วอบิร์นแอบบีย์ คฤหาสน์ประวัติศาสตร์และสวนสัตว์ซาฟารีแห่งเบดฟอร์ดเชียร์
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งขึ้นเป็นอารามนิกายซิสเตอร์เชียนในปี ค.ศ. 1145 และถูกยุบเลิกในปี ค.ศ. 1538
- เป็นที่พำนักของตระกูลดุ๊กแห่งเบดฟอร์ด (Duke of Bedford) และเป็นอาคารที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานระดับ Grade I
- เปิดให้สาธารณชนเข้าชมในปี ค.ศ. 1955 เพื่อนำรายได้มาชำระภาษีมรดกจำนวนมหาศาล
- เป็นที่ตั้งของสวนสัตว์ซาฟารีวอบิร์น (Woburn Safari Park) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1970
วอบิร์นแอบบีย์ (Woburn Abbey) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านวอบิร์น ในมณฑลเบดฟอร์ดเชียร์ ประเทศอังกฤษ เป็นคฤหาสน์ชนบทขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่พำนักของตระกูลดุ๊กแห่งเบดฟอร์ด (Duke of Bedford) แม้ว่าปัจจุบันจะยังคงเป็นบ้านพักอาศัยของดุ๊กองค์ปัจจุบัน แต่สถานที่แห่งนี้ได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมในวันที่กำหนด พร้อมด้วยพื้นที่โดยรอบที่ประกอบด้วยสวนทัศนียภาพทางประวัติศาสตร์ สวนกวาง (Deer Park) ที่ออกแบบโดย ฮัมฟรีย์ เรปตัน (Humphry Repton) และสถานที่ท่องเที่ยวสมัยใหม่ เช่น สวนสัตว์ซาฟารีวอบิร์น (Woburn Safari Park) รถไฟจำลอง และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

ประวัติความเป็นมา
จุดเริ่มต้นจากอารามทางศาสนา
พื้นที่ของวอบิร์นแอบบีย์เริ่มต้นจากการเป็นอารามในนิกายซิสเตอร์เชียน (Cistercian abbey) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1145 ต่อมาในสมัยพระเจ้าเฮนรีที่ 8 อารามแห่งนี้ได้ถูกยุบเลิกในปี ค.ศ. 1538 ตามนโยบายการยุบอารามทั่วประเทศ
การเปลี่ยนผ่านสู่ตระกูลรัสเซลล์
ในปี ค.ศ. 1547 พื้นที่แห่งนี้ได้กลายเป็นที่พำนักของตระกูลรัสเซลล์ (Russell family) และดุ๊กแห่งเบดฟอร์ด โดยในช่วงปี ค.ศ. 1630 ฟรานซิส รัสเซลล์ เอิร์ลแห่งเบดฟอร์ดคนที่ 4 ได้เริ่มการบูรณะครั้งใหญ่ครั้งแรก โดยการรื้อถอนหรือผนวกอาคารเดิมของอารามเข้ากับคฤหาสน์หลังใหม่ แต่ยังคงเรียกชื่อสถานที่แห่งนี้ว่า "แอบบีย์" (Abbey) เพื่อระลึกถึงรากฐานเดิม
การปรับปรุงในศตวรรษที่ 18
มีการบูรณะครั้งที่สองระหว่างปี ค.ศ. 1747 ถึง 1761 โดยสถาปนิก เฮนรี ฟลิตครอฟต์ (Henry Flitcroft) และ จอห์น แซนเดอร์สัน (John Sanderson) และต่อมาในช่วงปี ค.ศ. 1787 ถึง 1790 ได้มีการปรับปรุงเพิ่มเติมภายใต้การดูแลของ เฮนรี ฮอลแลนด์ (Henry Holland)
ในปี ค.ศ. 1786 จอห์น แอดัมส์ และ โธมัส เจฟเฟอร์สัน ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ได้มาเยือนวอบิร์นแอบบีย์และบันทึกความสวยงามของสถานที่แห่งนี้ไว้ในไดอารี่ แม้ว่าแอดัมส์จะมีความเห็นเชิงวิพากษ์เกี่ยวกับวิธีการระดมทุนเพื่อสร้างคฤหาสน์ขนาดใหญ่เหล่านี้ก็ตาม
บทบาทในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และการเปลี่ยนแปลงหลังสงคราม
ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 วอบิร์นแอบบีย์ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราแบบศักดินา โดยมีห้องรับแขกมากกว่า 20 ห้อง และคอลเลกชันภาพวาดล้ำค่าของศิลปินชื่อดังอย่าง โจชัว เรย์โนลด์ส (Joshua Reynolds), คาแนลเล็ตโต (Canaletto) และ แวน ไดค์ (Van Dyck)
