← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เหตุการณ์จลาจลทางเชื้อชาติในวิลมิงตัน ปี 1919

สรุปใจความสำคัญ

  • เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 1919 ในเมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์
  • ชนวนเหตุเกิดจากการยิงปะทะระหว่างตำรวจกับสามพี่น้องตระกูลไพรซ์ ซึ่งส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย
  • กลุ่มชาวผิวขาวพยายามรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา แต่เมื่อไม่สำเร็จจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปโจมตีชุมชนชาวผิวสีแทน
  • เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ความไม่สงบทางเชื้อชาติที่เรียกว่า 'ฤดูร้อนสีแดง' (Red Summer) ในปี 1919

เหตุการณ์จลาจลทางเชื้อชาติในวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ (Wilmington, Delaware race riot of 1919) เป็นเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างชาวผิวขาวและชาวผิวสีในเมืองวิลมิงตัน เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 1919 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทางเชื้อชาติในสหรัฐอเมริกาทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก

ภาพหนังสือพิมพ์ขาวดำรายงานข่าวเหตุการณ์จลาจล
รายงานข่าวจากหนังสือพิมพ์ในยุคนั้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงในวิลมิงตัน

ชนวนเหตุและการยิงปะทะ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นจากการสืบสวนคดีปล้นร้านขายปืนในเมืองวิลมิงตัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มุ่งเป้าไปที่ครอบครัวไพรซ์ (Price family) ซึ่งเป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกัน เนื่องจากพบว่าอาวุธปืนที่ถูกขโมยไปถูกนำไปจำนำในหลายแห่งทั่วเมือง

ในระหว่างการบุกตรวจค้นบ้านตระกูลไพรซ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายคือ เจ้าหน้าที่ Thomas L. Zebley และ เจ้าหน้าที่ Harry F. Pierce ได้เผชิญหน้ากับสามพี่น้องตระกูลไพรซ์ ได้แก่ Lemuel, James และ John Price ซึ่งกำลังนอนหลับอยู่ เมื่อถูกปลุกให้ตื่นขึ้น สามพี่น้องได้ใช้อาวุธปืนที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนยิงใส่เจ้าหน้าที่ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ Zebley ถูกยิงที่หัวใจจนเสียชีวิต และเจ้าหน้าที่ Pierce ถูกยิงเข้าที่ปอดสองนัด

การขยายตัวสู่เหตุจลาจล

เมื่อข่าวการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจแพร่กระจายออกไป กลุ่มชาวผิวขาวที่โกรธแค้นได้รวมตัวกันเป็นฝูงชนเพื่อพยายามจะรุมประชาทัณฑ์ (lynch) สามพี่น้องตระกูลไพรซ์ เพื่อป้องกันเหตุร้าย ตำรวจวิลมิงตันจึงได้ทำการเคลื่อนย้ายตัวผู้ต้องหาทั้งสามคนไปกักตัวไว้ที่สถานีตำรวจกลางในเมืองฟิลาเดลเฟียอย่างลับๆ

เมื่อกลุ่มผู้ก่อเหตุทราบว่าไม่สามารถเข้าถึงตัวผู้ต้องหาได้ ความโกรธแค้นจึงเปลี่ยนทิศทางไปสู่ชุมชนชาวผิวสีในเมือง โดยมีกลุ่มชาวผิวขาวประมาณ 300 คน บุกเข้าไปอาละวาดในย่านที่อยู่อาศัยของชาวผิวสี จนเกิดการปะทะกันด้วยอาวุธปืนระหว่างกลุ่มชาวผิวขาวและชายชาวผิวสี 4 คน ส่งผลให้ Bannel Fields ชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกยิงที่ศีรษะ

ในที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถระงับเหตุจลาจลได้ และได้ดำเนินมาตรการฉุกเฉินหลายประการ รวมถึงการสั่งระงับการจำหน่ายอาวุธปืนชั่วคราวเพื่อป้องกันเหตุรุนแรงซ้ำซ้อน

บริบทของ 'ฤดูร้อนสีแดง' (Red Summer)

เหตุการณ์ในวิลมิงตันเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ฤดูร้อนสีแดง (Red Summer) ของปี 1919 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดเหตุจลาจลและความไม่สงบทางเชื้อชาติในหลายสิบเมืองและเคาน์ตีทั่วสหรัฐอเมริกา

ในช่วงเวลาดังกล่าว ชุมชนชาวผิวสีมักตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีโดยกลุ่มชาวผิวขาว โดยมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เช่น:

  • จลาจลในชิคาโก: ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 38 ราย และเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล
  • จลาจลในวอชิงตัน ดี.ซี.: ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 39 ราย
  • การสังหารหมู่ที่อีเลน (Elaine massacre) ในรัฐอาร์คันซอ: ซึ่งเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง โดยคาดว่ามีชาวผิวสีเสียชีวิตระหว่าง 100 ถึง 240 ราย และชาวผิวขาวเสียชีวิต 5 ราย

ในหลายกรณี กลุ่มชุมชนชาวผิวสีได้เริ่มมีการตอบโต้และป้องกันตนเองจากการโจมตี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางสังคมและการต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 1

คำถามที่พบบ่อย

เหตุการณ์จลาจลในวิลมิงตันปี 1919 เกิดจากอะไร?

เกิดจากการที่สามพี่น้องตระกูลไพรซ์ซึ่งเป็นชาวผิวสี ถูกตำรวจบุกตรวจค้นบ้านในข้อหาปล้นร้านปืน จนเกิดการยิงปะทะกันทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บ 1 นาย ซึ่งนำไปสู่การที่กลุ่มชาวผิวขาวรวมตัวกันโจมตีชุมชนชาวผิวสี

ตำรวจป้องกันการรุมประชาทัณฑ์ได้อย่างไร?

ตำรวจได้ทำการเคลื่อนย้ายตัวสามพี่น้องตระกูลไพรซ์ไปไว้ที่สถานีตำรวจกลางในเมืองฟิลาเดลเฟียอย่างลับๆ เพื่อให้พ้นจากมือของฝูงชนชาวผิวขาวที่ต้องการรุมประชาทัณฑ์

Red Summer คืออะไร?

Red Summer หรือ ฤดูร้อนสีแดง คือช่วงเวลาในปี 1919 ที่เกิดเหตุจลาจลทางเชื้อชาติและความรุนแรงต่อชาวแอฟริกัน-อเมริกันในหลายเมืองทั่วสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สะท้อนความขัดแย้งทางเชื้อชาติที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