน้ากระดาษทำได้ยาก:
- การพิมพ์แบบ Offset: หากเก็บแม่พิมพ์ไว้ การลบตัวอักษรออกทำได้ง่ายกว่าการเพิ่มตัวอักษรใหม่เข้าไป
- การพิมพ์แบบ Letterpress: ช่างพิมพ์เพียงแค่หยิบแท่งโลหะ (Block) ของตัวเลขนั้นๆ ออกจากแผงพิมพ์ โดยไม่ต้องจัดวางหน้าใหม่ทั้งหมด
- Linotype: สามารถตะไบตัวอักษรตัวแรกสุดออกเพื่อให้สามารถนำแม่พิมพ์กลับมาใช้ใหม่ได้
การเปลี่ยนแปลงเพียงตัวอักษรตัวเดียวที่ขอบนอกสุดช่วยให้สำนักพิมพ์เสียค่าใช้จ่ายในการแก้ไขแม่พิมพ์น้อยที่สุด
การพิมพ์ในยุคดิจิทัล
ในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยี Computer-to-Plate (CtP) และการพิมพ์ดิจิทัล การสร้าง Printer's Key ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการลบตัวอักษรอีกต่อไป เพราะสามารถแก้ไขไฟล์ดิจิทัลและสร้างแม่พิมพ์ใหม่ได้ทั้งหมด ทำให้รูปแบบของรหัสการพิมพ์มีความหลากหลายและยืดหยุ่นมากขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าในหน้าลิขสิทธิ์ไม่มีเลข 1 แต่เริ่มที่เลข 2 หมายความว่าอย่างไร?
หมายความว่าหนังสือเล่มนั้นเป็นการพิมพ์ครั้งที่ 2 ของฉบับพิมพ์นั้นๆ
First Edition กับ First Printing ต่างกันอย่างไร?
First Edition คือการพิมพ์ทั้งหมดที่ใช้การจัดหน้าแบบเดิม ส่วน First Printing คือหนังสือชุดแรกสุดที่ถูกพิมพ์ออกมาจากแม่พิมพ์นั้น
ทำไม Printer's Key ถึงไม่เรียงลำดับแบบเพิ่มตัวเลขเข้าไปเรื่อยๆ?
เพราะในระบบการพิมพ์สมัยก่อน การลบตัวอักษรออกจากแม่พิมพ์ทำได้ง่ายและประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการเพิ่มตัวอักษรใหม่เข้าไป