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1941 วอบิร์นแอบบีย์ได้ถูกใช้เป็นกองบัญชาการของหน่วยงานลับ Political Warfare Executive (PWE) ซึ่งดำเนินงานประสานงานกับสำนักงานในลอนดอนที่อาคารบุชเฮาส์ (Bush House) ของ BBC
วิกฤตการณ์และการเปิดสู่สาธารณะ
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พบว่าอาคารบางส่วนได้รับความเสียหายจากเชื้อราทำลายไม้ (Dry rot) ส่งผลให้ต้องรื้อถอนอาคารครึ่งหนึ่งทิ้งไป เมื่อดุ๊กองค์ที่ 12 สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1953 ดุ๊กองค์ที่ 13 ต้องเผชิญกับภาษีมรดก (Death duties) สูงถึง 14 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่คฤหาสน์อยู่ในสภาพทรุดโทรม
เพื่อรักษาความเป็นเจ้าของและหลีกเลี่ยงการมอบที่ดินให้แก่ National Trust ดุ๊กองค์ที่ 13 จึงตัดสินใจเปิดวอบิร์นแอบบีย์ให้สาธารณชนเข้าชมเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1955 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากและสร้างรายได้มหาศาลช่วยชำระภาษีมรดกได้ในที่สุด
การพัฒนาสู่แหล่งท่องเที่ยวสมัยใหม่
ในปี ค.ศ. 1970 ได้มีการจัดตั้ง สวนสัตว์ซาฟารีวอบิร์น (Woburn Safari Park) ขึ้นในพื้นที่ของแอบบีย์ เพื่อสร้างรายได้และดึงดูดนักท่องเที่ยว แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มชนชั้นสูงในสมัยนั้น แต่ดุ๊กองค์ที่ 13 ได้กล่าวว่า "ข้าพเจ้าไม่ยินดีกับคำดูหมิ่นของเหล่าขุนนาง แต่การถูกมองข้ามนั้นแย่กว่าการถูกมองเหยียด"
ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 มีแผนที่จะเปลี่ยนพื้นที่บางส่วนให้เป็นสวนสนุกขนาดใหญ่ร่วมกับ The Tussauds Group แต่แผนดังกล่าวไม่เกิดขึ้นเนื่องจาก Tussauds ได้เข้าซื้อกิจการ Alton Towers แทน


คอลเลกชันศิลปะและสมบัติล้ำค่า
ดุ๊กแห่งเบดฟอร์ดครอบครองคอลเลกชันศิลปะที่กว้างขวาง ประกอบด้วยภาพวาดประมาณ 250 ภาพ รวมถึงผลงานของศิลปินระดับโลก เช่น รูเบนส์ (Rubens), แวน ไดค์ (Van Dyck), คาแนลเล็ตโต (Canaletto) และ เบลลาเซเกซ (Velasquez) นอกจากนี้ยังมีเฟอร์นิเจอร์ชั้นเลิศทั้งแบบฝรั่งเศสและอังกฤษ รวมถึงเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องเงินที่ทรงคุณค่า
คำถามที่พบบ่อย
วอบิร์นแอบบีย์คืออะไร?
วอบิร์นแอบบีย์เป็นคฤหาสน์ชนบทในมณฑลเบดฟอร์ดเชียร์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเดิมเป็นอารามในนิกายซิสเตอร์เชียน และปัจจุบันเป็นที่พำนักของดุ๊กแห่งเบดฟอร์ด
ทำไมวอบิร์นแอบบีย์ถึงเปิดให้คนทั่วไปเข้าชม?
ดุ๊กองค์ที่ 13 ตัดสินใจเปิดให้สาธารณชนเข้าชมในปี ค.ศ. 1955 เพื่อหาเงินมาชำระภาษีมรดก (Death duties) จำนวน 14 ล้านดอลลาร์ หลังจากที่คฤหาสน์ได้รับความเสียหายจากเชื้อราทำลายไม้
มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้างในพื้นที่ของวอบิร์นแอบบีย์?
นอกจากตัวคฤหาสน์และสวนทัศนียภาพแล้ว ยังมีสวนสัตว์ซาฟารีวอบิร์น (Woburn Safari Park), รถไฟจำลอง และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
วอบิร์นแอบบีย์มีความสำคัญทางศิลปะอย่างไร?
ที่นี่เป็นแหล่งรวมคอลเลกชันภาพวาดล้ำค่ากว่า 250 ภาพ จากศิลปินชื่อดัง เช่น รูเบนส์ และ แวน ไดค์ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์และเครื่องเงินโบราณ
