พื้นผิวแวนเดอร์วาลส์ (Van der Waals Surface) คืออะไร? เจาะลึกโมเดลโมเลกุล
สรุปใจความสำคัญ
- พื้นผิวแวนเดอร์วาลส์เป็นแบบจำลองที่แสดงขอบเขตการปฏิสัมพันธ์ระหว่างโมเลกุลโดยอิงจากรัศมีแวนเดอร์วาลส์
- โมเดล CPK เป็นแบบจำลองทางกายภาพชนิดแรกๆ ที่ใช้แนวคิดพื้นผิวแวนเดอร์วาลส์ในการแสดงโครงสร้างโมเลกุลแบบเติมเต็มพื้นที่
- ปริมาตรแวนเดอร์วาลส์ของโมเลกุลจะมีค่าน้อยกว่าผลรวมของปริมาตรอะตอมเดี่ยว เนื่องจากมีการซ้อนทับกันของรัศมีในบริเวณพันธะเคมี
พื้นผิวแวนเดอร์วาลส์ (Van der Waals surface) หรือที่เรียกว่า van der Waals envelope คือแบบจำลองทางนามธรรมของโมเลกุลที่แสดงให้เห็นถึงขอบเขตพื้นผิวภายนอกของโมเลกุล โดยอ้างอิงจากค่ารัศมีแวนเดอร์วาลส์ (van der Waals radii) ของอะตอมแต่ละตัว พื้นผิวนี้เป็นตัวแทนของบริเวณที่โมเลกุลใช้ในการปฏิสัมพันธ์กับโมเลกุลอื่นๆ ในทางเคมีและฟิสิกส์
แบบจำลองนี้ตั้งชื่อตาม Johannes Diderik van der Waals นักฟิสิกส์ทฤษฎีและนักอุณหพลศาสตร์ชาวดัตช์ ผู้พัฒนาสมการสถานะของก๊าซและของเหลว ซึ่งคำนึงถึงปริมาตรของอะตอมและแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุล
การประยุกต์ใช้และโมเดลทางกายภาพ
พื้นผิวแวนเดอร์วาลส์เป็นเครื่องมือสำคัญในการนำเสนอโครงสร้างโมเลกุล ซึ่งในอดีตใช้วิธีการคำนวณด้วยมือหรือสร้างแบบจำลองจากไม้และพลาสติก แต่ในปัจจุบันใช้ซอฟต์แวร์เคมีคำนวณ (Computational Chemistry) ในการสร้างภาพจำลองสามมิติ
หนึ่งในแบบจำลองทางกายภาพที่แพร่หลายที่สุดคือ โมเดล CPK (พัฒนาโดย Robert Corey, Linus Pauling และ Walter Koltun) ซึ่งเป็นโมเดลแบบเติมเต็มพื้นที่ (Space-filling model) ที่ใช้รัศมีแวนเดอร์วาลส์ในการกำหนดขนาดของอะตอม ทำให้สามารถเห็นภาพรวมของพื้นผิวแวนเดอร์วาลส์ของโมเลกุลได้อย่างชัดเจน
ปริมาตรและพื้นที่ผิวแวนเดอร์วาลส์
แนวคิดที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับพื้นผิวแวนเดอร์วาลส์คือ ปริมาตรแวนเดอร์วาลส์ (Van der Waals volume, Vw) และ พื้นที่ผิวแวนเดอร์วาลส์ (Van der Waals surface area, Aw)
พื้นที่ผิวแวนเดอร์วาลส์ (Van der Waals Surface Area)
คือการประมาณค่าพื้นที่ผิวของอะตอมหรือโมเลกุลทางคณิตศาสตร์ สำหรับก๊าซอะตอมเดี่ยวที่มีลักษณะเป็นทรงกลม พื้นที่ผิวจะคำนวณได้จากสูตร:

ปริมาตรแวนเดอร์วาลส์ (Van der Waals Volume)
คือปริมาตรที่ครอบครองโดยอะตอมเดี่ยวหรืออะตอมทั้งหมดในโมเลกุล สำหรับก๊าซอะตอมเดี่ยว ปริมาตรจะคำนวณได้จาก:

สำหรับโมเลกุลที่มีหลายอะตอม ปริมาตรแวนเดอร์วาลส์คือปริมาตรที่ถูกล้อมรอบด้วยพื้นผิวแวนเดอร์วาลส์ ซึ่งจะมีค่า น้อยกว่า ผลรวมของปริมาตรแวนเดอร์วาลส์ของอะตอมแต่ละตัว เนื่องจากระยะห่างระหว่างอะตอมที่เกิดจากพันธะเคมีนั้นสั้นกว่าผลรวมของรัศมีแวนเดอร์วาลส์ของอะตอมทั้งสอง ทำให้เกิดการซ้อนทับกันของพื้นผิว
การหาค่ารัศมีและปริมาตรแวนเดอร์วาลส์
ค่าเหล่านี้สามารถหาได้จากหลายวิธี เช่น:
- คุณสมบัติทางกลของก๊าซ (การหาค่าคงที่แวนเดอร์วาลส์)
- จุดวิกฤต (Critical point) ของของไหล
- การวัดทางผลึกศาสตร์ (Crystallographic measurements) เพื่อหาระยะห่างระหว่างอะตอมที่ไม่มีพันธะต่อกันในผลึก
- การวัดคุณสมบัติทางไฟฟ้าหรือทางแสง (เช่น Polarizability หรือ Molar refractivity)
เนื่องจากวิธีการวัดที่แตกต่างกันอาจให้ค่าที่คลาดเคลื่อนกันเล็กน้อย (ประมาณ 1–2 Å) ค่าที่ใช้ในตารางมาตรฐานจึงมักเป็นค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก นอกจากนี้ รัศมีแวนเดอร์วาลส์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพแวดล้อมทางเคมีของอะตอมนั้นๆ
คำถามที่พบบ่อย
พื้นผิวแวนเดอร์วาลส์แตกต่างจากรัศมีโควาเลนต์อย่างไร?
รัศมีโควาเลนต์วัดระยะห่างระหว่างนิวเคลียสของอะตอมที่สร้างพันธะกัน ส่วนรัศมีแวนเดอร์วาลส์วัดระยะห่างที่ใกล้ที่สุดที่อะตอมสองตัวสามารถเข้าใกล้กันได้โดยไม่มีแรงผลักที่รุนแรง ซึ่งมักใช้กับอะตอมที่ไม่ได้สร้างพันธะกัน
ทำไมต้องใช้โมเดล CPK ในการเรียนการสอนเคมี?
เพราะโมเดล CPK แสดงพื้นผิวแวนเดอร์วาลส์ (Space-filling) ทำให้ผู้เรียนเห็นขนาดที่แท้จริงของอะตอมและรูปร่างโดยรวมของโมเลกุล ซึ่งต่างจากโมเดลแบบเส้นและจุด (Ball-and-stick) ที่เน้นเพียงตำแหน่งพันธะ
ค่ารัศมีแวนเดอร์วาลส์เป็นค่าคงที่สำหรับทุกสถานการณ์หรือไม่?
ไม่ ค่ารัศมีแวนเดอร์วาลส์อาจเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อยขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทางเคมีและวิธีการที่ใช้ในการวัด