วิลเลียม อเล็กซานเดอร์ นักกิจกรรมคอมมิวนิสต์และผู้บัญชาการกองพันบริติชในสงครามกลางเมืองสเปน
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นผู้บัญชาการกองพันบริติชของกองพลนานาชาติในสงครามกลางเมืองสเปน
- ดำรงยศร้อยเอกในหน่วยลาดตระเวนของกองทัพบกอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
- เป็นสมาชิกและผู้บริหารระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งบริเตนใหญ่ (CPGB) จนกระทั่งพรรคยุบตัวลงในปี 1991
- เป็นนักเคมีอุตสาหกรรมและครูสอนวิชาเคมี
วิลเลียม อเล็กซานเดอร์ (William Alexander; 13 มิถุนายน 1910 – 11 กรกฎาคม 2000) เป็นนักกิจกรรมคนสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งบริเตนใหญ่ (Communist Party of Great Britain - CPGB) โดยเป็นที่รู้จักมากที่สุดในฐานะผู้บัญชาการกองพันบริติช (British Battalion) ของกองพลนานาชาติ (International Brigades) ในช่วงสงครามกลางเมืองสเปน นอกจากนี้เขายังรับราชการในกองทัพบกอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยดำรงยศร้อยเอกในหน่วยลาดตระเวน (Reconnaissance Corps) และมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมลัทธิมาร์กซ์-เลนินจนกระทั่งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งบริเตนใหญ่ยุบตัวลงในปี 1991

ชีวิตช่วงต้นและการเข้าสู่การเมือง
อเล็กซานเดอร์เกิดในครอบครัวชนชั้นแรงงานขนาดใหญ่ในเมืองริงวูด (Ringwood) มณฑลแฮมป์เชียร์ โดยเป็นบุตรของช่างไม้ เขาได้รับอิทธิพลทางความคิดทางการเมืองจากมารดาและการเข้าร่วมขบวนการเดินขบวนต่อต้านความหิวโหยแห่งชาติของบริเตนปี 1932 (British National Hunger March 1932) ซึ่งนำไปสู่การเข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งบริเตนใหญ่ในปีเดียวกัน
ในด้านการศึกษา เขาศึกษาวิชาเคมีที่มหาวิทยาลัยเรดดิง (University of Reading) และประกอบอาชีพเป็นนักเคมีอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม เขาได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำงานร่วมกับสหภาพแรงงานและเผยแพร่แนวคิดคอมมิวนิสต์ผ่านพรรค CPGB นอกจากนี้เขายังเป็นนักต่อต้านฟาสซิสต์ที่โดดเด่นและได้เข้าร่วมในเหตุการณ์การต่อสู้ที่ถนนเคเบิล (Battle of Cable Street)
บทบาทในสงครามกลางเมืองสเปน
ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 1937 อเล็กซานเดอร์อาสาสมัครเข้าร่วมกองพันบริติชของกองพลนานาชาติเพื่อสนับสนุนฝ่ายสาธารณรัฐในสงครามกลางเมืองสเปน เขาผ่านการรบครั้งแรกในยุทธการที่บรูเนเต (Battle of Brunete) ซึ่งเป็นการรบที่รุนแรงจนทำให้กำลังพลของกองพันลดลงจาก 300 นาย เหลือเพียง 42 นาย โดยอเล็กซานเดอร์เป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิต
ต่อมาเขาได้เข้าร่วมหน่วยปืนต่อต้านรถถังของกองพลที่ 15 ซึ่งเป็นหน่วยระดับหัวกะทิที่ใช้ยุทโธปกรณ์ต่อต้านรถถังประสิทธิภาพสูงจากสหภาพโซเวียต และได้รับแต่งตั้งเป็นคอมมิสซาร์ทางการเมือง (Political Commissar) เขาได้รับประกาศเกียรติคุณด้านความกล้าหาญในยุทธการที่เบลชิเต (Battle of Belchite) เมื่อเดือนกันยายน 1937
อเล็กซานเดอร์ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการกองพันบริติชและนำกองกำลังเข้าสู่ยุทธการที่เตรูเอล (Battle of Teruel) ในระหว่างการรบครั้งนี้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากกระสุนปืนที่หน้าอกและไหล่ ส่งผลให้เขาต้องเดินทางออกจากสเปนในเดือนมิถุนายน 1938
การรับราชการในสงครามโลกครั้งที่ 2
