วอร์ทลีย์ ย่านที่พักอาศัยและประวัติศาสตร์ในเมืองลีดส์
สรุปใจความสำคัญ
- วอร์ทลีย์เคยเป็นหมู่บ้านทอผ้าก่อนจะกลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมถ่านหินและรถไฟในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม
- เกิดเหตุโศกนาฏกรรมไฟไหม้ชุดสำลีของเด็กหญิง 11 คนในปี ค.ศ. 1891 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่โด่งดังระดับนานาชาติ
- มีการค้นพบโครงกระดูกฮิปโปโปเตมัสโบราณ (Armley Hippo) ในพื้นที่นี้ระหว่างปี ค.ศ. 1851-1852
- ปัจจุบันแบ่งพื้นที่เป็น New Wortley, Upper Wortley และ Lower Wortley
วอร์ทลีย์ (Wortley) เป็นพื้นที่เขตเมืองชั้นในของเมืองลีดส์ (Leeds) ในมณฑลเวสต์ยอร์กเชียร์ ประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองลีดส์ไปทางทิศตะวันตกประมาณหนึ่งไมล์ ปัจจุบันพื้นที่นี้ถูกบริหารจัดการภายใต้เขตการปกครอง Farnley and Wortley ของสภาเมืองลีดส์


ประวัติศาสตร์และการพัฒนา
ในอดีตวอร์ทลีย์เคยถูกเรียกว่า Wirkelay จนถึงประมาณปี ค.ศ. 1700 โดยเริ่มต้นจากการเป็นหมู่บ้านทอผ้าในเขตตำบลลีดส์ ก่อนจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม ซึ่งมีการสร้างบ่อถ่านหิน โรงผลิตอิฐ ลานรถไฟ และโรงเก็บรถจักรไอน้ำ โดยเฉพาะอาคารทรงกลม (Roundhouse) บนถนน Wellington Road ซึ่งเป็นอาคารขึ้นทะเบียนอนุรักษ์ที่เคยใช้เก็บรถจักรไอน้ำ และต่อมาถูกใช้เป็นบริษัทเช่ารถเชิงพาณิชย์จนถึงปี ค.ศ. 2022
ในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม วอร์ทลีย์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากอยู่ใกล้กับศูนย์กลางอุตสาหกรรมอย่าง Armley และ Holbeck จุดเด่นที่สำคัญในยุคนั้นคือโครงข่ายทางรถไฟที่ซับซ้อนและโรงผลิตก๊าซสองแห่ง โดยโรงผลิตก๊าซใน New Wortley ถือเป็นโรงผลิตก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในลีดส์ ซึ่งเคยมีถังเก็บก๊าซทรงเกลียวขนาดใหญ่เป็นสัญลักษณ์จนถึงต้นปี ค.ศ. 2022
เหตุการณ์โศกนาฏกรรม "Snowflakes"
เมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1891 เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้นในงานแสดงของโรงเรียน เมื่อเด็กหญิง 11 คน (อายุระหว่าง 9 ถึง 13 ปี) เสียชีวิตเนื่องจากชุดที่ทำจากสำลีถูกไฟไหม้จากโคมไฟจีนที่พวกเธอถืออยู่ เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจจากทั่วโลก และปัจจุบันมีอนุสรณ์สถานอุทิศให้กับเด็กหญิงกลุ่มนี้ (เรียกว่า Wortley "Snowflakes") ตั้งอยู่ในบริเวณโบสถ์ St John's Church
การค้นพบทางบรรพชีวินวิทยา
ระหว่างปี ค.ศ. 1851 ถึง 1852 มีการค้นพบโครงกระดูกของ Armley Hippo ซึ่งเป็นฮิปโปโปเตมัสทางเหนือที่สูญพันธุ์ไปแล้วในสหราชอาณาจักร โดยพบในช่องทางน้ำเก่าของแม่น้ำ Aire ในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันคือจุดวนรถ Armley Gyratory

