การต่อสู้เพื่อสิทธิการเลือกตั้งของสตรีในรัฐแอริโซนา
สรุปใจความสำคัญ
- สิทธิการเลือกตั้งของสตรีในแอริโซนาได้รับชัยชนะผ่านการลงประชามติเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 1912
- ร่างกฎหมายสิทธิเลือกตั้งปี 1903 ถูกยับยั้งโดยผู้ว่าการรัฐ Alexander Oswald Brodie เนื่องจากความกังวลเรื่องอำนาจทางการเมืองของชาวมอร์มอน
- การเคลื่อนไหวในช่วงแรกมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับสมาคมสตรีคริสเตียนเพื่อการเลิกเหล้า (WCTU)
- สตรีในแอริโซนาเริ่มลงทะเบียนเลือกตั้งได้ในปี 1913 และเลือกตั้งครั้งแรกในปี 1914
การเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิการเลือกตั้งของสตรีในรัฐแอริโซนาเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานและเต็มไปด้วยอุปสรรคทางการเมืองและสังคม แม้ว่าความพยายามในช่วงแรกจะถูกปฏิเสธ แต่การรวมตัวกันของกลุ่มสตรีผู้มีความมุ่งมั่นนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายครั้งสำคัญในเวลาต่อมา
จุดเริ่มต้นและความพยายามในช่วงแรก
ในปี 1883 Murate Masterson จากเมืองเพรสคอตต์ได้เสนอร่างกฎหมายเพื่อให้สตรีมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งคณะกรรมการโรงเรียน ซึ่งถือเป็นก้าวแรกๆ ของการเรียกร้องสิทธิในระดับท้องถิ่น ต่อมาในปี 1884 ได้มีการก่อตั้งสาขาแรกของสมาคมสตรีคริสเตียนเพื่อการเลิกเหล้า (Women's Christian Temperance Union - WCTU) ในแอริโซนา โดยมี Josephine Brawley Hughes และ Frances Willard ร่วมเดินทางรณรงค์เพื่อรับสมัครสมาชิก ซึ่ง WCTU มีบทบาทสำคัญในการผลักดันสิทธิสตรีในหลายด้าน
ในปี 1891 มีการจัดประชุมร่างรัฐธรรมนูญของดินแดนแอริโซนา (Arizona Constitutional Convention) โดย Laura M. Johns และ Josephine Hughes ได้เข้าร่วมเพื่อผลักดันให้มีการบรรจุสิทธิการเลือกตั้งของสตรีลงในรัฐธรรมนูญ แม้ว่าคณะกรรมการที่พิจารณาจะให้ความเห็นชอบ แต่ผลการลงคะแนนสุดท้ายกลับพ่ายแพ้ไปเพียง 3 เสียง

การก่อตั้งสมาคมและการรณรงค์ทางการเมือง
หลังจากการพ่ายแพ้ในการประชุมร่างรัฐธรรมนูญปี 1891 Josephine Hughes และนาง E. D. Garlick ได้ก่อตั้ง สมาคมสิทธิเลือกตั้งแห่งแอริโซนา (Arizona Suffrage Association) เพื่อรณรงค์อย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยมีผู้นำคนสำคัญอย่าง Pauline O'Neill ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานสมาคมในปี 1899
ในช่วงปี 1899 ถึง 1901 ผู้นำการเคลื่อนไหวระดับชาติอย่าง Carrie Chapman Catt และ Mary Garrett Hay ได้เดินทางมายังฟีนิกซ์เพื่อช่วยล็อบบี้สมาชิกสภานิติบัญญัติ แม้ว่าร่างกฎหมายสิทธิเลือกตั้งจะผ่านความเห็นชอบจากสภาล่าง แต่กลับถูกระงับในสภาสูง เนื่องจากได้รับแรงกดดันและคำขู่จากกลุ่มผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมสุรา
อุปสรรคและการถูกยับยั้ง (Veto)
ในปี 1903 ความพยายามครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อร่างกฎหมายสิทธิเลือกตั้งผ่านความเห็นชอบจากทั้งสองสภา อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าการรัฐ Alexander Oswald Brodie ได้ใช้อำนาจยับยั้ง (Veto) ร่างกฎหมายดังกล่าว โดยอ้างเหตุผลต่อสาธารณะว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา แต่ในทางลับเขากังวลว่าการให้สิทธิเลือกตั้งแก่สตรีจะทำให้กลุ่มชาวมอร์มอน (Mormons) มีอำนาจทางการเมืองมากเกินไป