หลังจากกลับมายังบริเตน อเล็กซานเดอร์ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการเขตเมอร์ซีย์ไซด์ของพรรค CPGB ในช่วงต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาพยายามสมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนทหารบกแซนด์เฮิร์สต์ (Royal Military Academy Sandhurst) แต่ถูกปฏิเสธในตอนแรกเนื่องจากสถานะสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ อย่างไรก็ตาม ด้วยการสนับสนุนจากดัชเชสแห่งแอธอล (Duchess of Atholl) เขาจึงได้รับอนุญาตให้เข้าเรียนในปี 1940 และสำเร็จการศึกษาโดยเป็นนักเรียนทหารที่ทำคะแนนได้สูงสุดในรุ่น
ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 อเล็กซานเดอร์ปฏิบัติหน้าที่ในแอฟริกาเหนือ อิตาลี และเยอรมนี แม้ว่าสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จะเผชิญกับการเลือกปฏิบัติภายในกองทัพบกอังกฤษ แต่เขาสามารถเลื่อนยศขึ้นเป็นร้อยเอกในหน่วยลาดตระเวน (Reconnaissance Corps) ได้สำเร็จ
ชีวิตหลังสงครามและบทบาทในบั้นปลาย
หลังสิ้นสุดสงคราม อเล็กซานเดอร์กลับมาทำงานเป็นนักกิจกรรมเต็มตัวให้กับพรรค CPGB เขาลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตโคเวนทรีตะวันออก (Coventry East) ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 1945 และ 1951 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
เขาดำรงตำแหน่งเลขาธิการเขตมิดแลนด์ของพรรค CPGB ระหว่างปี 1947 ถึง 1953 จากนั้นเป็นเลขาธิการเขตเวลส์จนถึงปี 1959 ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขาธิการทั่วไปของพรรค ในปี 1967 เขาลาออกจากตำแหน่งบริหารในพรรคเพื่อไปเป็นครูสอนวิชาเคมีที่โรงเรียนไซเดนแฮม (Sydenham School) แต่ยังคงสถานะสมาชิกพรรคจนกระทั่งพรรคยุบตัวลงในปี 1991
ในช่วงทศวรรษ 1980 อเล็กซานเดอร์คัดค้านแนวโน้มการปรับเปลี่ยนแนวทาง (Revisionism) ภายในพรรค และในช่วงทศวรรษสุดท้ายของชีวิตเขาได้หันมาสนับสนุนประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้เขายังดำรงตำแหน่งประธานหอสมุดอนุสรณ์มาร์กซ์ (Marx Memorial Library) ระหว่างปี 1989 ถึง 1996 และเป็นผู้บริหารสมาคมกองพลนานาชาติ (International Brigade Association)
ผลงานเขียน
อเล็กซานเดอร์ได้เขียนหนังสือและบทความจำนวนมากเกี่ยวกับสงครามกลางเมืองสเปน ผลงานที่สำคัญ ได้แก่:
- British Volunteers For Liberty (1982)
- George Orwell and Spain (1984)
- No To Franco: The Struggle Never Stopped 1939-1975 (1992)
- Memorials Of The Spanish Civil War (1996)
วิลเลียม อเล็กซานเดอร์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2000 ขณะมีอายุได้ 90 ปี
คำถามที่พบบ่อย
วิลเลียม อเล็กซานเดอร์ มีบทบาทอย่างไรในสงครามกลางเมืองสเปน?
เขาอาสาสมัครเข้าร่วมกองพลนานาชาติในฐานะสมาชิกกองพันบริติช โดยไต่เต้าจากทหารราบขึ้นเป็นคอมมิสซาร์ทางการเมือง และก้าวขึ้นเป็นผู้บัญชาการกองพันบริติช ซึ่งนำทหารเข้าสู่ยุทธการที่เตรูเอลก่อนจะได้รับบาดเจ็บสาหัส
ทำไมเขาถึงถูกปฏิเสธการเข้าเรียนที่แซนด์เฮิร์สต์ในตอนแรก?
เขาถูกปฏิเสธเนื่องจากเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งบริเตนใหญ่ (CPGB) ซึ่งถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือขัดกับอุดมการณ์ของรัฐในขณะนั้น
ผลงานเขียนที่สำคัญของวิลเลียม อเล็กซานเดอร์ คืออะไร?
เขาเขียนหนังสือหลายเล่มที่บันทึกประวัติศาสตร์สงครามกลางเมืองสเปน เช่น British Volunteers For Liberty และ No To Franco
อาชีพนอกเหนือจากการเมืองของเขาคืออะไร?
เขาศึกษาวิชาเคมีจากมหาวิทยาลัยเรดดิง และทำงานเป็นนักเคมีอุตสาหกรรม รวมถึงเป็นครูสอนวิชาเคมีที่โรงเรียนไซเดนแฮมในช่วงบั้นปลายชีวิต
