← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เลทิเทีย วูดส์ บราวน์ นักประวัติศาสตร์และผู้บุกเบิกสตรีผิวสีในแวดวงวิชาการ

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นหนึ่งในสตรีผิวสีคนแรกที่ได้รับปริญญาเอกด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
  • เป็นอาจารย์ผิวสีเต็มเวลาคนแรกที่มหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน
  • มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ให้ชาวผิวสีได้รับตำแหน่งทางการเมืองในเทศมณฑลเวสต์เชสเตอร์
  • อุทิศตนให้กับการวิจัยประวัติศาสตร์แอฟริกัน-อเมริกัน โดยเฉพาะในเขตวอชิงตัน ดี.ซี.

เลทิเทีย วูดส์ บราวน์ (Letitia Woods Brown; 24 ตุลาคม 1915 – 3 สิงหาคม 1976) เป็นนักวิจัยและนักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกัน ผู้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นหนึ่งในสตรีผิวสีคนแรกๆ ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เธออุทิศตนให้กับการสอน การวิจัย และการขับเคลื่อนสิทธิพลเมืองตลอดระยะเวลากว่าสี่ทศวรรษในอาชีพวิชาการ

ภาพถ่ายของ เลทิเทีย วูดส์ บราวน์
เลทิเทีย วูดส์ บราวน์ นักประวัติศาสตร์และอาจารย์มหาวิทยาลัย

ประวัติช่วงต้นและการศึกษา

เลทิเทีย วูดส์ บราวน์ (นามสกุลเดิม วูดส์) เกิดเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 1915 ที่เมืองทัสคีกี รัฐแอลาบามา เป็นบุตรสาวคนที่สองในบรรดาลูกสาวสามคนของ แมทธิว วูดส์ และ เอวาดเน คลาร์ก อดัม วูดส์ ครอบครัวของเธอเป็นชนชั้นกลางที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยทั้งบิดาและมารดาต่างเป็นครูที่สถาบันทัสคีกี (Tuskegee Institute หรือปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยทัสคีกี) ซึ่งเป็นวิทยาลัยอุตสาหกรรมที่ก่อตั้งโดย บูเกอร์ ที. วอชิงตัน

บราวน์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี (Bachelor of Science) จากสถาบันทัสคีกีในปี 1935 ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) หลังจากนั้นเธอได้เริ่มอาชีพครูในระบบโรงเรียนที่แบ่งแยกสีผิวในเทศมณฑลเมคอน รัฐแอลาบามา ระหว่างปี 1935 ถึง 1936 โดยสอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และ 4 ซึ่งเธอเคยสะท้อนถึงความยากลำบากในขณะนั้นว่า โรงเรียนผิวสีในชนบทขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนอย่างหนัก จนครูต้องจัดหาชอล์ก กระดาษ และดินสอด้วยตนเอง

ต่อมาเธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต (Ohio State University) ในปี 1937 ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่โดดเด่นในยุคที่สตรีเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกันมีโอกาสน้อยมากในการเข้าถึงการศึกษาระดับสูง หลังจากจบการศึกษา เธอและกลุ่มนักศึกษาได้เดินทางไปยังประเทศเฮติเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์และวรรณกรรมของแคริบเบียน ซึ่งเธอถือเป็นประสบการณ์การเปิดโลกทัศน์ครั้งแรกของเธอ

ภาพมุมกว้างของวิทยาเขตสถาบันทัสคีกี ปี 1916
วิทยาเขตสถาบันทัสคีกี สถานที่ที่บราวน์และครอบครัวมีความผูกพันอย่างลึกซึ้ง

เส้นทางอาชีพและการทำงาน

หลังจากกลับจากเฮติ บราวน์กลับมาทำงานเป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ที่สถาบันทัสคีกีตั้งแต่ปี 1937 จนถึง 1940 จากนั้นเธอได้ย้ายไปที่เมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี เพื่อสอนประวัติศาสตร์ที่วิทยาลัยเลอมอยน์-โอเวน (LeMoyne-Owen College) จนถึงปี 1945 โดยในช่วงเวลานี้เธอเผชิญกับข้อจำกัดของนักการศึกษาผิวสีที่มักจะได้รับตำแหน่งงานในสถาบันการศึกษาสำหรับชาวแอฟริกัน-อเมริกันเท่านั้น (Historically Black Colleges and Universities - HBCUs)

