การพัฒนาฟุตบอลเยาวชนในประเทศจีน
สรุปใจความสำคัญ
- จีนมีเป้าหมายจะเป็นมหาอำนาจฟุตบอลโลก (ติด Top 20) ภายในปี 2050
- แผนปฏิรูปปี 2015 มุ่งสร้างโรงเรียนฟุตบอลเฉพาะทางให้ถึง 50,000 แห่งภายในปี 2030
- ในอดีตจีนประสบปัญหาการทุจริตอายุของนักเตะเยาวชนอย่างรุนแรง
- ระบบการพัฒนาเยาวชนแบ่งเป็น 3 สายหลักคือ โรงเรียน, ศูนย์ฝึกแห่งชาติ และสโมสรอาชีพ
ประเทศจีนมีระบบการส่งเสริมและพัฒนาฟุตบอลเยาวชนที่หลากหลาย โดยแบ่งออกเป็น 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ ระบบโรงเรียน, ศูนย์ฝึกฟุตบอลเยาวชนแห่งชาติ และระบบสโมสรอาชีพ ซึ่งการขับเคลื่อนเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานฟุตบอลของประเทศให้ก้าวสู่ระดับโลก
ประวัติศาสตร์ฟุตบอลเยาวชนในจีน
ยุคโบราณ
ในสมัยโบราณ จีนมีการเล่นเกมที่เรียกว่า ชูจู (Cuju) ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของฟุตบอล โดยมีการเล่นทั้งในกลุ่มผู้ใหญ่และเด็ก
การเติบโตในยุคสมัยใหม่ (ค.ศ. 1980 - 2012)

ฟุตบอลเยาวชนเริ่มได้รับความสำคัญทางการเมืองภายใต้การนำของ เติ้ง เสี่ยวผิง ซึ่งใช้นโยบายเปิดประเทศ ทำให้ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมากขึ้น ประกอบกับการนำระบบการทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์มาใช้ ทำให้ผู้คนมีเวลาว่างในการทำกิจกรรมนันทนาการและสนใจกีฬาฟุตบอลเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความรุ่งเรืองในช่วงทศวรรษ 1980 เป็นเพียงกระแสระยะสั้น เนื่องจากเกิดปัญหาการทุจริตเรื่องอายุของนักเตะ (Age Fraud) โดยมีการตรวจพบว่านักเตะเยาวชนจำนวนมากมีอายุจริงมากกว่าที่แจ้งไว้ นอกจากนี้ ปัญหาทางสังคม เช่น นโยบายลูกคนเดียว และความกังวลเรื่องคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนกีฬา ทำให้ผู้ปกครองไม่สนับสนุนให้บุตรหลานเข้าสู่เส้นทางฟุตบอลอาชีพที่มีอัตราการคัดออกสูง
ข้อมูลระบุว่าจำนวนผู้เล่นฟุตบอลเยาวชนในจีนลดลงอย่างน่าตกใจ จาก 650,000 คนในปี 1995 เหลือเพียง 13,524 คนในปี 2008
ยุคของสี จิ้นผิง (ค.ศ. 2012 - ปัจจุบัน)

สี จิ้นผิง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานาธิบดี เป็นผู้ผลักดันการปฏิรูปฟุตบอลอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2012 โดยเขามองว่าฟุตบอลเป็นส่วนสำคัญของภาพลักษณ์และอนาคตของประเทศ มีการดำเนินนโยบายเพื่อลดการพึ่งพานักเตะต่างชาติในลีกสูงสุด (CSL) และส่งเสริมให้นักเตะท้องถิ่นมีโอกาสก้าวขึ้นสู่ระดับอาชีพมากขึ้น
แผนการปฏิรูปฟุตบอลปี 2015
ในปี 2015 รัฐบาลจีนได้ประกาศแผนการปฏิรูปฟุตบอล (Football Reform Plan) โดยมีเป้าหมายหลักดังนี้:
- ภายในปี 2020: สร้างโรงเรียนฟุตบอลเฉพาะทาง 20,000 แห่ง พร้อมสนามฟุตบอลใหม่ 70,000 แห่ง เพื่อให้เด็กนักเรียน 30-50 ล้านคนได้เล่นฟุตบอล
- ภายในปี 2030: ขยายจำนวนโรงเรียนเป็น 50,000 แห่ง และผลักดันให้ทีมชายติดอันดับต้นๆ ของเอเชีย ส่วนทีมหญิงติดอันดับต้นๆ ของโลก
- ภายในปี 2050: ก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจด้านฟุตบอล โดยติด 20 อันดับแรกของโลก (FIFA Ranking) เป็นเจ้าภาพและคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก
นอกจากนี้ ยังมีการปรับโครงสร้างสมาคมฟุตบอลจีน (CFA) ให้มีความเป็นอิสระจากการควบคุมของสำนักงานการกีฬาแห่งชาติ (GAS) และมุ่งเน้นการกำจัดคอร์รัปชันและการพนันในวงการฟุตบอล
เส้นทางสู่การเป็นนักเตะอาชีพ 3 รูปแบบ
เยาวชนในจีนสามารถพัฒนาทักษะเพื่อก้าวสู่ระดับอาชีพผ่าน 3 ช่องทางหลัก:
- ระบบโรงเรียน (School-based System): การส่งเสริมให้ฟุตบอลเป็นส่วนหนึ่งของวิชาพลศึกษาในโรงเรียน เพื่อสร้างฐานผู้เล่นในระดับรากหญ้า
- ศูนย์ฝึกฟุตบอลเยาวชนแห่งชาติ (National Youth Football Training Centre): ศูนย์ฝึกที่เน้นการคัดเลือกผู้มีความสามารถพิเศษมาฝึกฝนอย่างเข้มข้น
- ระบบสโมสรอาชีพ (Professional Club System): การฝึกฝนผ่านอะคาเดมี่ของสโมสรฟุตบอลอาชีพ ซึ่งเป็นเส้นทางตรงสู่การลงเล่นในลีกอาชีพ
คำถามที่พบบ่อย
เป้าหมายสูงสุดของแผนปฏิรูปฟุตบอลจีนปี 2015 คืออะไร?
เป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ประเทศจีนกลายเป็นมหาอำนาจด้านฟุตบอล โดยติด 20 อันดับแรกของโลก และสามารถเป็นเจ้าภาพรวมถึงคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้ภายในปี 2050
ทำไมจำนวนนักเตะเยาวชนในจีนถึงลดลงในช่วงปี 1995-2008?
เกิดจากหลายปัจจัย เช่น ปัญหาการทุจริตเรื่องอายุนักเตะ, นโยบายลูกคนเดียวที่ทำให้ผู้ปกครองระมัดระวังในการส่งลูกเข้าโรงเรียนกีฬาที่มีอัตราการคัดออกสูง และคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนกีฬาที่ต่ำกว่ามาตรฐาน
ระบบการพัฒนาเยาวชนของจีนมีกี่รูปแบบ?
มี 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ ระบบที่เน้นโรงเรียนเป็นฐาน, ศูนย์ฝึกฟุตบอลเยาวชนแห่งชาติ และระบบอะคาเดมี่ของสโมสรอาชีพ