← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เขตอัลโมรา ศูนย์กลางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งรัฐอุตตราขัณฑ์

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งเมืองอัลโมราในปี ค.ศ. 1568 โดยกัลยัน จันท์ แห่งราชวงศ์จันท์
  • เป็นอดีตเมืองหลวงของอาณาจักรกุมอนก่อนจะถูกผนวกเข้ากับอังกฤษหลังสงครามอังกฤษ-กอร์ขา
  • ตั้งอยู่บนระดับความสูง 1,638 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ในรัฐอุตตราขัณฑ์ ประเทศอินเดีย
  • เป็นจุดแบ่งน้ำทางภูมิศาสตร์ที่สำคัญระหว่างลุ่มน้ำคงคาและลุ่มน้ำซาร์ดา

เขตอัลโมรา (Almora district) เป็นเขตการปกครองที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคกุมอน (Kumaon Division) ของรัฐอุตตราขัณฑ์ ประเทศอินเดีย โดยมีเมืองอัลโมราเป็นศูนย์กลางการบริหาร ซึ่งตั้งอยู่บนระดับความสูง 1,638 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล พื้นที่นี้มีอาณาเขตติดต่อกับเขตปิโธราการ์ (Pithoragarh) ทางทิศตะวันออก เขตจาโมลี (Chamoli) ทางทิศตะวันตก เขตบาเกชวาร์ (Bageshwar) ทางทิศเหนือ และเขตไนนิทาล (Nainital) ทางทิศใต้

ทิวทัศน์ของเมืองอัลโมรา
ทัศนียภาพโดยรอบของเขตอัลโมราในรัฐอุตตราขัณฑ์

ประวัติศาสตร์และการก่อตั้ง

เมืองอัลโมรามีประวัติศาสตร์อันยาวนาน โดยเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรกุมอน ก่อนการก่อตั้งเมืองนี้ พื้นที่ดังกล่าวเคยอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ไบชัลเดโอ (Baichaldeo) แห่งราชวงศ์กัตยิวรี (Katyuri) ต่อมาในปี ค.ศ. 1568 กัลยัน จันท์ (Kalyan Chand) แห่งราชวงศ์จันท์ (Chand dynasty) ซึ่งก่อตั้งขึ้นที่เมืองจัมปาวัต ได้สถาปนาเมืองอัลโมราขึ้นในจุดยุทธศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลาง และต่อมาเหล่ากษัตริย์ราชวงศ์จันท์ได้ย้ายเมืองหลวงของอาณาจักรกุมอนจากจัมปาวัตมายังอัลโมรา

หลังจากการพ่ายแพ้ของกองทัพกอร์ขาในสงครามอังกฤษ-กอร์ขา และการลงนามในสนธิสัญญาซูกาวลี (Treaty of Sugauli) ปี ค.ศ. 1816 เมืองอัลโมราได้กลายเป็นศูนย์กลางการบริหารของเขตกุมอนซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1815

การเปลี่ยนแปลงเขตการปกครอง

ในอดีต เขตอัลโมรามีพื้นที่ครอบคลุมกว้างขวางกว่าปัจจุบัน โดยในยุคแรกเขตกุมอนครอบคลุมทั้งภูมิภาคกุมอน ยกเว้นเขตเทไร (Terai) ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองกาชิปูร์ ต่อมามีการแบ่งเขตการปกครองดังนี้:

  • ค.ศ. 1837: แยกเขตการ์วาล (Garhwal) ออกมาโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองเปารี
  • ค.ศ. 1891: แยกเขตไนนิทาล (Nainital) ออกมา และเขตกุมอนเดิมถูกเปลี่ยนชื่อเป็นเขตอัลโมราตามชื่อเมืองศูนย์กลาง
  • ค.ศ. 1960: แยกเขตปิโธราการ์ (Pithoragarh) ออกมาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์
  • ค.ศ. 1997: แยกเขตบาเกชวาร์ (Bageshwar) ออกมาเมื่อวันที่ 15 กันยายน
สถาปัตยกรรมในอัลโมรา
ตัวอย่างสถาปัตยกรรมและอาคารเก่าแก่ในเขตอัลโมรา

