← กลับไปยังบทความทั้งหมด

มหาวิทยาลัยวิลเบอร์ฟอร์ซ สถาบันการศึกษาสำหรับชาวผิวดำในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1856 โดยคริสตจักรเมทอดิสต์เอพิสโคพัล (MEC)
  • เป็น HBCU แห่งแรกที่มอบปริญญาตรีที่ได้รับการรับรองในปี ค.ศ. 1857
  • เป็นหนึ่งในสามมหาวิทยาลัยผิวดำที่ก่อตั้งขึ้นก่อนสงครามกลางเมืองอเมริกา
  • มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคริสตจักรแอฟริกันเมทอดิสต์เอพิสโคพัล (AME) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1863

มหาวิทยาลัยวิลเบอร์ฟอร์ซ (Wilberforce University หรือ WU) เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนตั้งอยู่ในเมืองวิลเบอร์ฟอร์ซ รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในฐานะที่เป็นหนึ่งในสามมหาวิทยาลัยสำหรับชาวผิวดำ (Historically Black Colleges and Universities หรือ HBCUs) ที่ก่อตั้งขึ้นก่อนการเกิดสงครามกลางเมืองอเมริกา (American Civil War)

แผนที่แสดงที่ตั้งของมหาวิทยาลัยวิลเบอร์ฟอร์ซในรัฐโอไฮโอ
มหาวิทยาลัยวิลเบอร์ฟอร์ซตั้งอยู่ในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา

มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1856 โดยคริสตจักรเมทอดิสต์เอพิสโคพัล (Methodist Episcopal Church - MEC) และได้รับชื่อตาม วิลเลียม วิลเบอร์ฟอร์ซ (William Wilberforce) รัฐบุรุษและนักรณรงค์เลิกทาสชาวอังกฤษ ต่อมาในปี ค.ศ. 1863 มหาวิทยาลัยได้ถูกขายให้กับคริสตจักรแอฟริกันเมทอดิสต์เอพิสโคพัล (African Methodist Episcopal Church - AME) ซึ่งมีความสัมพันธ์กับสถาบันมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง และยังคงความสัมพันธ์กับคริสตจักร AME จนถึงปัจจุบัน

แผนที่แสดงที่ตั้งของมหาวิทยาลัยวิลเบอร์ฟอร์ซในสหรัฐอเมริกา
ตำแหน่งที่ตั้งของมหาวิทยาลัยในระดับประเทศ

ประวัติการก่อตั้งและบริบททางสังคม

ในช่วงศตวรรษที่ 19 รัฐโอไฮโอเป็นรัฐอิสระ (Free State) ที่มีพรมแดนติดกับรัฐที่เป็นทาส (Slave States) เช่น เคนทักกีและเวอร์จิเนีย ทำให้โอไฮโอเป็นเส้นทางสำคัญของ Underground Railroad (เครือข่ายลับในการช่วยเหลือทาสผิวดำให้หลบหนีไปสู่เสรีภาพ) โดยคาดการณ์ว่ามีทาสผิวดำประมาณ 40,000 คนหลบหนีผ่านเส้นทางในโอไฮโอ

การเพิ่มขึ้นของประชากรผิวดำในรัฐโอไฮโอ โดยเฉพาะในเขตแฮมิลตันและพื้นที่ใกล้เคียงทางตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้ความต้องการด้านการศึกษากลายเป็นประเด็นเร่งด่วน ผู้นำชุมชนและกลุ่มทางศาสนาจึงพยายามผลักดันให้เกิดการศึกษาสำหรับชาวผิวดำ ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้งมหาวิทยาลัยวิลเบอร์ฟอร์ซในที่สุด

ความสำคัญในฐานะสถาบันการศึกษาผิวดำแห่งแรกๆ

มหาวิทยาลัยวิลเบอร์ฟอร์ซได้รับการยอมรับว่าเป็นสถาบันการศึกษาผิวดำ (HBC) แห่งที่สามที่ก่อตั้งขึ้นในสหรัฐอเมริกา และเป็นสถาบันสุดท้ายที่ก่อตั้งขึ้นก่อนสงครามกลางเมืองอเมริกาจะปะทุขึ้น

จุดเด่นที่สำคัญคือ มหาวิทยาลัยวิลเบอร์ฟอร์ซเป็น HBCU แห่งแรกที่สามารถมอบปริญญาตรีที่ได้รับการรับรอง (Accredited Bachelor's Degree) ให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาได้ในปี ค.ศ. 1857 ซึ่งเป็นความสำเร็จที่สถาบัน HBCU อื่นๆ ในขณะนั้นยังไม่สามารถทำได้จนกระทั่งปี ค.ศ. 1868

การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาสถาบัน

ในปี ค.ศ. 1887 มหาวิทยาลัยเริ่มดำเนินงานในรูปแบบสถาบันที่ได้รับเงินสนับสนุนบางส่วนจากรัฐและบางส่วนจากภาคเอกชน ต่อมาได้มีการแยกแผนกเทววิทยาออกไปเพื่อก่อตั้ง วิทยาลัยเทววิทยาเพย์น (Payne Theological Seminary) เพื่อให้เป็นอิสระและหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องการแยกศาสนจักรออกจากรัฐ

ในปี ค.ศ. 1947 ส่วนที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐได้แยกตัวออกไปจากมหาวิทยาลัยวิลเบอร์ฟอร์ซ และกลายเป็นสถาบันที่รู้จักกันในปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยเซ็นทรัลสเตต (Central State University)

การศึกษาในปัจจุบัน

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยวิลเบอร์ฟอร์ซเปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาจำนวน 25 หลักสูตร โดยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1966 เป็นต้นมา สถาบันได้ให้ความสำคัญกับ Cooperative Education หรือการศึกษาเชิงสหกิจ ซึ่งกำหนดให้นักศึกษาต้องฝึกงานในสาขาวิชาที่เรียนควบคู่ไปกับการเรียนในชั้นเรียน

ในด้านกีฬา มหาวิทยาลัยเป็นสมาชิกของสมาคมกีฬาเพื่อการศึกษาระหว่างวิทยาลัยแห่งชาติ (NAIA) โดยมีทีมกีฬาที่ใช้ชื่อว่า Bulldogs และแข่งขันในลีก HBCU Athletic Conference

คำถามที่พบบ่อย

มหาวิทยาลัยวิลเบอร์ฟอร์ซก่อตั้งขึ้นเมื่อใดและโดยใคร?

ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1856 โดยคริสตจักรเมทอดิสต์เอพิสโคพัล (MEC) และตั้งชื่อตาม วิลเลียม วิลเบอร์ฟอร์ซ นักรณรงค์เลิกทาสชาวอังกฤษ

ทำไมมหาวิทยาลัยวิลเบอร์ฟอร์ซจึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์?

เพราะเป็นหนึ่งในสามสถาบันการศึกษาผิวดำ (HBCU) ที่ก่อตั้งขึ้นก่อนสงครามกลางเมืองอเมริกา และเป็นแห่งแรกที่มอบปริญญาตรีที่ได้รับการรับรองในปี ค.ศ. 1857

มหาวิทยาลัยวิลเบอร์ฟอร์ซมีความเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยเซ็นทรัลสเตตอย่างไร?

เดิมทีส่วนที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐของมหาวิทยาลัยวิลเบอร์ฟอร์ซได้แยกตัวออกไปในปี ค.ศ. 1947 เพื่อก่อตั้งเป็นมหาวิทยาลัยเซ็นทรัลสเตต (Central State University)