Z Channel สถานีโทรทัศน์เพื่อคนรักหนังระดับตำนานของสหรัฐฯ
สรุปใจความสำคัญ
- Z Channel เป็นสถานีโทรทัศน์แบบจ่ายเงินยุคแรกๆ ในสหรัฐฯ ที่เน้นการฉายภาพยนตร์นอกกระแสและหนังหายาก
- Jerry Harvey ผู้อำนวยการฝ่ายรายการ เป็นผู้ผลักดันให้มีการฉายหนังเวอร์ชัน Director's Cut และทำให้เรื่อง Heaven's Gate กลับมาได้รับความนิยม
- สถานีปิดตัวลงในปี 1989 หลังจากปัญหาทางกฎหมายเรื่องโฆษณาในรายการกีฬาและถูกแทนที่ด้วย SportsChannel Los Angeles
Z Channel เป็นหนึ่งในสถานีโทรทัศน์แบบจ่ายเงิน (Pay Television) ยุคแรกๆ ในสหรัฐอเมริกาที่ดำเนินกิจการระหว่างปี ค.ศ. 1974 ถึง 1989 โดยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในด้านความทุ่มเทต่อศิลปะแห่งภาพยนตร์ ผ่านการเลือกสรรภาพยนตร์ที่หลากหลายและแปลกใหม่โดยผู้อำนวยการฝ่ายรายการรายการหนึ่งที่ชื่อว่า Jerry Harvey
ประวัติความเป็นมา
Z Channel เริ่มออกอากาศครั้งแรกในปี 1974 โดย Theta Cable (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ TelePrompTer Corporation และ Hughes Aircraft Co.) ต่อมาถูกซื้อกิจการโดย Group W (Westinghouse) ในปี 1981 โดยมีฐานปฏิบัติการอยู่ที่เมืองซานตาモニก้า รัฐแคลิฟอร์เนีย
ในปี 1980 Jerry Harvey ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายรายการ และเขาได้รับอิสระอย่างเต็มที่ในการจัดผังรายการตามความต้องการของเขา ส่งผลให้สถานีแห่งนี้ฉายฉายภาพยนตร์หลากหลายประเภทที่ปกติจะไม่พบในสถานีโทรทัศน์แบบจ่ายเงินอื่นๆ ในยุคนั้น เช่น หนังเกรดบี (B movies), หนังเงียบ, หนังต่างประเทศ และภาพยนตร์เวอร์ชันตัดต่อดั้งเดิมที่ไม่มีการตัดทอน
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในคืนวันคริสต์มาสอีฟปี 1982 เมื่อ Harvey ตัดสินใจฉายภาพยนตร์เรื่อง Heaven's Gate เวอร์ชันดั้งเดิม ซึ่งในขณะนั้นถูกมองว่าเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในด้านรายได้และคำวิจารณ์ แต่ปรากฏว่าการฉายครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก และกลายเป็นภาพยนตร์ที่มียอดผู้ชมสูงสุดในประวัติศาสตร์ของ Z Channel ซึ่งส่งผลให้สถานีอื่นๆ เริ่มนำหนังเรื่องนี้มาฉายตาม
การล่มสลายของสถานี
ในช่วงกลางทศวรรษ 1980 Z Channel มีสมาชิกประมาณ 90,000 ราย ต่อมาในปี 1987 Group W ได้ขายสถานีให้กับ Rock Associates จากเมืองซีแอตเทิล ในราคา 5 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากการแข่งขันที่สูงขึ้นและความสนใจที่ลดลงจากเจ้าของเดิม
ในเดือนเมษายน 1988 เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สองประการ คือ การเสียชีวิตของ Jerry Harvey ในเหตุการณ์ฆาตกรรม-ฆ่าตัวตาย และการนำรายการกีฬาเข้ามาใส่ในผังรายการปกติ โดยมีการทำข้อตกลงฉายการแข่งขันของทีม Los Angeles Angels, Clippers และ Dodgers ซึ่งแม้จะช่วยเพิ่มจำนวนสมาชิกเป็น 110,000 ราย แต่ก็นำไปสู่ปัญหาทางกฎหมาย เนื่องจากสัญญาที่ทำกับสตูดิโอภาพยนตร์ระบุว่าบริการนี้ต้องไม่มีโฆษณาคั่น
ท้ายที่สุด สถานีถูกขายให้กับ Cablevision และ NBC ในวันที่ 16 มีนาคม 1989 และในวันที่ 29 มิถุนายน 1989 Z Channel ก็ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ โดยภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายที่ฉายคือ My Darling Clementine ของ John Ford และถูกแทนที่ด้วย SportsChannel Los Angeles
มรดกและอิทธิพล
Z Channel ได้สร้างมาตรฐานใหม่ในการใช้ Letterboxing (การเว้นขอบดำบน-ล่างเพื่อให้ได้สัดส่วนภาพยนตร์) บนโทรทัศน์ รวมถึงการนำเสนอภาพยนตร์เวอร์ชัน Director's Cut (ซึ่งเป็นคำที่ได้รับความนิยมหลังจาก Z Channel ฉาย Heaven's Gate) ความทุ่มเทของสถานีต่อภาพยนตร์หายากและสำคัญส่งผลต่อผู้กำกับชื่อดังหลายคน เช่น Robert Altman, Quentin Tarantino, Alexander Payne และ Jim Jarmusch
นอกจากนี้ เรื่องราวของสถานีแห่งนี้ยังถูกนำมาเสนอในสารคดีปี 2004 เรื่อง Z Channel: A Magnificent Obsession กำกับโดย Xan Cassavetes
ภาพยนตร์บางส่วนที่เคยฉายทาง Z Channel
- 1900
- Bring Me the Head of Alfredo Garcia
- City Lights
- Heaven's Gate
- I Vitelloni
- Ikiru
- Johnny Guitar
- The Leopard
- Los Olvidados
- The Man Who Fell to Earth
- Midnight Cowboy
- My Darling Clementine
- Once Upon A Time in America
- The Onion Field
- Overlord
- Rear Window
- Ride the High Country
- The Song Remains the Same
- Straw Dogs
- Throne of Blood
- The Wild Bunch
คำถามที่พบบ่อย
Z Channel คืออะไร?
เป็นสถานีโทรทัศน์แบบจ่ายเงินในสหรัฐอเมริกา (1974–1989) ที่โดดเด่นด้านการฉายภาพยนตร์หลากหลายประเภท ทั้งหนังเงียบ หนังต่างประเทศ และหนังเกรดบี
ใครคือบุคคลสำคัญของ Z Channel?
Jerry Harvey คือผู้อำนวยการฝ่ายรายการที่ได้รับอิสระในการเลือกหนังมาฉาย ทำให้สถานีีกลายเป็นสวรรค์ของคนรักหนังอย่างแท้จริง
Z Channel มีอิทธิพลต่อวงการภาพยนตร์อย่างไร?
สถานีนี้เป็นผู้บุกเบิกการใช้ Letterboxing บนโทรทัศน์ และส่งเสริมการฉายหนังเวอร์ชัน Director's Cut ซึ่งมีอิทธิพลต่อผู้กำกับชื่อดังอย่าง Quentin Tarantino