ลักษณะทางภูมิศาสตร์

เมืองอัลโมราตั้งอยู่บนสันเขาที่มีลักษณะคล้ายอานม้า โดยแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักคือ ทาลิฟัต (Talifat) ทางทิศตะวันออก และ เซลิฟัต (Selifat) ทางทิศตะวันตก โดยมีตลาดหลักตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของสันเขาที่ทั้งสองส่วนมาบรรจบกัน ตลาดแห่งนี้มีความยาวประมาณ 2.01 กิโลเมตร และปูด้วยแผ่นหิน

ในด้านภูมิศาสตร์กายภาพ พื้นที่ประวัติศาสตร์ชอการ์คา (Chaugarkha) มีจุดเด่นคือเนินเขาบินซาร์ (Binsar hill) ซึ่งมีความสูงเกือบ 8,000 ฟุต และยอดเขาจาเกชวาร์ (Jageshwar peaks) ที่ความสูง 7,700 ฟุต นอกจากนี้ยังมีจุดแบ่งน้ำ (Continental water divide) ที่สำคัญบริเวณไซม์เดโอ (Saimdeo) ซึ่งเป็นจุดที่แหล่งน้ำไหลแยกออกจากกันไปยังลุ่มน้ำคงคาและลุ่มน้ำซาร์ดา (Sarda/Kali)

ภูมิประเทศภูเขาในอัลโมรา
ภูมิประเทศแบบภูเขาสูงและหุบเขาในเขตอัลโมรา

สถานที่ท่องเที่ยวและจุดสำคัญ

เขตอัลโมราเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรม โดยมีสถานที่สำคัญดังนี้:

  • วัดชิไต (Chitai Temple): ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมือง 10 กิโลเมตร อุทิศแด่พระโกลุ เทวตา (Golu Devata) เทพเจ้าแห่งความยุติธรรม ซึ่งเป็นที่เคารพอย่างมากในภูมิภาคกุมอน
  • วัดนันทาเทวี (Nanda Devi Temple): ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นวัดที่อุทิศแด่พระแม่นันทาเทวี มีจุดเด่นที่งานแกะสลักผนังวัดที่วิจิตรบรรจง และมีการจัดเทศกาลนันทาเทวีเป็นประจำทุกปีในเดือนกันยายน
  • ไบรท์ เอนด์ คอร์เนอร์ (Bright End Corner): จุดชมวิวที่สวยงามห่างจากตัวเมืองเพียง 2 กิโลเมตร
วัดในอัลโมรา
หนึ่งในศาสนสถานสำคัญในเขตอัลโมรา

คำถามที่พบบ่อย

เขตอัลโมราตั้งอยู่ที่ไหน?

เขตอัลโมราตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคกุมอน ของรัฐอุตตราขัณฑ์ ประเทศอินเดีย

ใครเป็นผู้ก่อตั้งเมืองอัลโมรา?

เมืองอัลโมราถูกก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1568 โดยกัลยัน จันท์ (Kalyan Chand) แห่งราชวงศ์จันท์

สถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาที่สำคัญในอัลโมรามีอะไรบ้าง?

สถานที่สำคัญ ได้แก่ วัดชิไต (Chitai Temple) ซึ่งอุทิศแด่เทพเจ้าแห่งความยุติธรรม และวัดนันทาเทวี (Nanda Devi Temple) ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง

ลักษณะภูมิประเทศของเมืองอัลโมราเป็นอย่างไร?

เมืองอัลโมราตั้งอยู่บนสันเขาที่มีลักษณะคล้ายอานม้า แบ่งเป็นฝั่งทาลิฟัตและเซลิฟัต โดยมีตลาดหลักอยู่บนจุดสูงสุดของสันเขา