← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ความเห็นที่ปรึกษาว่าด้วยความชอบด้วยกฎหมายของการข่มขู่หรือการใช้อาวุธนิวเคลียร์

สรุปใจความสำคัญ

  • ศาล ICJ ตัดสินว่าการใช้อาวุธนิวเคลียร์โดยทั่วไปขัดต่อกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
  • ศาลไม่สามารถสรุปได้ว่าการใช้อาวุธนิวเคลียร์จะผิดกฎหมายหรือไม่ในกรณีที่รัฐใช้เพื่อความอยู่รอดของตนเองในการป้องกันตนเอง
  • คำร้องขอครั้งแรกจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ถูกปฏิเสธเนื่องจากอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ขององค์กร
  • ศาลยืนยันว่ารัฐมีพันธกรณีในการดำเนินการปลดอาวุธนิวเคลียร์ให้สำเร็จ

ความเห็นที่ปรึกษาว่าด้วยความชอบด้วยกฎหมายของการข่มขู่หรือการใช้อาวุธนิวเคลียร์ (Legality of the Threat or Use of Nuclear Weapons) เป็นคดีสำคัญทางกฎหมายระหว่างประเทศซึ่งศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice หรือ ICJ) ได้ให้ความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับสถานะของอาวุธนิวเคลียร์ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ โดยสรุปว่าการข่มขู่หรือการใช้อาวุธนิวเคลียร์โดยทั่วไปแล้วขัดต่อกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ แต่ศาลไม่สามารถสรุปได้อย่างเด็ดขาดว่าการกระทำดังกล่าวจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ในสถานการณ์สุดวิสัยที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันตนเอง ซึ่งความอยู่รอดของรัฐนั้นตกอยู่ในอันตราย

ภาพประกอบเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์และกฎหมายระหว่างประเทศ
การพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของการใช้อาวุธนิวเคลียร์ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ

ความเป็นมาและการร้องขอความเห็น

กระบวนการขอความเห็นที่ปรึกษาในเรื่องนี้เกิดขึ้นจากสองเหตุการณ์หลัก:

การร้องขอโดยองค์การอนามัยโลก (WHO)

เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2536 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ร้องขอความเห็นจาก ICJ โดยตั้งคำถามว่า การใช้อาวุธนิวเคลียร์โดยรัฐในสงครามหรือความขัดแย้งทางอาวุธ จะเป็นการละเมิดพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงธรรมนูญของ WHO หรือไม่ โดยพิจารณาจากผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 ศาลได้ตัดสินด้วยคะแนนเสียง 11 ต่อ 3 ว่าไม่สามารถให้ความเห็นที่ปรึกษาได้ เนื่องจากคำถามดังกล่าวไม่อยู่ในขอบเขตกิจกรรมของ WHO ตามที่ระบุไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติ ข้อ 96(2) (เป็นการกระทำที่เกินอำนาจหน้าที่ หรือ ultra vires)

การร้องขอโดยสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

ต่อมาในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2537 สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้รับรองมติ A/RES/49/75K เพื่อขอให้ ICJ ให้ความเห็นที่ปรึกษาในประเด็นที่ว่า "การข่มขู่หรือการใช้อาวุธนิวเคลียร์ในสถานการณ์ใดบ้างที่ได้รับอนุญาตภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ?"

สัญลักษณ์สหประชาชาติและการพิจารณาคดี
สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเป็นผู้ผลักดันให้เกิดการพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของอาวุธนิวเคลียร์

การพิจารณาครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยมีรัฐเข้าร่วมให้ถ้อยคำเป็นลายลักษณ์อักษรถึง 42 รัฐ ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในการพิจารณาของศาล ICJ

ข้อสรุปทางกฎหมายของศาล

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้วิเคราะห์ประเด็นดังกล่าวผ่านมุมมองของกฎหมายหลายฉบับ ดังนี้:

  • กฎบัตรสหประชาชาติ: การข่มขู่หรือการใช้อาวุธนิวเคลียร์ต้องสอดคล้องกับกฎบัตรสหประชาชาติ โดยเฉพาะในเรื่องการใช้กำลัง (jus ad bellum)
  • กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL): ศาลระบุว่าการใช้อาวุธนิวเคลียร์โดยทั่วไปจะขัดต่อหลักการของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะหลักการแยกแยะระหว่างพลเรือนและผู้ทำการรบ และหลักการห้ามก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานที่เกินจำเป็น
  • พันธกรณีในการปลดอาวุธ: ศาลสรุปว่ามีพันธกรณีทั่วไปที่รัฐต่างๆ ต้องดำเนินการให้บรรลุการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ ตามเจตนารมณ์ของสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT)

ประเด็นเรื่องการป้องกันตนเอง (Self-Defence)

ประเด็นที่ซับซ้อนที่สุดคือกรณีการป้องกันตนเอง ศาลยอมรับว่าไม่มีแหล่งที่มาของกฎหมายระหว่างประเทศฉบับใดที่ห้ามหรืออนุญาตการใช้อาวุธนิวเคลียร์ไว้อย่างชัดเจนในทุกกรณี ดังนั้น ศาลจึงไม่สามารถสรุปได้ว่าการใช้อาวุธนิวเคลียร์จะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ในสถานการณ์สุดวิสัยที่รัฐต้องใช้เพื่อการป้องกันตนเองเพื่อความอยู่รอดของรัฐ (Survival of the State)

คำถามที่พบบ่อย

ศาล ICJ สรุปว่าอาวุธนิวเคลียร์ผิดกฎหมายโดยเด็ดขาดหรือไม่?

ไม่ ศาลไม่ได้สรุปว่าผิดกฎหมายโดยเด็ดขาด แต่ระบุว่าโดยทั่วไปจะขัดต่อกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ยกเว้นในกรณีสุดวิสัยเพื่อความอยู่รอดของรัฐซึ่งศาลไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้

ทำไมคำร้องขององค์การอนามัยโลก (WHO) ถึงถูกปฏิเสธในตอนแรก?

เพราะศาลเห็นว่าคำถามเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของอาวุธนิวเคลียร์ไม่อยู่ในขอบเขตกิจกรรมหรืออำนาจหน้าที่ของ WHO ตามกฎบัตรสหประชาชาติ

ความเห็นนี้ส่งผลอย่างไรต่อการปลดอาวุธนิวเคลียร์?

ศาลได้ให้ความเห็นว่ารัฐต่างๆ มีพันธกรณีทั่วไปที่ต้องดำเนินการให้เกิดการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