เจาะลึก Xbox Series X และ Xbox Series S เครื่องเกมคอนโซลยุคที่ 9 จาก Microsoft
สรุปใจความสำคัญ
- เปิดตัวเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2020 เป็นเครื่องเกมคอนโซลเจเนอเรชันที่ 9
- Xbox Series X เน้นประสิทธิภาพระดับ 4K ในขณะที่ Xbox Series S เป็นรุ่นดิจิทัลราคาประหยัดที่เน้นความละเอียด 1440p
- รองรับเทคโนโลยี Ray Tracing, SSD ความเร็วสูง และระบบ Smart Delivery เพื่อการเปลี่ยนผ่านระหว่างรุ่น
- สามารถเล่นเกมจาก Xbox One และเกมรุ่นเก่าที่รองรับ Backward Compatibility ได้
Xbox Series X และ Xbox Series S คือเครื่องเกมคอนโซลรุ่นที่ 4 ในตระกูล Xbox ของบริษัท Microsoft ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสืบทอดต่อจาก Xbox One โดยทั้งสองรุ่นถูกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2020 และถือเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องเกมคอนโซลเจเนอเรชันที่ 9 (Ninth Generation) ซึ่งเปิดตัวในช่วงเวลาใกล้เคียงกับ PlayStation 5 ของ Sony
เครื่องเกมทั้งสองรุ่นใช้สถาปัตยกรรม CPU และ GPU แบบ 64-bit x86-64 จาก AMD เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า แต่มีการอัปเกรดประสิทธิภาพอย่างก้าวกระโดด โดยเน้นการลดระยะเวลาในการโหลดเกมด้วย Solid-State Drive (SSD) การรองรับเทคโนโลยี Ray Tracing เพื่อแสงเงาที่สมจริง และระบบเสียงเชิงพื้นที่ (Spatial Audio) นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Auto HDR ที่ใช้การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) เพื่อปรับปรุงคุณภาพกราฟิกของเกมรุ่นเก่าให้มีความคมชัดและมีมิติมากขึ้น

ความแตกต่างระหว่าง Xbox Series X และ Xbox Series S
Microsoft ออกแบบเครื่องเกมทั้งสองรุ่นให้ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน โดยมีรายละเอียดความแตกต่างที่สำคัญดังนี้:
Xbox Series X ประสิทธิภาพสูงสุด
Xbox Series X ถูกออกแบบมาเพื่อการประมวลผลเกมที่ความละเอียด 2160p (4K) ที่ 60 เฟรมต่อวินาที (FPS) โดยมีจุดเด่นที่ไดรฟ์ Ultra HD Blu-ray สำหรับการเล่นแผ่นดิสก์ และสเปกฮาร์ดแวร์ระดับสูงเพื่อให้ได้ประสบการณ์การเล่นเกมที่สมบูรณ์แบบที่สุด
Xbox Series S ทางเลือกที่คุ้มค่า
Xbox Series S เป็นรุ่นประหยัดที่ไม่มีไดรฟ์อ่านแผ่น (Digital-only) ออกแบบมาเพื่อการประมวลผลที่ความละเอียด 1440p ที่ 60 FPS พร้อมรองรับการอัปสเกลเป็น 4K โดยมีขนาดตัวเครื่องที่เล็กกว่าและราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า

ข้อมูลทางเทคนิค (Technical Specifications)
| คุณสมบัติ | Xbox Series X | Xbox Series S |
|---|---|---|
| CPU | Custom AMD Zen 2 (3.8GHz / 3.66GHz SMT) | Custom AMD Zen 2 (3.6GHz / 3.4GHz SMT) |
| GPU | Custom RDNA 2 (52 CUs, 12.155 TFLOPS) | Custom RDNA 2 (20 CUs, 4.006 TFLOPS) |
| หน่วยความจำ (RAM) | 16GB GDDR6 | 10GB GDDR6 |
| พื้นที่เก็บข้อมูล | 1TB / 2TB NVMe SSD | 512GB / 1TB NVMe SSD |
| ความละเอียดเป้าหมาย | 4K (2160p) @ 60 FPS | 1440p @ 60 FPS (รองรับ 4K Upscaling) |
| ไดรฟ์ดิสก์ | Ultra HD Blu-ray | ไม่มี (Digital Only) |

