← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ชาวอวีกูร์เหลือง ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ยวีเก่อ

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ Turko-Mongol ที่อาศัยอยู่ในอำเภอปกครองตนเองซูหนาน มณฑลกานซู ประเทศจีน
  • มีรากเหง้ามาจากชาวเอวีกูร์โบราณที่อพยพหนีการล่มสลายของอาณาจักรขากานเอวีกูร์ในปี ค.ศ. 840
  • นับถือพุทธศาสนาแบบทิเบต นิกายเกลุก เป็นหลัก
  • แบ่งกลุ่มผู้พูดภาษาออกเป็นสองกลุ่มคือ ภาษาตระกูลเติร์ก (ตะวันตก) และภาษาตระกูลมองโกล (ตะวันออก)

ชาวยวีเก่อ (Yugur; จีน: 裕固族; พินอิน: Yùgùzú) หรือที่รู้จักกันในชื่อ อวีกูร์เหลือง (Yellow Uyghurs) เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ Turko-Mongol ซึ่งเป็นหนึ่งใน 56 กลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในประเทศจีน จากข้อมูลการสำมะโนประชากรในปี ค.ศ. 2020 พบว่ามีประชากรชาวยวีเก่อประมาณ 14,706 คน โดยส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในอำเภอปกครองตนเองซูหนาน (Sunan Yugur Autonomous County) ในมณฑลกานซู

ภาพวิถีชีวิตหรือเครื่องแต่งกายของชาวยวีเก่อ
วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวยวีเก่อในมณฑลกานซู

ประวัติศาสตร์และการตั้งถิ่นฐาน

ชาวยวีเก่อกลุ่มที่พูดภาษาตระกูลเติร์ก (Turkic) เชื่อกันว่าเป็นลูกหลานของชาวเอวีกูร์โบราณ (Old Uyghurs) ที่อพยพจากมองโกเลียลงมาทางใต้สู่มณฑลกานซู หลังจากอาณาจักรขากานเอวีกูร์ (Uyghur Khaganate) ล่มสลายในปี ค.ศ. 840 กลุ่มคนเหล่านี้ได้สถาปนาอาณาจักรเอวีกูร์แห่งกานโจว (Ganzhou Uyghur Kingdom) ระหว่างปี ค.ศ. 870–1036 โดยมีศูนย์กลางอำนาจอยู่ใกล้กับเมืองจางเย่ (Zhangye) บริเวณเชิงเขาฉีเหลียนในหุบเขาแม่น้ำเอจิน

ในปี ค.ศ. 1037 ชาวยวีเก่อตกอยู่ภายใต้การปกครองของชาวตังคุต (Tangut) ต่อมาในช่วงที่มีการรุกรานของคิซร์ โคจา (Khizr Khoja) ในเมืองคูมุล (Qumul) ผู้อยู่อาศัยจำนวนมากที่ปฏิเสธการเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามได้ลี้ภัยไปยังเมืองตุนหวงและหูหนาน ซึ่งบุคคลเหล่านี้กลายเป็นบรรพบุรุษของชาวยวีเก่อในปัจจุบัน และยังคงรักษาความเชื่อในพุทธศาสนาแบบวัชรยานมาจนถึงปัจจุบัน

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 ชาวยวีเก่อได้รับอิทธิพลจากโซนัม กยัตโซ (Sonam Gyatso) องค์ดาไลลามะที่ 3 และได้หันมานับถือพุทธศาสนาแบบทิเบต นิกายเกลุก (Gelug order) ซึ่งกลายเป็นศาสนาหลักของกลุ่มชาติพันธุ์นี้

แผนที่หรือภาพประกอบทางวัฒนธรรมของชาวยวีเก่อ
การกระจายตัวและอิทธิพลทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาวยวีเก่อ

ภาษาและอัตลักษณ์

ภาษาของชาวยวีเก่อมีความหลากหลายและแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักตามภูมิศาสตร์และรากเหง้าทางภาษา:

  • ภาษายวีเก่อตะวันตก (Western Yugur): พูดโดยประชากรประมาณ 4,600 คน เป็นภาษาในตระกูลเติร์กไซบีเรีย (Siberian Turkic) ซึ่งยังคงรักษาลักษณะทางภาษาโบราณของภาษาเอวีกูร์โบราณไว้เป็นจำนวนมาก
  • ภาษายวีเก่อตะวันออก (Eastern Yugur): พูดโดยประชากรประมาณ 2,800 คน เป็นภาษาในตระกูลมองโกล (Mongolic)

ในปัจจุบัน ภาษาทั้งสองรูปแบบไม่มีระบบการเขียนเป็นของตนเอง แม้ว่าในอดีตจะมีการใช้ตัวอักษรเอวีกูร์โบราณในบางชุมชนจนถึงสิ้นศตวรรษที่ 17 ก็ตาม นอกจากนี้ ภาษาจีนยังถูกนำมาใช้สื่อสารอย่างแพร่หลายในพื้นที่ทางตะวันออก

การศึกษาทางวิชาการ

กริกอรี โปตานิน (Grigory Potanin) นักสำรวจชาวรัสเซีย เป็นนักวิทยาศาสตร์ตะวันตกคนแรกที่ศึกษาชาวยวีเก่ออย่างจริงจัง โดยในปี ค.ศ. 1893 เขาได้ตีพิมพ์พจนานุกรมคำศัพท์ภาษายวีเก่อฉบับย่อ พร้อมบันทึกเกี่ยวกับการบริหารปกครองและสภาพทางภูมิศาสตร์ของกลุ่มชาติพันธุ์นี้

คำถามที่พบบ่อย

ชาวยวีเก่อแตกต่างจากชาวเอวีกูร์ในปัจจุบันอย่างไร?

ชาวยวีเก่อหรืออวีกูร์เหลืองมีรากเหง้ามาจากชาวเอวีกูร์โบราณ แต่มีความแตกต่างด้านศาสนาและภาษา โดยชาวยวีเก่อส่วนใหญ่นับถือพุทธศาสนาแบบทิเบต ในขณะที่ชาวเอวีกูร์ในปัจจุบันส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม

ชาวยวีเก่ออาศัยอยู่ที่ไหนในประเทศจีน?

ชาวยวีเก่ออาศัยอยู่เป็นหลักในอำเภอปกครองตนเองซูหนาน (Sunan Yugur Autonomous County) ในมณฑลกานซู

ภาษาของชาวยวีเก่อมีลักษณะอย่างไร?

ภาษาของชาวยวีเก่อแบ่งเป็นสองกลุ่มหลัก คือ ภาษายวีเก่อตะวันตกซึ่งเป็นภาษาตระกูลเติร์ก และภาษายวีเก่อตะวันออกซึ่งเป็นภาษาตระกูลมองโกล ซึ่งปัจจุบันทั้งสองภาษาไม่มีระบบการเขียน

ชาวยวีเก่อเริ่มนับถือพุทธศาสนาแบบทิเบตเมื่อใด?

ชาวยวีเก่อเริ่มรับนิกายเกลุกของพุทธศาสนาแบบทิเบตเข้ามาในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 ภายใต้อิทธิพลขององค์ดาไลลามะที่ 3