← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Seiche คืออะไร? ทำความรู้จักปรากฏการณ์คลื่นนิ่งในแหล่งน้ำ

สรุปใจความสำคัญ

  • Seiche คือคลื่นนิ่งที่เกิดขึ้นในแหล่งน้ำที่ถูกปิดล้อมหรือปิดล้อมบางส่วน
  • สาเหตุหลักเกิดจากลม ความกดอากาศ แผ่นดินไหว หรือสึนามิ ที่ทำให้เกิดการสั่นพ้องของน้ำ
  • คาบเวลาของ Seiche ขึ้นอยู่กับขนาด ความลึก และรูปร่างของแหล่งน้ำนั้นๆ
  • สามารถก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหรืออันตรายต่อผู้ที่อยู่บริเวณชายฝั่งได้แม้ในแหล่งน้ำจืด

Seiche (อ่านว่า เซช) คือปรากฏการณ์การเกิดคลื่นนิ่ง (Standing Wave) ในแหล่งน้ำที่ถูกปิดล้อมหรือปิดล้อมบางส่วน เช่น ทะเลสาบ, อ่างเก็บน้ำ, สระว่ายน้ำ, อ่าว, ท่าเรือ, ถ้ำ หรือแม้แต่ในทะเล เงื่อนไขสำคัญในการเกิด Seiche คือแหล่งน้ำนั้นต้องมีขอบเขตที่จำกัด ซึ่งช่วยให้คลื่นสามารถสะท้อนกลับและสร้างรูปแบบของคลื่นนิ่งขึ้นมาได้

ภาพจำลองการเกิด Seiche
ภาพจำลองการเคลื่อนที่ของน้ำแบบ Seiche ในแหล่งน้ำปิด

ที่มาของคำว่า Seiche

คำนี้ถูกนำมาใช้ในเชิงวิทยาศาสตร์ในปี ค.ศ. 1890 โดย François-Alphonse Forel นักอุทกวิทยาชาวสวิส ผู้ซึ่งสังเกตเห็นปรากฏการณ์นี้ในทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva) โดยคำว่า Seiche มาจากภาษาถิ่นสวิส-ฝรั่งเศส ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษาละตินว่า siccus ที่แปลว่า "แห้ง" สื่อถึงลักษณะที่น้ำลดระดับลงจนชายหาดแห้งขอดนั่นเอง

สาเหตุและลักษณะการเกิด

บ่อยครั้งที่ Seiche ไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในเรือ เนื่องจากคลื่นมีคาบเวลาที่ยาวมาก สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการสั่นพ้อง (Resonance) ในแหล่งน้ำ ได้แก่:

  • ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา: เช่น ลมที่พัดแรงต่อเนื่องหรือการเปลี่ยนแปลงของความกดอากาศ
  • กิจกรรมทางธรณีวิทยา: เช่น แผ่นดินไหว
  • สึนามิ: คลื่นยักษ์ที่ส่งพลังงานเข้ามาในอ่าวหรือทะเลสาบ

เมื่อน้ำถูกรบกวน แรงโน้มถ่วงจะพยายามดึงให้น้ำกลับคืนสู่สมดุลในแนวราบ ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ในแนวตั้งแบบฮาร์มอนิก พลังงานจะเดินทางผ่านแอ่งน้ำและสะท้อนกลับจากขอบของแหล่งน้ำ เกิดการแทรกสอดจนกลายเป็นคลื่นนิ่งที่มีจุดบัพ (Node) ซึ่งเป็นจุดที่ไม่มีการเคลื่อนที่ในแนวตั้ง

สูตรการคำนวณคาบเวลาของ Seiche
สูตรของ Merian สำหรับการประมาณค่าคาบเวลาธรรมชาติที่ยาวที่สุดของ Seiche ในแหล่งน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

การคำนวณคาบเวลา

สำหรับแหล่งน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า คาบเวลาที่ยาวที่สุด (T) สามารถคำนวณได้จากสูตรของ Merian โดยพิจารณาจากความยาวของแหล่งน้ำ (L), ความลึกเฉลี่ย (h) และความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วง (g)

การเกิดขึ้นในสถานที่ต่างๆ

Seiche สามารถเกิดขึ้นได้ในแหล่งน้ำที่มีรูปร่างไม่แน่นอน เช่น ท่าเรือที่มีความคดเคี้ยว โดยมีตัวอย่างที่น่าสนใจดังนี้:

Seiche ในทะเลสาบ

ในทะเลสาบขนาดใหญ่ มักมี Seiche ขนาดเล็กเกิดขึ้นอยู่เสมอ แต่อาจสังเกตเห็นได้ชัดเจนในช่วงที่น้ำนิ่งเป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น:

  • ทะเลสาบเจนีวา: มีรอบการแกว่งตัวตามยาวทุกๆ 73 นาที และตามขวางทุกๆ 10 นาที
  • ทะเลสาบวากาติปู (นิวซีแลนด์): ระดับน้ำที่เมืองควีนส์ทาวน์เปลี่ยนแปลง 20 เซนติเมตร ในรอบ 27 นาที
  • ทะเลสาบเกรตเลกส์ (สหรัฐฯ และแคนาดา): โดยเฉพาะทะเลสาบอีรี (Lake Erie) ซึ่งตื้นและยาว ทำให้เกิด Seiche ได้รุนแรงถึง 5 เมตร เนื่องจากทิศทางลมที่พัดขนานกับตัวทะเลสาบ
การเคลื่อนที่ของน้ำในทะเลสาบ
การแกว่งตัวของระดับน้ำในทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เกิดจากแรงลม

อันตรายจาก Seiche

แม้จะดูเหมือนการแกว่งตัวของน้ำธรรมดา แต่ Seiche สามารถก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้ เช่น ในปี ค.ศ. 1954 ที่ชิคาโก เกิด Seiche สูงถึง 3 เมตร ซัดเข้าหาชายฝั่ง ทำให้ชาวประมง 8 คนถูกพัดหายไปและเสียชีวิต หรือเหตุการณ์ในปี 1995 ในทะเลสาบซูพีเรียที่ระดับน้ำลดและเพิ่มขึ้น 1 เมตร ภายในเวลาเพียง 15 นาที ทำให้เรือที่จอดอยู่หลุดจากท่า

คำถามที่พบบ่อย

Seiche แตกต่างจากคลื่นปกติอย่างไร?

คลื่นปกติจะเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่ Seiche เป็น 'คลื่นนิ่ง' (Standing Wave) ซึ่งน้ำจะแกว่งตัวขึ้นลงในตำแหน่งเดิม โดยมีจุดที่น้ำไม่เคลื่อนที่เลยเรียกว่าจุดบัพ (Node)

ปัจจัยใดที่มีผลต่อความรุนแรงของ Seiche?

ความลึกของน้ำ, ความยาวของแอ่งน้ำ, ทิศทางและระยะเวลาที่ลมพัด (Fetch), รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของความกดอากาศอย่างรวดเร็ว

Seiche เกิดขึ้นในทะเลได้หรือไม่?

เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในพื้นที่กึ่งปิด เช่น อ่าว ท่าเรือ หรือทะเลปิดอย่างทะเลเหนือ ซึ่งอาจมีคาบการแกว่งตัวที่ยาวนานถึง 36 ชั่วโมง