← กลับไปยังบทความทั้งหมด

วิลเลียม มอนต์โกเมอรี วัตต์ นักประวัติศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านอิสลามศึกษา

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นศาสตราจารย์ด้านอาหรับและอิสลามศึกษาที่มหาวิทยาลัยเอดินบะระ ระหว่างปี 1964-1979
  • เขียนหนังสือชีวประวัติศาสดามูฮัมหมัดเล่มสำคัญคือ Muhammad at Mecca และ Muhammad at Medina
  • เป็นทั้งบาทหลวงนิกายแองกลิกันและนักวิชาการอิสลามศึกษาที่ได้รับการยอมรับจากทั้งชาวตะวันตกและมุสลิม
  • นำแนวคิดเรื่องเอกภาพของพระเจ้าในอิสลามมาวิเคราะห์และตีความหลักตรีเอกานุภาพในศาสนาคริสต์ใหม่

วิลเลียม มอนต์โกเมอรี วัตต์ (William Montgomery Watt; 14 มีนาคม 1909 – 24 ตุลาคม 2006) เป็นนักประวัติศาสตร์และนักบูรพทิศวิทยา (Orientalist) ชาวสกอตแลนด์ รวมถึงเป็นบาทหลวงในศาสนาคริสต์นิกายแองกลิกัน วัตต์ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านอาหรับและอิสลามศึกษาที่มหาวิทยาลัยเอดินบะระ (University of Edinburgh) ระหว่างปี 1964 ถึง 1979 และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการศึกษาคัมภีร์กุรอาน

วัตต์ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้ตีความศาสนาอิสลามชาวตะวันตกที่ไม่ใช่มุสลิมที่มีอิทธิพลมากที่สุด โดยเฉพาะผลงานชีวประวัติของศาสดามูฮัมหมัดในเล่ม Muhammad at Mecca (1953) และ Muhammad at Medina (1956) ซึ่งถือเป็นงานเขียนระดับคลาสสิกในสาขาวิชานี้

ภาพถ่ายของศาสตราจารย์วัตต์กับ Abdolrashidi
ศาสตราจารย์ วิลเลียม มอนต์โกเมอรี วัตต์

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา

วัตต์เกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 1909 ที่เมืองเซเรส (Ceres) ในเขตไฟฟ์ (Fife) ประเทศสกอตแลนด์ บิดาของเขาซึ่งเป็นศาสนาจารย์แห่งคริสตจักรแห่งสกอตแลนด์เสียชีวิตลงขณะที่เขามีอายุได้เพียง 14 เดือน ด้านการศึกษา วัตต์เข้าเรียนที่วิทยาลัยจอร์จ วัตสัน (George Watson's College) ในเอดินบะระ จากนั้นศึกษาต่อด้านคลาสสิกที่มหาวิทยาลัยเอดินบะระ และจบการศึกษาในระดับปริญญาจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (Oxford)

เส้นทางอาชีพ

บทบาททางศาสนา

วัตต์ได้รับศีลบวชเป็นเดคอน (Deacon) ในคริสตจักรเอพิสโคพัลแห่งสกอตแลนด์ในปี 1939 และเป็นบาทหลวง (Priest) ในปี 1940 เขาปฏิบัติหน้าที่ในเขตมิสซังลอนดอน ณ โบสถ์ St Mary The Boltons ระหว่างปี 1939 ถึง 1941 ต่อมาได้ย้ายไปที่โบสถ์ Old Saint Paul's ในเอดินบะระหลังจากโบสถ์เดิมได้รับความเสียหายจากการโจมตีทางอากาศในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง (The Blitz)

ระหว่างปี 1943 ถึง 1946 วัตต์ทำหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอาหรับให้กับบิชอปแองกลิกันแห่งเยรูซาเล็ม หลังจากกลับเข้าสู่แวดวงวิชาการในปี 1946 เขาไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางศาสนาเต็มเวลาอีกเลย แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งกิตติมศักดิ์และงานอาสาสมัคร เช่น การเป็นสมาชิกของชุมชนไอโอนา (Iona Community) ในปี 1960 และการเป็นบาทหลวงกิตติมศักดิ์ในโบสถ์หลายแห่งจนถึงช่วงหลังเกษียณ

