วิกฤตการณ์เยเมน จากการปฏิวัติสู่สงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อ
สรุปใจความสำคัญ
- วิกฤตการณ์เริ่มต้นจากการประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีอับดุลลาห์ ซาเลห์ ในปี 2011
- กลุ่มฮูตีเข้ายึดเมืองหลวงซานาในปี 2014 นำไปสู่สงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบ
- ซาอุดีอาระเบียนำพันธมิตรเข้าแทรกแซงทางทหารในปี 2015 เพื่อสนับสนุนรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมาย
วิกฤตการณ์เยเมนเป็นหนึ่งในความขัดแย้งที่รุนแรงและซับซ้อนที่สุดในโลกปัจจุบัน โดยมีจุดเริ่มต้นจากการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในช่วงอาหรับสปริง จนลุกลามกลายเป็นสงครามกลางเมืองและการแทรกแซงจากมหาอำนาจในภูมิภาค

จุดเริ่มต้นของวิกฤต การปฏิวัติปี 2011
วิกฤตการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นด้วยการปฏิวัติในปี 2011–2012 เพื่อต่อต้านประธานาธิบดี อับดุลลาห์ ซาเลห์ ซึ่งครองอำนาจยาวนานถึง 33 ปี การประท้วงได้รับแรงบันดาลใจจากกระแส Arab Spring โดยประชาชนเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองและแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน ความยากจน และการบริหารงานที่ล้มเหลว
หลังจากซาเลห์ก้าวลงจากตำแหน่งในปี 2012 ตามข้อตกลงที่ผ่านการไกล่เกลี่ย รัฐบาลภายใต้การนำของ อับดรับบุห์ มันซูร์ ฮาดิ (อดีตรองประธานาธิบดี) ต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักในการบริหารประเทศที่มีความแตกแยกทางการเมืองสูง รวมถึงการต่อสู้กับกลุ่มอัลกออิดะห์ในคาบสมุทรอาหรับ (AQAP) และกลุ่มกบฏฮูตี (Houthi) ในทางตอนเหนือ

การก้าวขึ้นสู่อำนาจของกลุ่มฮูตีและสงครามกลางเมือง
ในเดือนกันยายน 2014 ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นสงครามกลางเมือง เมื่อกองกำลังฮูตีบุกเข้ายึดเมืองหลวง ซานา (Sanaa) และบีบบังคับให้ประธานาธิบดีฮาดิต้องเจรจาจัดตั้ง "รัฐบาลเอกภาพ"
กลุ่มฮูตียังคงขยายอิทธิพลและควบคุมการดำเนินงานของรัฐบาล จนกระทั่งในเดือนมกราคม 2015 ประธานาธิบดีฮาดิและคณะรัฐมนตรีได้ประกาศลาออก หลังจากทำเนียบประธานาธิบดีและบ้านพักส่วนตัวถูกโจมตี ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ กลุ่มฮูตีได้ประกาศควบคุมรัฐบาลเยเมน ยุบสภา และแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิวัติชั่วคราว นำโดย โมฮัมเหม็ด อัล-ฮูตี

การแทรกแซงจากนานาชาติและการแบ่งแยกดินแดน
ประธานาธิบดีฮาดิได้ลี้ภัยไปยังเมืองเอเดน และประกาศว่าตนยังคงเป็นประธานาธิบดีที่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อนจะลี้ภัยไปยังกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ในเดือนมีนาคม 2015 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ซาอุดีอาระเบียเริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในเยเมนเพื่อสนับสนุนรัฐบาลของฮาดิ
นอกจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและกลุ่มฮูตีแล้ว ตั้งแต่ปี 2017 สภาเปลี่ยนผ่านทางตอนใต้ (Southern Transitional Council - STC) ซึ่งเป็นกลุ่มแบ่งแยกดินแดนทางตอนใต้ ก็ได้เริ่มต่อสู้กับรัฐบาลเช่นกัน ทำให้สถานการณ์ในเยเมนกลายเป็นสงครามหลายฝ่ายที่ซับซ้อน

บริบททางประวัติศาสตร์และความเปราะบาง
เยเมนเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในภูมิภาค และมีความเปราะบางทางสังคมสูง การรวมประเทศในปี 1990 ไม่ได้ลบเลือนความแตกต่างระหว่างเยเมนเหนือและเยเมนใต้ได้อย่างสมบูรณ์ ประกอบกับปัญหาการทุจริตในภาครัฐและการครอบครองอาวุธจำนวนมากในมือพลเรือน ทำให้เมื่อเกิดกระแสอาหรับสปริง ความขัดแย้งจึงปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว



สรุปสถานการณ์ปัจจุบัน
ปัจจุบันเยเมนยังคงเผชิญกับวิกฤตมนุษยธรรมที่รุนแรงที่สุดในโลก โดยมีการขาดแคลนอาหาร ยารักษาโรค และการระบาดของโรคต่างๆ ขณะที่ความพยายามในการเจรจาสันติภาพยังคงดำเนินไปอย่างล่าช้าท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
คำถามที่พบบ่อย
กลุ่มฮูตีคือใคร?
กลุ่มฮูตีเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางศาสนาและทหารของชาวมุสลิมชีอะห์นิกายเซดีย์ (Zaydī Shīʿa) ในเยเมนตอนเหนือ ซึ่งต่อสู้เพื่อสิทธิของกลุ่มตนและเข้ายึดอำนาจการปกครองในหลายพื้นที่
ทำไมซาอุดีอาระเบียถึงเข้ามาแทรกแซงในเยเมน?
ซาอุดีอาระเบียมองว่ากลุ่มฮูตีได้รับความช่วยเหลือจากอิหร่าน ซึ่งเป็นคู่แข่งทางภูมิรัฐศาสตร์หลักในภูมิภาค จึงเข้าแทรกแซงเพื่อป้องกันไม่ให้อิทธิพลของอิหร่านขยายตัวมาถึงพรมแดนของตน
สถานการณ์ปัจจุบันในเยเมนเป็นอย่างไร?
เยเมนตกอยู่ในสภาวะสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้เกิดวิกฤตมนุษยธรรมที่รุนแรง มีการขาดแคลนอาหารและสาธารณสุขขั้นรุนแรงในระดับประเทศ