การฟื้นฟูการเคลื่อนไหวและชัยชนะในปี 1912
หลังจากช่วงซบเซา การเคลื่อนไหวได้กลับมาคึกคักอีกครั้งในปี 1910 เมื่อ Frances Munds และ Pauline O'Neill ก่อตั้ง สมาคมสิทธิเลือกตั้งที่เท่าเทียมแห่งแอริโซนา (Arizona Equal Suffrage Association - AESA) โดยมุ่งเน้นไปที่การประชุมร่างรัฐธรรมนูญของรัฐแอริโซนาที่กำลังจะเกิดขึ้น
เมื่อความพยายามในการบรรจุสิทธิเลือกตั้งลงในรัฐธรรมนูญถูกปฏิเสธอีกครั้ง Frances Munds จึงได้ริเริ่มการรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอให้มีการลงประชามติในบัตรเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน ซึ่งการรณรงค์ครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น ผลการลงประชามติเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 1912 ปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นชอบให้สตรีมีสิทธิเลือกตั้ง

สตรีในรัฐแอริโซนาเริ่มลงทะเบียนเลือกตั้งได้เป็นครั้งแรกในปี 1913 และได้ใช้สิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งขั้นต้น (Primary Election) ในปี 1914 อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ กลุ่มประชากรบางกลุ่มยังคงเผชิญกับอุปสรรค เช่น การทดสอบการอ่านออกเขียนได้ (Literacy Tests) ซึ่งถูกใช้เพื่อกีดกันผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางกลุ่ม
คำถามที่พบบ่อย
สตรีในรัฐแอริโซนาได้รับสิทธิเลือกตั้งเมื่อใด?
สตรีในรัฐแอริโซนาได้รับสิทธิเลือกตั้งหลังจากผลการลงประชามติเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 1912 เห็นชอบ ซึ่งทำให้พวกเธอสามารถลงทะเบียนเลือกตั้งได้ในปี 1913 และใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในการเลือกตั้งขั้นต้นปี 1914
ใครคือผู้นำคนสำคัญในการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิเลือกตั้งในแอริโซนา?
ผู้นำคนสำคัญ ได้แก่ Josephine Brawley Hughes, Laura M. Johns, Frances Munds และ Pauline O'Neill ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานสมาคมสิทธิเลือกตั้งในยุคต่างๆ
ทำไมร่างกฎหมายสิทธิเลือกตั้งปี 1903 ถึงถูกยับยั้ง?
ผู้ว่าการรัฐ Alexander Oswald Brodie ยับยั้งร่างกฎหมายโดยอ้างว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่เหตุผลส่วนตัวคือความกังวลว่าการให้สิทธิเลือกตั้งแก่สตรีจะเพิ่มอำนาจทางการเมืองให้กับกลุ่มชาวมอร์มอน
อุปสรรคที่สตรีบางกลุ่มยังคงเผชิญหลังจากได้รับสิทธิเลือกตั้งคืออะไร?
แม้จะได้รับสิทธิทางกฎหมาย แต่สตรีและกลุ่มประชากรบางกลุ่มยังคงเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงการเลือกตั้ง เช่น การทดสอบการอ่านออกเขียนได้ (Literacy Tests) ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกีดกัน
สมาคมใดที่มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ช่วงแรก?
สมาคมสตรีคริสเตียนเพื่อการเลิกเหล้า (WCTU) และสมาคมสิทธิเลือกตั้งแห่งแอริโซนา (Arizona Suffrage Association) มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานการรณรงค์ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19

