← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ไซทโอเพอรา โอเปร่าร่วมสมัยแห่งยุคสาธารณรัฐไวมาร์

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นแนวโอเปร่าที่รุ่งเรืองในช่วงสาธารณรัฐไวมาร์ในเยอรมนี
  • เน้นการใช้ฉาก ตัวละคร และเหตุการณ์ที่ร่วมสมัย รวมถึงการเสียดสีสังคม
  • โดดเด่นด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ (เช่น โทรศัพท์, เครื่องบิน) และดนตรีแจ๊สมาใช้ในบทเพลง
  • ถูกต่อต้านโดยกลุ่มการเมืองฝ่ายขวาและสิ้นสุดลงในยุคนาซี

ไซทโอเพอรา (เยอรมัน: Zeitoper แปลว่า "โอเปร่าแห่งยุคสมัย") เป็นแนวโอเปร่าที่เกิดขึ้นและได้รับความนิยมในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ในประเทศเยอรมนี ยุคสาธารณรัฐไวมาร์ (Weimar Republic) โดยมีลักษณะเด่นคือการนำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสภาพสังคมปัจจุบันในขณะนั้น แทนที่จะเป็นเรื่องราวในตำนานหรือประวัติศาสตร์อันไกลพ้น

ลักษณะสำคัญของไซทโอเพอรา

ไซทโอเพอรามีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้ฟังเข้าถึงดนตรีได้ง่ายขึ้น โดยมีลักษณะร่วมกับโอเปร่าตลก (Opera Buffa) ในด้านการใช้ตัวละครและฉากที่ร่วมสมัย รวมถึงการดำเนินเรื่องในเชิงขบขันหรือเสียดสีสังคม อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นบางประการ เช่น เรื่อง Maschinist Hopkins ของ Max Brand ที่มีเนื้อหาในเชิงโศกนาฏกรรม

การบูรณาการเทคโนโลยีและดนตรีสมัยใหม่

สิ่งที่ทำให้ไซทโอเพอราแตกต่างจากโอเปร่ารูปแบบอื่นในยุคนั้น คือการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่องและฉาก เช่น:

  • การคมนาคม: การใช้รถไฟในเรื่อง Jonny spielt auf และเครื่องบินในเรื่อง Der Lindberghflug
  • การสื่อสาร: การใช้โทรศัพท์และลิฟต์ในเรื่อง Von heute auf morgen

นอกจากนี้ ไซทโอเพอรายังมีการนำองค์ประกอบของดนตรีสมัยนิยม โดยเฉพาะดนตรีแจ๊ส (Jazz) เข้ามาผสมผสาน ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้แนวเพลงนี้ถูกเพ่งเล็งและต่อต้านจากกลุ่มการเมืองฝ่ายขวา และส่งผลให้ไซทโอเพอราไม่สามารถดำรงอยู่ได้เมื่อเข้าสู่ยุคนาซี

ผลงานและคีตกวีที่สำคัญ

ผลงานที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นตัวแทนที่ชัดเจนที่สุดของแนวไซทโอเพอราคือ Jonny spielt auf (1927) โดย เอิร์นสต์ เครเนก (Ernst Krenek)

คีตกวีท่านอื่นที่มีบทบาทสำคัญในแนวนี้ ได้แก่:

  • พอล ฮินเดมิท (Paul Hindemith): ผลงานเรื่อง Hin und zurück (1927) และ Neues vom Tage (1929)
  • วิลเฮล์ม โกรส (Wilhelm Grosz): ผลงานเรื่อง Achtung! Aufname! (เขียนบทโดย Béla Balázs)
  • เคิร์ท ไวล์ (Kurt Weill): ผลงานเรื่อง Der Zar lässt sich photographieren (1928) และ Die Bürgschaft (1932)

นอกจากนี้ คาดว่าผลงานเรื่อง Intermezzo (1924) ของ ริชาร์ด ชตราอุส (Richard Strauss) อาจเป็นไซทโอเพอราเรื่องแรกที่ถูกประพันธ์ขึ้น และยังมี จอร์จ แอนไทล์ (George Antheil) คีตกวีชาวอเมริกันที่เขียนเรื่อง Transatlantic (1930) สำหรับเมืองแฟรงก์เฟิร์ต โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเครเนก

การวิพากษ์วิจารณ์และการสิ้นสุด

เคิร์ท ไวล์ เคยวิจารณ์คำว่า "ไซทโอเพอรา" ในวารสาร Melos เมื่อปี 1928 ว่าคำนี้เป็นเพียง "คำขวัญ" (Slogan) มากกว่าจะเป็นคำอธิบายลักษณะทางดนตรีที่ชัดเจน

ในขณะที่ อาร์โนลด์ เชินเบิร์ก (Arnold Schoenberg) ได้พยายามสะท้อนถึงความไม่จีรังของแฟชั่นในเรื่อง Von heute auf morgen (1930) ผ่านบทสนทนาในช่วงท้ายเรื่องที่เด็กคนหนึ่งถามพ่อแม่ว่า "คนสมัยใหม่คืออะไร?" และได้รับคำตอบว่า "สิ่งนั้นเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน" ซึ่งเป็นการเสียดสีธรรมชาติของความทันสมัยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

คำถามที่พบบ่อย

ไซทโอเพอรา (Zeitoper) คืออะไร?

ไซทโอเพอราคือแนวโอเปร่าที่เน้นความร่วมสมัย โดยใช้ฉาก ตัวละคร และเนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน (ในขณะนั้น) มักมีเนื้อหาเสียดสีสังคมและใช้ดนตรีที่เข้าถึงง่าย

ลักษณะเด่นที่ทำให้ไซทโอเพอราต่างจากโอเปร่าทั่วไปคืออะไร?

การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ในยุคนั้น เช่น รถไฟ เครื่องบิน และโทรศัพท์ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว รวมถึงการใช้ดนตรีแจ๊สซึ่งเป็นอิทธิพลจากดนตรีสมัยนิยม

ทำไมไซทโอเพอราถึงไม่ได้รับความนิยมในยุคนาซี?

เนื่องจากมีการใช้ดนตรีแจ๊สและเนื้อหาที่เสียดสีสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่กลุ่มการเมืองฝ่ายขวาและพรรคนาซีมองว่าไม่เหมาะสมและไม่เป็นไปตามอุดมการณ์ของพวกเขา

ผลงานเรื่องใดที่เป็นตัวแทนของแนวไซทโอเพอรา?

ผลงานเรื่อง Jonny spielt auf ของ เอิร์นสต์ เครเนก (1927) ถือเป็นผลงานที่เป็นจุดสูงสุดและตัวแทนที่ชัดเจนที่สุดของแนวนี้