การรองรับย้อนหลังและระบบนิเวศ
หนึ่งในจุดแข็งของ Xbox Series X/S คือการรองรับการทำงานย้อนหลัง (Backward Compatibility) ซึ่งสามารถเล่นเกมจาก Xbox One ได้เกือบทั้งหมด รวมถึงเกมจาก Xbox 360 และเครื่อง Xbox รุ่นแรกที่เคยได้รับการปรับปรุงให้เล่นบน Xbox One ได้ โดยฮาร์ดแวร์ใหม่จะช่วยให้เกมรุ่นเก่าทำงานได้ลื่นไหลขึ้นและมีภาพที่สวยงามขึ้น
นอกจากนี้ Microsoft ยังได้นำเสนอระบบ Smart Delivery ซึ่งช่วยให้ผู้เล่นที่ซื้อเกมเวอร์ชัน Xbox One สามารถอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน Xbox Series X/S ได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของผู้พัฒนาเกม) เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านระหว่างเจเนอเรชันเป็นไปอย่างราบรื่น
ประวัติการพัฒนา
โครงการพัฒนาเครื่องเกมรุ่นนี้เริ่มต้นภายใต้รหัสชื่อ "Scarlett" โดยมีเป้าหมายในการสร้างเครื่องเกมที่ทรงพลังและรองรับการเล่นเกมแบบสตรีมมิ่ง รวมถึงการทำงานร่วมกับเกมรุ่นเก่าได้อย่างสมบูรณ์ ในช่วงปี 2019 ได้มีการคาดการณ์ถึงการมีเครื่องเกมสองรุ่น คือรุ่นประสิทธิภาพสูง (รหัส Anaconda) และรุ่นราคาประหยัด (รหัส Lockhart) ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น Xbox Series X และ Xbox Series S ตามลำดับ
แม้ว่าการเปิดตัวจะถูกเลื่อนและปรับเปลี่ยนรูปแบบเนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 แต่ Microsoft ได้ใช้การนำเสนอแบบออนไลน์ผ่านซีรีส์ "Xbox 20/20" เพื่อให้ข้อมูลรายละเอียดทางเทคนิคและเกมที่จะวางจำหน่ายในช่วงเปิดตัว
คำถามที่พบบ่อย
Xbox Series X และ Xbox Series S ต่างกันอย่างไร?
Xbox Series X มีประสิทธิภาพสูงกว่า รองรับความละเอียด 4K แท้ และมีไดรฟ์อ่านแผ่น Blu-ray ในขณะที่ Xbox Series S มีขนาดเล็กกว่า ไม่มีไดรฟ์อ่านแผ่น (เน้นดาวน์โหลดดิจิทัล) และรองรับความละเอียดเป้าหมายที่ 1440p
Smart Delivery คืออะไร?
Smart Delivery คือระบบที่ช่วยให้ผู้เล่นได้รับเวอร์ชันของเกมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเครื่องที่ใช้งานอยู่ โดยหากซื้อเกมครั้งเดียวจะสามารถเล่นได้ทั้งบน Xbox One และ Xbox Series X/S โดยจะดาวน์โหลดเวอร์ชันที่เหมาะสมกับฮาร์ดแวร์นั้นๆ โดยอัตโนมัติ
สามารถนำเกมจากเครื่องรุ่นเก่ามาเล่นได้หรือไม่?
ได้ เครื่อง Xbox Series X/S รองรับการทำงานย้อนหลัง (Backward Compatibility) กับเกมส่วนใหญ่ของ Xbox One และเกมจาก Xbox 360 และ Xbox รุ่นแรกที่ได้รับการปรับปรุงให้รองรับ
Xbox Series S เหมาะกับใคร?
Xbox Series S เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นการเล่นเกมแบบดิจิทัล ไม่สะสมแผ่นเกม และต้องการเครื่องเกมคอนโซลยุคใหม่ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
Xbox Series X รองรับความละเอียดสูงสุดเท่าใด?
Xbox Series X ถูกออกแบบมาให้ประมวลผลเกมที่ความละเอียด 4K (2160p) ที่ 60 เฟรมต่อวินาที และรองรับการแสดงผลที่สูงกว่านั้นในบางเกม