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก บราวน์ย้ายไปที่เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ เพื่อเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่นั่นเธอได้พบกับ ทีโอดอร์ เอ็ดเวิร์ด บราวน์ และแต่งงานกันในปี 1947

ในช่วงปี 1956 บราวน์และครอบครัวย้ายไปอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เธอได้ทำงานเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่สำนักงานความช่วยเหลือทางเทคนิค (Bureau of Technical Assistance) และเริ่มมีความสนใจในประวัติศาสตร์ของชาวแอฟริกัน-อเมริกันในเขตวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งต่อมากลายเป็นหัวข้อหลักในการบรรยายและการวิจัยของเธอ

ระหว่างการศึกษาปริญญาเอกที่ฮาร์วาร์ด บราวน์ได้ทำหน้าที่เป็นอาจารย์สอนวิชาสังคมศาสตร์และประวัติศาสตร์ตั้งแต่ปี 1961 ถึง 1970 และได้รับการแต่งตั้งเป็นรองศาสตราจารย์ในเวลาต่อมา ในปี 1966 ขณะที่มีอายุ 51 ปี เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งทำให้เธอเป็นหนึ่งในสตรีผิวสีคนแรกๆ ที่ได้รับวุฒินี้จากสถาบันดังกล่าว

บทบาททางสังคมและผลงานทางวิชาการ

บราวน์ไม่ได้จำกัดบทบาทอยู่เพียงในห้องเรียน แต่เธอยังเป็นนักกิจกรรมทางสังคม โดยในขณะที่อาศัยอยู่ที่เมืองเมานต์เวอร์นอน รัฐนิวยอร์ก เธอได้ช่วยรณรงค์เลือกตั้งจนทำให้ แฮโรลด์ วูด (Harold Wood) กลายเป็นชาวผิวสีคนแรกที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการกำกับดูแลเทศมณฑลเวสต์เชสเตอร์ (Westchester County Board of Supervisors)

ในด้านวิชาการ เธอเป็นที่ปรึกษาหลักให้กับโครงการประวัติศาสตร์บอกเล่าของสตรีผิวสี (Black Women Oral History Project) ของห้องสมุดชเลซิงเกอร์ (Schlesinger Library) และมีส่วนร่วมในการเขียนหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของวอชิงตัน ดี.ซี. เช่น Free Negroes in the District, 1791–1846 และ Washington in the New Era, 1870–1970

ในช่วงปลายอาชีพของเธอ บราวน์ได้รับโอกาสเป็นอาจารย์บรรยายในโครงการฟูลไบรท์ (Fulbright lecturer) ที่มหาวิทยาลัยโมนาช (Monash University) และมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (Australian National University) ระหว่างปี 1968 ถึง 1971 จากนั้นเธอได้ทำงานเป็นที่ปรึกษาที่สถาบันบริหารงานส่วนกลาง (Federal Executive Institute) ในปี 1971

ระหว่างปี 1971 ถึง 1976 บราวน์ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน (George Washington University) โดยเธอเป็นสมาชิกคณะอาจารย์ผิวสีที่ทำงานเต็มเวลาคนแรกของมหาวิทยาลัยแห่งนี้

คำถามที่พบบ่อย

เลทิเทีย วูดส์ บราวน์ คือใคร?

เธอคือนักประวัติศาสตร์และนักวิจัยชาวอเมริกัน ผู้เป็นหนึ่งในสตรีผิวสีคนแรกๆ ที่ได้รับปริญญาเอกด้านประวัติศาสตร์จากประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยผู้บุกเบิก

เลทิเทีย วูดส์ บราวน์ สำเร็จการศึกษาจากที่ไหนบ้าง?

เธอสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีจากสถาบันทัสคีกี, ปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต และปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

ผลงานที่โดดเด่นของ เลทิเทีย วูดส์ บราวน์ คืออะไร?

answer: เธอมีส่วนร่วมในการเขียนหนังสือประวัติศาสตร์เกี่ยวกับวอชิงตัน ดี.ซี. และเป็นที่ปรึกษาให้กับโครงการประวัติศาสตร์บอกเล่าของสตรีผิวสีของห้องสมุดชเลซิงเกอร์

เธอมีบทบาทในการขับเคลื่อนสังคมอย่างไร?

เธอเป็นนักกิจกรรมที่ช่วยรณรงค์เลือกตั้งให้ แฮโรลด์ วูด กลายเป็นชาวผิวสีคนแรกที่ได้รับตำแหน่งในคณะกรรมการกำกับดูแลเทศมณฑลเวสต์เชสเตอร์