← กลับไปยังบทความทั้งหมด

อเล็กซานเดอร์ ยาคอฟเลฟ สถาปนิกผู้ผลักดันนโยบายกลาสนอสต์และเปเรสตรอยกา

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้ได้รับฉายาว่า 'บิดาแห่งกลาสนอสต์' และเป็นที่ปรึกษาทางปัญญาคนสำคัญของมิคาอิล กอร์บาชอฟ
  • เคยรับราชการเป็นผู้บังคับหมวดนาวิกโยธินและได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างการล้อมเลนินกราดในสงครามโลกครั้งที่สอง
  • เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนโครงการฟุลไบร์ทที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีผลต่อการปรับเปลี่ยนมุมมองทางการเมือง
  • มีบทบาทสำคัญในการร่างรัฐธรรมนูญแห่งสหภาพโซเวียตปี 1977

อเล็กซานเดอร์ นิโคลาเยวิช ยาคอฟเลฟ (Alexander Nikolayevich Yakovlev; 2 ธันวาคม 1923 – 18 ตุลาคม 2005) เป็นนักการเมือง นักการทูต และนักประวัติศาสตร์ชาวโซเวียตและรัสเซีย เขาเป็นสมาชิกโปลิตบูโรและเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียตในช่วงทศวรรษ 1980 โดยได้รับการขนานนามว่าเป็น "บิดาแห่งกลาสนอสต์" (Godfather of Glasnost) และเป็นกำลังสำคัญทางปัญญาที่อยู่เบื้องหลังโปรแกรมการปฏิรูปของมิคาอิล กอร์บาชอฟ ทั้งในด้าน กลาสนอสต์ (Glasnost - ความเปิดเผย) และ เปเรสตรอยกา (Perestroika - การปรับโครงสร้าง)

ภาพถ่ายของ อเล็กซานเดอร์ ยาคอฟเลฟ
อเล็กซานเดอร์ ยาคอฟเลฟ นักการเมืองผู้มีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปสหภาพโซเวียต

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา

ยาคอฟเลฟเกิดในครอบครัวเกษตรกรในหมู่บ้านโคโรลีโว (Korolyovo) ริมแม่น้ำโวลกา ใกล้กับเมืองยาโรสลาฟล์ เขาเป็นบุตรคนโตในบรรดาพี่น้องห้าคน โดยมีบิดาเป็นคอมมิวนิสต์ที่เคร่งครัดและเคยดำรงตำแหน่งประธานฟาร์มรวมหมู่ในท้องถิ่น

การรับใช้ชาติในสงครามโลกครั้งที่สอง

ยาคอฟเลฟสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาเพียงไม่กี่วันก่อนที่นาซีเยอรมนีจะบุกสหภาพโซเวียต เขาถูกเกณฑ์เข้ากองทัพเรือโซเวียตในเดือนพฤศจิกายน 1941 และเข้าสังกัดหน่วยนาวิกโยธิน โดยดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมวดของกองพลนาวิกโยธินที่ 6 แห่งกองเรือบอลติก ในแนวรบโวลคอฟระหว่างการล้อมเลนินกราด (Siege of Leningrad)

ในวันที่ 6 สิงหาคม 1942 ยาคอฟเลฟนำทหารชาวชูวัส 30 นายบุกโจมตีตำแหน่งของเยอรมันในเมืองวินยาโกโลโว (Vinyagolovo) ใกล้เลนินกราด และได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 1943 ก่อนจะถูกปลดประจำการ ต่อมาเขาได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียตในปี 1944 ด้วยความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในตัวโจเซฟ สตาลิน และอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ในขณะนั้น

เส้นทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงทางความคิด

หลังสงคราม ยาคอฟเลฟศึกษาต่อด้านประวัติศาสตร์ที่สถาบันครูยาโรสลาฟล์ (Yaroslavl Pedagogical Institute) และเข้าเรียนที่โรงเรียนพรรคชั้นสูงในมอสโก อย่างไรก็ตาม เขาเริ่มเกิดความสงสัยในระบอบการปกครองเมื่อได้เห็นการปฏิบัติที่โหดร้ายต่อเชลยศึกโซเวียตที่ถูกส่งไปยังค่ายแรงงาน

