Zork Nemesis การผจญภัยในดินแดนต้องห้าม
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นเกมลำดับที่ 11 ในซีรีส์ Zork และเป็นภาคแรกที่ไม่ได้ใช้ชื่อ Infocom
- ได้รับรางวัล Spotlight Award 1996 ในสาขางานศิลป์แบบ Pre-rendered ยอดเยี่ยม
- เปลี่ยนโทนเรื่องจากแนวตลกขบขันเป็นแนวลึกลับและมืดมน
- ใช้ระบบการเล่นแบบ Point-and-Click มุมมองบุคคลที่หนึ่ง
Zork Nemesis: The Forbidden Lands เป็นเกมแนวผจญภัยกราฟิก (Graphic Adventure) ที่พัฒนาโดย Zombie LLC และจัดจำหน่ายโดย Activision ออกวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 1996 สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows 95, MS-DOS และ Macintosh โดยเกมนี้เป็นลำดับที่ 11 ในซีรีส์ Zork และเป็นภาคแรกที่ไม่ได้ใช้ชื่อแบรนด์ Infocom ในการทำการตลาด ซึ่งถือเป็นเกมภาคที่สองที่ Activision นำมาพัฒนาต่อจาก Return to Zork (1993)

เนื้อเรื่องและบรรยากาศ
Zork Nemesis มีทิศทางของเนื้อเรื่องที่มืดมนและมีความเป็นตลกน้อยลงกว่าภาคก่อน ๆ โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็นนักผจญภัยนิรนามที่ได้รับมอบหมายจากรองผู้สำเร็จราชการ Syovar the Strong แห่งจักรวรรดิใต้ดินอันยิ่งใหญ่ (Great Underground Empire) ให้สืบสวนการหายตัวไปอย่างลึกลับของบุคคลสำคัญ 4 ท่านและบุตรของพวกเขาในภูมิภาคที่เรียกว่า "ดินแดนต้องห้าม" (Forbidden Lands)
ในการสืบสวน ผู้เล่นจะต้องเผชิญหน้ากับตัวตนลึกลับที่เรียกตนเองว่า "Nemesis" ซึ่งมีแผนการชั่วร้ายในการตามหาธาตุที่ห้า (The Quintessence) โดยการทรมานและสังหารผู้มีความรู้ด้านเล่นแร่แปรธาตุในวิหาร Agrippa
สถานที่สำคัญในเกม
- วิหาร Agrippa (Temple of Agrippa): จุดเริ่มต้นของการสืบสวนและสถานที่ที่ Nemesis ยึดครอง
- สถาบันดนตรีสาขาแม่น้ำเยือกแข็ง (Frigid River Branch Conservatory): โรงเรียนดนตรีและหอแสดงคอนเสิร์ต
- อาราม Steppinthrax (Steppinthrax Monastery): อารามร้างที่ทรุดโทรม
- สถานบำบัด Grey Mountains (Grey Mountains Asylum): สถาบันจิตเวชบนยอดเขาที่หนาวเหน็บ
- ปราสาท Irondune (Castle Irondune): ป้อมปราการทางทหารและพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวในทะเลทราย
ระบบการเล่น
เกมใช้มุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First-person perspective) และใช้ระบบการควบคุมแบบ Point-and-Click ที่เรียบง่าย โดยตัวชี้เมาส์จะเปลี่ยนรูปร่างตามการกระทำที่ทำได้ในขณะนั้น เช่น ลูกศรสีทองแดงสำหรับการเคลื่อนที่, ลูกศรสีทองสำหรับการโต้ตอบกับวัตถุ และไอคอนรูปมือสำหรับการเก็บสิ่งของ
สภาพแวดล้อมในเกมถูกออกแบบให้สามารถมองเห็นได้แบบพาโนรามา 360 องศา เพื่อให้ผู้เล่นค้นหาวัตถุหรือเบาะแสที่ซ่อนอยู่ และสามารถซูมเข้าไปดูรายละเอียดของวัตถุบางอย่างได้ เช่น หนังสือหรือเอกสาร
การแก้ปริศนา
ปริศนาในเกมเน้นการค้นหาคำใบ้และการใช้ไอเทมที่ถูกต้องกับวัตถุในฉาก หรือการลำดับเหตุการณ์การกระทำเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยเกมมีระบบคะแนนเพื่อบ่งบอกความคืบหน้าในการดำเนินเนื้อเรื่อง
การตอบรับและมรดก
Zork Nemesis ได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวก โดยเฉพาะในด้านงานศิลป์แบบ Pre-rendered ที่สวยงามในยุคนั้น จนได้รับรางวัล Spotlight Award 1996 สาขา Best Prerendered Art อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิจารณ์บางส่วนเกี่ยวกับความยากของปริศนา และความรู้สึกว่าเนื้อเรื่องมีความห่างเหินจากเอกลักษณ์ดั้งเดิมของโลก Zork
ในเวลาต่อมา เกมนี้ได้รับการนำกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้งผ่านแพลตฟอร์ม GOG เพื่อให้สามารถเล่นได้บนระบบปฏิบัติการ Windows รุ่นใหม่ ๆ และมีภาคต่อคือ Zork: Grand Inquisitor ซึ่งออกวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 1997
คำถามที่พบบ่อย
Zork Nemesis แตกต่างจากเกม Zork ภาคก่อน ๆ อย่างไร?
แตกต่างอย่างชัดเจนในด้านโทนของเรื่องที่มืดมนและจริงจังมากขึ้น ลดความเป็นตลกขบขันลง และเป็นภาคแรกที่ไม่ได้ทำการตลาดภายใต้ชื่อ Infocom
ระบบการควบคุมของเกมเป็นอย่างไร?
ใช้ระบบ Point-and-Click โดยตัวชี้เมาส์จะเปลี่ยนไอคอนตามการกระทำ เช่น การเคลื่อนที่ การโต้ตอบ หรือการเก็บของ และสามารถมองเห็นฉากได้แบบ 360 องศา
รางวัลที่ Zork Nemesis ได้รับคืออะไร?
ได้รับรางวัล Spotlight Award ปี 1996 ในสาขา Best Prerendered Art (งานศิลป์แบบเรนเดอร์ล่วงหน้ายอดเยี่ยม)