การแบ่งพื้นที่ในปัจจุบัน
วอร์ทลีย์แบ่งออกเป็น 3 เขตย่อยหลัก ดังนี้:
- New Wortley: พื้นที่ที่อยู่ใกล้ใจกลางเมืองลีดส์มากที่สุด ประกอบด้วยอาคารชุดพักอาศัยสูง (High-rise flats) และบ้านพักแบบ Maisonettes ที่สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1960
- Upper Wortley: ตั้งอยู่ระหว่าง Armley และ Lower Wortley มีลักษณะที่พักอาศัยหลากหลาย ทั้งบ้านแถวสไตล์วิกตอเรียน บ้านเดี่ยวครึ่งหลัง (Semi-detached) จากยุค 1950 และอาคารชุดพักอาศัยสมัยใหม่
- Lower Wortley: พื้นที่ที่ห่างจากใจกลางเมืองมากที่สุด อยู่ใกล้กับ Gildersome และ Farnley เป็นแหล่งรวมของโชว์รูมรถยนต์และห้างสรรพสินค้า เช่น Booker และ Matalan เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับถนนวงแหวนรอบนอกของลีดส์ (Leeds Outer Ring Road) และทางหลวง M621

สิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่สันทนาการ
วอร์ทลีย์เป็นย่านที่พักอาศัยที่มีความหนาแน่นของประชากรสูง มีร้านค้าท้องถิ่นและซูเปอร์มาร์เก็ต ASDA ใน Upper Wortley รวมถึงผับท้องถิ่นประมาณ 12 แห่ง
พื้นที่สีเขียวที่สำคัญประกอบด้วย:
- Wortley Recreation Ground: สวนสาธารณะที่ใกล้ใจกลางเมืองที่สุด มีสนามเด็กเล่น สเก็ตพาร์ค สนามโบว์ลิ่ง และสนามฟุตบอล/รักบี้ นอกจากนี้ยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีส์คอมเมดี้-ดราม่าเรื่อง The Beiderbecke Connection ในปี ค.ศ. 1988
- Cliffe Park และ Western Flatts Park: สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกัน ซึ่งในอดีตเคยเป็นพื้นที่ของคฤหาสน์ส่วนตัว


คำถามที่พบบ่อย
วอร์ทลีย์ตั้งอยู่ที่ไหน?
วอร์ทลีย์เป็นพื้นที่เขตเมืองชั้นในของเมืองลีดส์ (Leeds) ในมณฑลเวสต์ยอร์กเชียร์ ประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของใจกลางเมืองลีดส์
ประวัติศาสตร์ที่สำคัญของวอร์ทลีย์คืออะไร?
วอร์ทลีย์มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่การเป็นหมู่บ้านทอผ้า พัฒนาเป็นย่านอุตสาหกรรมที่มีโรงผลิตก๊าซและโครงข่ายรถไฟสำคัญ และมีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ฮิปโปโปเตมัสโบราณ
ความแตกต่างระหว่าง New, Upper และ Lower Wortley คืออะไร?
New Wortley อยู่ใกล้ใจกลางเมืองและมีอาคารชุดพักอาศัยสูงจากยุค 1960, Upper Wortley มีที่พักอาศัยหลากหลายสไตล์ตั้งแต่ยุควิกตอเรียนถึงสมัยใหม่, และ Lower Wortley เป็นย่านการค้าและโชว์รูมรถยนต์ที่ตั้งอยู่ใกล้ทางหลวง M621
เหตุการณ์ "Snowflakes" คืออะไร?
เป็นโศกนาฏกรรมที่เด็กหญิง 11 คนเสียชีวิตจากไฟไหม้ชุดสำลีในงานแสดงโรงเรียนเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1891 ซึ่งมีอนุสรณ์สถานตั้งอยู่ที่โบสถ์ St John's Church
