← กลับไปยังบทความทั้งหมด

บริการคลาวด์คอมพิวติ้งของ Amazon (AWS)

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้ให้บริการคลาวด์คอมพิวติ้งรายใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 31% (ข้อมูลปี 2023)
  • ให้บริการในรูปแบบ Pay-as-you-go หรือการชำระเงินตามการใช้งานจริง
  • มีบริการที่หลากหลายมากกว่า 200 รายการ ครอบคลุมทั้ง Compute, Storage, Database และ Machine Learning
  • เป็นผู้บุกเบิกบริการคลาวด์สำหรับหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่าน AWS GovCloud

Amazon Web Services, Inc. (AWS) เป็นบริษัทในเครือของ Amazon ที่ให้บริการแพลตฟอร์มคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) และ API สำหรับบุคคลทั่วไป องค์กรธุรกิจ และหน่วยงานรัฐบาล โดยใช้รูปแบบการคิดค่าบริการตามการใช้งานจริง (Pay-as-you-go) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงทรัพยากรทางคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของตนเอง

โลโก้ Amazon Web Services
โลโก้ของ Amazon Web Services (AWS)

ลักษณะการทำงานและโครงสร้างพื้นฐาน

AWS ให้บริการทรัพยากรทางไอทีผ่านเครือข่ายศูนย์ข้อมูล (Server Farms) ที่กระจายอยู่ทั่วโลก โดยครอบคลุมบริการด้านเครือข่าย (Networking), การประมวลผล (Compute), การจัดเก็บข้อมูล (Storage), มิดเดิลแวร์ (Middleware) และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT)

บริการหลักที่สำคัญ

  • Amazon Elastic Compute Cloud (EC2): บริการเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual Server) ที่มีความพร้อมใช้งานสูง ผู้ใช้สามารถเลือกสเปก CPU, GPU, หน่วยความจำ (RAM) และระบบปฏิบัติการได้ตามต้องการ
  • Amazon Simple Storage Service (S3): บริการจัดเก็บข้อมูลแบบวัตถุ (Object Storage) ที่มีความทนทานและปรับขนาดได้ง่าย
  • AWS Lambda: บริการประมวลผลแบบ Serverless ที่ช่วยให้ผู้ใช้รันโค้ดได้โดยไม่ต้องจัดการเซิร์ฟเวอร์ โดยจะทำงานเมื่อถูกกระตุ้นด้วยเหตุการณ์ (Event) ที่กำหนดไว้

ผู้ใช้สามารถบริหารจัดการบริการเหล่านี้ผ่านทาง AWS Management Console (หน้าเว็บ), SDK ในภาษาต่างๆ เช่น Python, Java และ JavaScript หรือผ่าน REST APIs และ Command Line Interface (CLI)

การบริหารจัดการและรูปแบบการชำระเงิน

AWS ใช้ระบบ Autoscaling ซึ่งช่วยให้ระบบสามารถเพิ่มหรือลดทรัพยากรคอมพิวเตอร์ได้โดยอัตโนมัติตามปริมาณการใช้งานจริง เพื่อลดค่าใช้จ่ายในช่วงที่มีทราฟฟิกน้อยและรักษาประสิทธิภาพในช่วงที่มีการใช้งานสูง

ในด้านความปลอดภัย AWS ใช้รูปแบบ ความรับผิดชอบร่วมกัน (Shared Responsibility Model) โดย Amazon จะดูแลความปลอดภัยในระดับโครงสร้างพื้นฐาน (เช่น ความปลอดภัยทางกายภาพของศูนย์ข้อมูล) ในขณะที่ผู้ใช้บริการต้องดูแลความปลอดภัยในส่วนของการจัดการบัญชี การอัปเดตแพตช์ซอฟต์แวร์ และการตั้งค่าความปลอดภัยภายในระบบของตนเอง

ประวัติและการก่อตั้ง

ภาพประกอบประวัติ AWS
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ Amazon สู่การเป็นผู้ให้บริการคลาวด์

จุดเริ่มต้นของ AWS เกิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 2000 เมื่อ Amazon พยายามปรับปรุงโครงสร้างทางวิศวกรรมให้เป็นแบบ Service-Oriented Architecture (SOA) เพื่อเพิ่มความสามารถในการขยายตัว (Scalability) และลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน (Undifferentiated Heavy Lifting) เพื่อให้ทีมวิศวกรสามารถมุ่งเน้นไปที่การสร้างนวัตกรรมสำหรับลูกค้าได้มากขึ้น

ในเดือนกรกฎาคม 2002 Amazon ได้เปิดตัว Amazon.com Web Services เพื่อเปิดโอกาสให้เหล่านักพัฒนาสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มของ Amazon ได้ และต่อมาได้พัฒนาเข้าสู่บริการคลาวด์คอมพิวติ้งเต็มรูปแบบในเดือนมีนาคม 2006

สถานะในตลาดและบทบาทในภาครัฐ

จากข้อมูลในไตรมาสที่ 1 ปี 2023 โดย Synergy Research Group พบว่า AWS มีส่วนแบ่งการตลาดโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์อยู่ที่ 31% ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งสำคัญอย่าง Microsoft Azure (25%) และ Google Cloud (11%)

นอกจากนี้ AWS ยังเป็นผู้ให้บริการคลาวด์รายแรกที่สร้างโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะสำหรับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance) โดยเปิดตัว AWS GovCloud ในปี 2011 และขยายความสามารถในการรองรับข้อมูลลับระดับสูงสุด (Top Secret) ในปี 2014

คำถามที่พบบ่อย

AWS คืออะไร?

AWS หรือ Amazon Web Services คือแพลตฟอร์มคลาวด์คอมพิวติ้งจาก Amazon ที่ให้บริการทรัพยากรทางไอที เช่น เซิร์ฟเวอร์, พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และฐานข้อมูล ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยคิดค่าบริการตามการใช้งานจริง

รูปแบบการชำระเงินของ AWS เป็นอย่างไร?

AWS ใช้รูปแบบ Pay-as-you-go ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้จะจ่ายเงินเฉพาะส่วนที่ใช้งานจริงเท่านั้น ช่วยลดต้นทุนในการลงทุนซื้อฮาร์ดแวร์ล่วงหน้า

EC2 และ S3 แตกต่างกันอย่างไร?

EC2 (Elastic Compute Cloud) คือบริการเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือนเพื่อประมวลผล ส่วน S3 (Simple Storage Service) คือบริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบวัตถุสำหรับเก็บไฟล์ต่างๆ

ใครต้องรับผิดชอบด้านความปลอดภัยใน AWS?

AWS ใช้โมเดลความรับผิดชอบร่วมกัน โดย AWS ดูแลความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน (Cloud) และผู้ใช้ดูแลความปลอดภัยของข้อมูลและการตั้งค่าภายในระบบ (In the Cloud)