ผลกระทบจากยุคครุชเชฟและสตาลิน

หลังการเสียชีวิตของสตาลินในปี 1953 ยาคอฟเลฟได้รับตำแหน่งในคณะกรรมการกลางของพรรค และเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้เขามากที่สุดคือ "สุนทรพจน์ลับ" (Secret Speech) ของนิกิตา ครุชเชฟ ในปี 1956 ซึ่งเปิดโปงอาชญากรรมของสตาลิน เหตุการณ์นี้ทำให้ยาคอฟเลฟสูญเสียความศรัทธาในลัทธิคอมมิวนิสต์ และเริ่มศึกษาผลงานของมาร์กซ์, เองเกลส์ และเลนิน รวมถึงนักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษ จนนำไปสู่ข้อสรุปว่าลัทธิมาร์กซ์-เลนินในทางปฏิบัติเป็นเรื่องที่ไร้ประสิทธิภาพและไม่เป็นธรรม

การศึกษาที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย

ในปี 1958 ยาคอฟเลฟได้รับเลือกให้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา ภายใต้โครงการฟุลไบร์ท (Fulbright Programme) เขาได้ศึกษาภาษาอังกฤษและนโยบาย New Deal ของประธานาธิบดีรูสเวลต์ ซึ่งทำให้เขาเห็นความเชื่อมโยงระหว่างการบริหารจัดการของสหรัฐฯ และปัญหาที่เกิดขึ้นในสหภาพโซเวียต แม้ว่าการใช้ชีวิตในอเมริกาจะไม่ได้ทำให้เขาลดทัศนคติเชิงลบต่อสหรัฐฯ ลงทั้งหมดเนื่องจากความเหลื่อมล้ำและความโลภที่เขาพบเห็น แต่ประสบการณ์นี้ได้เปิดมุมมองทางปัญญาให้แก่เขาอย่างมาก

บทบาทในการปฏิรูปสหภาพโซเวียต

ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 ยาคอฟเลฟกลายเป็นผู้สนับสนุนหลักของมิคาอิล กอร์บาชอฟ และเป็นมันสมองผู้อยู่เบื้องหลังนโยบายสำคัญสองประการ:

  • กลาสนอสต์ (Glasnost): การสร้างความโปร่งใสและการเปิดกว้างในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล เพื่อขจัดคอร์รัปชันและปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหาร
  • เปเรสตรอยกา (Perestroika): การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและการเมืองเพื่อกอบกู้เศรษฐกิจที่หยุดนิ่งของโซเวียต

เนื่องจากบทบาทที่โดดเด่นในการผลักดันการปฏิรูป ทำให้เขาตกเป็นเป้าโจมตีจากกลุ่มอนุรักษนิยมในพรรคคอมมิวนิสต์ ยาคอฟเลฟลาออกจากตำแหน่งเพียงสองวันก่อนเกิดความพยายามรัฐประหารในสหภาพโซเวียตปี 1991 โดยในช่วงการรัฐประหาร เขาได้สนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยและบอริส เยลต์ซิน ในเวลาต่อมาเขาได้แสดงจุดยืนคัดค้านวลาดีมีร์ ปูติน เนื่องจากความกังวลเรื่องการถดถอยของระบอบประชาธิปไตยในรัสเซีย

คำถามที่พบบ่อย

อเล็กซานเดอร์ ยาคอฟเลฟ คือใคร?

เขาเป็นนักการเมืองและนักการทูตชาวโซเวียต ผู้เป็นมันสมองเบื้องหลังนโยบายกลาสนอสต์และเปเรสตรอยกาของมิคาอิล กอร์บาชอฟ ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสหภาพโซเวียต

นโยบายกลาสนอสต์และเปเรสตรอยกาคืออะไร?

กลาสนอสต์คือการเปิดกว้างทางข้อมูลข่าวสารและความโปร่งใส ส่วนเปเรสตรอยกาคือการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและการเมืองเพื่อให้สหภาพโซเวียตอยู่รอดได้

ยาคอฟเลฟมีความสัมพันธ์อย่างไรกับวลาดีมีร์ ปูติน?

ในตอนแรกเขาเป็นผู้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสู่ประชาธิปไตย แต่ในเวลาต่อมาเขาได้กลายเป็นผู้คัดค้านปูตินเนื่องจากเห็นว่ามีการจำกัดสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตยถดถอยในรัสเซีย

ยาคอฟเลฟได้รับบาดเจ็บในสงครามโลกครั้งที่สองอย่างไร?

เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะนำทหารบุกโจมตีตำแหน่งของกองทัพนาซีเยอรมันในเมืองวินยาโกโลโว ใกล้เลนินกราด เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 1942