การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคยูเลอร์ ยูเนียนนิสต์ ปี 2005
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคครั้งแรกภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของพรรค UUP
- เกิดขึ้นหลังจากเดวิด ทริมเบิล ลาออกเนื่องจากความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2005
- เซอร์ เรจ เอ็มพีย์ ชนะการเลือกตั้งในรอบที่สองหลังจากเดวิด แมคนาร์รี ถูกคัดออกในรอบแรก
การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคยูเลอร์ ยูเนียนนิสต์ (Ulster Unionist Party - UUP) ในปี 2005 เกิดขึ้นหลังจาก เดวิด ทริมเบิล (David Trimble) ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2005 สาเหตุหลักมาจากการที่พรรคประสบความพ่ายแพ้อย่างหนักในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2005 ซึ่งพรรคสูญเสียที่นั่งเกือบทั้งหมด รวมถึงที่นั่งของทริมเบิลเองด้วย
ในช่วงเปลี่ยนผ่าน พรรคได้มอบหมายให้ เซอร์ เรจ เอ็มพีย์ (Sir Reg Empey), เลดี้ เฮอร์มอน (Lady Hermon) และลอร์ด โรแกน (Lord Rogan) ร่วมกันบริหารงานในฐานะผู้นำชั่วคราว
ระเบียบการเลือกตั้งใหม่
การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ดำเนินการภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของพรรค ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนสำคัญคือ ผู้สมัครจะต้องยื่นชื่อเสนอตัวเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าหนึ่งสัปดาห์ก่อนการประชุม แทนที่จะเป็นการเสนอชื่อและรับรองโดยสมาชิกในที่ประชุมเหมือนในอดีต
ผู้สมัครรับเลือกตั้ง
การรับสมัครปิดลงในวันที่ 17 มิถุนายน 2005 โดยมีผู้สมัครที่ลงชิงตำแหน่ง 3 ราย ได้แก่:
- เซอร์ เรจ เอ็มพีย์ (Sir Reg Empey)
- อลัน แมคฟาร์แลนด์ (Alan McFarland)
- เดวิด แมคนาร์รี (David McNarry)
บุคคลที่ปฏิเสธการลงสมัคร
มีนักการเมืองชื่อดังของพรรคหลายคนที่ถูกสื่อคาดการณ์ว่าจะลงสมัคร แต่ได้ปฏิเสธในภายหลัง ได้แก่ เดวิด เบิร์นไซด์ (David Burnside), ซิลเวีย เฮอร์มอน (Sylvia Hermon) ซึ่งเป็น ส.ส. เพียงคนเดียวของพรรคหลังการเลือกตั้งทั่วไป, ลอร์ด แมกินนิส (Lord Maginnis) และลอร์ด คิลคลูนีย์ (Lord Kilclooney)
ข้อเสนอผู้สมัครจากภายนอก
สมาชิกบางส่วนในพรรคพยายามผลักดันให้บุคคลภายนอกเข้ามานำทัพพรรค โดยมีการเสนอชื่อ พันเอก ทิม คอลลินส์ (Colonel Tim Collins) และโรเบิร์ต แมคคาร์ตนีย์ (Robert McCartney) แต่ทั้งคู่ปฏิเสธ โดยคอลลินส์ระบุว่าตนไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง ส่วนแมคคาร์ตนีย์ประกาศว่าจะกลับเข้าพรรคก็ต่อเมื่อมีผู้ลงคะแนนไม่ถูกต้อง (spoilt ballots) เป็นจำนวนมาก ซึ่งในความเป็นจริงมีผู้ลงคะแนนไม่ถูกต้องน้อยกว่า 5 ราย
ลำดับเหตุการณ์สำคัญ
| วันที่ | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 6 พฤษภาคม 2005 | เดวิด ทริมเบิล แพ้การเลือกตั้งในเขต Upper Bann นำไปสู่การคาดการณ์เรื่องการลาออก |
| 7 พฤษภาคม 2005 | เดวิด ทริมเบิล ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการ |
| 14 พฤษภาคม 2005 | คณะกรรมการบริหารพรรคกำหนดวันเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่เป็นวันที่ 24 มิถุนายน |
| 7 มิถุนายน 2005 | เดวิด แมคนาร์รี เป็นผู้สมัครคนแรกที่ประกาศลงชิงตำแหน่ง |
| 9 มิถุนายน 2005 | เซอร์ เรจ เอ็มพีย์ ประกาศลงสมัคร โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาสมัชชา (MLAs) มากกว่าครึ่งหนึ่ง และจิม นิโคลสัน (Jim Nicholson) สมาชิกสภายุโรป |
| 13 มิถุนายน 2005 | อลัน แมคฟาร์แลนด์ ประกาศลงสมัคร โดยชูจุดยืนการปฏิรูปโครงสร้างพรรคจากระดับรากหญ้า |
| 24 มิถุนายน 2005 | สภาพรรคยูเลอร์ ยูเนียนนิสต์ (Ulster Unionist Council) ประชุมเพื่อลงคะแนนเลือกตั้ง |
ผลการเลือกตั้ง
การลงคะแนนดำเนินไปโดยใช้ระบบการลงคะแนนหลายรอบจนกว่าจะมีผู้สมัครได้รับเสียงข้างมากเด็ดขาด (absolute majority)
- รอบแรก: ไม่มีผู้สมัครคนใดได้รับเสียงข้างมากเด็ดขาด เดวิด แมคนาร์รี ซึ่งได้รับคะแนนน้อยที่สุดจึงถูกคัดออกจากการแข่งขัน
- รอบที่สอง: เซอร์ เรจ เอ็มพีย์ ได้รับชัยชนะและได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคยูเลอร์ ยูเนียนนิสต์ คนใหม่
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมเดวิด ทริมเบิล ถึงลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค?
ทริมเบิลลาออกหลังจากพรรคยูเลอร์ ยูเนียนนิสต์ ประสบความพ่ายแพ้อย่างหนักในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2005 โดยพรรคสูญเสียที่นั่งเกือบทั้งหมด รวมถึงที่นั่งของตัวเขาเองด้วย
ใครคือผู้ชนะในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคปี 2005?
เซอร์ เรจ เอ็มพีย์ (Sir Reg Empey) เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งในรอบที่สอง
การเลือกตั้งครั้งนี้มีความแตกต่างจากครั้งก่อนๆ อย่างไร?
เป็นครั้งแรกที่ใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งกำหนดให้ผู้สมัครต้องยื่นชื่อเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าหนึ่งสัปดาห์ แทนการเสนอชื่อในที่ประชุม
มีผู้สมัครจากภายนอกพรรคหรือไม่?
มีการเสนอชื่อบุคคลภายนอก เช่น พันเอก ทิม คอลลินส์ และโรเบิร์ต แมคคาร์ตนีย์ แต่ทั้งคู่ปฏิเสธการลงสมัคร
ใครเป็นผู้นำชั่วคราวของพรรคในช่วงเปลี่ยนผ่าน?
พรรคได้มอบหมายให้ เซอร์ เรจ เอ็มพีย์, เลดี้ เฮอร์มอน และลอร์ด โรแกน ร่วมกันบริหารงานชั่วคราว
อลัน แมคฟาร์แลนด์ มีจุดยืนอย่างไรในการชิงตำแหน่ง?
แมคฟาร์แลนด์ชูจุดยืนในการเป็น 'การกบฏจากรากหญ้า' โดยมุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพรรคใหม่และให้ความสำคัญกับประเด็นที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วไปสนใจ