เส้นทางวิชาการ

วัตต์ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านอาหรับและอิสลามศึกษาที่มหาวิทยาลัยเอดินบะระตั้งแต่ปี 1964 ถึง 1979 ด้วยความเชี่ยวชาญที่ลึกซึ้ง เขาจึงได้รับฉายาว่า "นักบูรพทิศวิทยาคนสุดท้าย" (The Last Orientalist) นอกจากนี้ เขายังได้รับเชิญให้เป็นศาสตราจารย์พิเศษในสถาบันชั้นนำ เช่น มหาวิทยาลัยโตรอนโต (University of Toronto), Collège de France และมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ (Georgetown University)

การประเมินผลงานและมรดกทางวิชาการ

งานเขียนของวัตต์ได้รับการยกย่องว่าเป็นมาตรฐานในด้านอิสลามศึกษาตะวันตกสมัยใหม่ เขามีมุมมองว่าคัมภีร์กุรอานได้รับแรงบันดาลใจจากพระเจ้า แต่ไม่ได้มองว่าทุกตัวอักษรต้องถูกต้องตามข้อเท็จจริงอย่างไม่มีข้อผิดพลาด (infallibly true)

ศาสตราจารย์แคโรล ฮิลเลนแบรนด์ (Carole Hillenbrand) ระบุว่า วัตต์ไม่ลังเลที่จะแสดงทัศนะทางเทววิทยาที่ค่อนข้างก้าวหน้า ซึ่งบางครั้งสร้างความขัดแย้งในวงการคริสตจักร โดยเฉพาะการที่เขาใช้การศึกษาเรื่องเอกภาพของพระเจ้าในอิสลามมาทบทวนหลักตรีเอกานุภาพ (Trinity) ในศาสนาคริสต์ โดยเขามองว่าตรีเอกานุภาพคือ "ใบหน้า" (persona) ที่แตกต่างกันสามรูปแบบของพระเจ้าองค์เดียว ไม่ใช่พระเจ้าสามองค์

แม้ว่าผลงานของเขาจะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนักวิชาการบางกลุ่ม เช่น จอห์น แวนส์บรอ (John Wansbrough), แพทริเซีย โครน (Patricia Crone) และไมเคิล คุก (Michael Cook) ในประเด็นเรื่องต้นกำเนิดของอิสลาม อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา โครนและคุกได้ยอมรับว่าสมมติฐานหลักในหนังสือ Hagarism ของพวกเขานั้นมีความผิดพลาดเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ

รางวัลและเกียรติยศ

  • ได้รับเหรียญ Giorgio Levi Della Vida จากสหรัฐอเมริกา
  • เป็นผู้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมด้านวิชาการคนแรกจากสมาคมอังกฤษเพื่อการศึกษาตะวันออกกลาง (British Society for Middle Eastern Studies)
  • ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยอเบอร์ดีน (Aberdeen University)

คำถามที่พบบ่อย

วิลเลียม มอนต์โกเมอรี วัตต์ คือใคร?

เขาเป็นนักประวัติศาสตร์และนักบูรพทิศวิทยาชาวสกอตแลนด์ และเป็นบาทหลวงแองกลิกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านอิสลามศึกษาและประวัติศาสตร์ศาสดามูฮัมหมัด

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของ วัตต์ คืออะไร?

งานเขียนชีวประวัติของศาสดามูฮัมหมัด ได้แก่ Muhammad at Mecca และ Muhammad at Medina ซึ่งถือเป็นงานระดับคลาสสิกในด้านอิสลามศึกษาตะวันตก

มุมมองของ วัตต์ ต่อคัมภีร์กุรอานเป็นอย่างไร?

เขาเชื่อว่าคัมภีร์กุรอานได้รับแรงบันดาลใจจากพระเจ้า แต่ไม่ได้มองว่าทุกส่วนต้องถูกต้องตามข้อเท็จจริงอย่างไม่มีข้อผิดพลาด

วัตต์ได้รับฉายาว่าอะไร?

เขาได้รับฉายาว่า "นักบูรพทิศวิทยาคนสุดท้าย" (The Last Orientalist)