เกมเวนิส (Jeux vénitiens) ผลงานดนตรีแนวอะเลอาตอริกของลูโตสวัฟสกี
สรุปใจความสำคัญ
- ประพันธ์ขึ้นในปี ค.ศ. 1961 โดย Witold Lutosławski คีตกวีชาวโปแลนด์
- ใช้เทคนิค Aleatory (การสุ่ม) ในการกำหนดรายละเอียดการสอดประสานของเสียงในขณะแสดง
- มีโครงสร้างแบ่งเป็นท่อนสร้อย (Refrain) และท่อนคั่น (Interlude) โดยใช้เครื่องกระทบเป็นสัญญาณเริ่มต้น
- โดดเด่นด้วยการใช้คอร์ดสิบสองเสียงแบบสมมาตร (Symmetrical twelve-tone chords)
Jeux vénitiens (ภาษาฝรั่งเศสแปลว่า "เกมเวนิส") เป็นผลงานการประพันธ์เพลงในปี ค.ศ. 1961 โดย Witold Lutosławski คีตกวีชาวโปแลนด์ ผลงานชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นภายใต้การว่าจ้างของวง Krakow Philharmonic โดยมีการแสดงรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 24 เมษายน ค.ศ. 1961 ณ เมืองเวนิส และมีการแสดงอีกครั้งในเทศกาล Warsaw Autumn ในปีเดียวกัน

ลักษณะทางดนตรีและเทคนิคการประพันธ์
Jeux vénitiens ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดของ John Cage โดยมีความโดดเด่นในการใช้เทคนิค Aleatory หรือดนตรีที่ใช้การสุ่มในขอบเขตที่จำกัด ลูโตสวัฟสกีเป็นผู้กำหนดรูปแบบโดยรวมและขอบเขตของเสียงประสาน (Harmonic boundaries) แต่ปล่อยให้รายละเอียดของการสอดประสาน (Contrapuntal) และรายละเอียดทางฮาร์โมนิกในขณะแสดงขึ้นอยู่กับโอกาสหรือการสุ่ม ซึ่งก่อให้ให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Aleatoric counterpoint ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของมวลเสียง (Sound mass)
โครงสร้างของบทเพลง
ในท่อนแรกของบทเพลงประกอบด้วยเหตุการณ์ทางดนตรี 8 ส่วนที่ระบุด้วยตัวอักษร A ถึง H โดยแบ่งหน้าที่ดังนี้:
- ส่วนที่เป็นท่อนสร้อย (Refrain): ได้แก่ ส่วน A, C, E และ G ซึ่งจะเริ่มต้นด้วยสัญญาณจากเครื่องกระทบ 4 ชิ้น ประกอบด้วยแนวทำนองที่รวดเร็วและไม่มีจังหวะที่แน่นอน (Un-metered lines) โดยเครื่องลมไม้ โดยในแต่ละท่อนสร้อยจะมีการเพิ่มเครื่องดนตรีเข้ามาดังนี้:
- ส่วน C: เครื่องลมไม้ และทิมปานี 3 ใบ
- ส่วน E: เครื่องลมไม้, ทิมปานี 3 ใบ และเครื่องลมทองเหลือง 3 ชิ้น
- ส่วน G: เครื่องลมไม้, ทิมปานี 3 ใบ, เครื่องลมทองเหลือง 3 ชิ้น และเปียโน
- ส่วนที่เป็นท่อนคั่น (Interlude): ได้แก่ ส่วน B, D, F และ H ซึ่งทำหน้าที่สร้างความแตกต่าง โดยจะเริ่มต้นด้วยสัญญาณจากเครื่องกระทบเช่นกัน แต่ประกอบด้วยกลุ่มเสียง (String clusters) จากเครื่องสายที่มีลักษณะนิ่งและเบา
การใช้คอร์ดสิบสองเสียง (Twelve-tone chord)
เอกลักษณ์สำคัญอีกประการหนึ่งของลูโตสวัฟสกีคือการใช้คอร์ดสิบสองเสียงที่มีความสมมาตรและใช้ช่วงคู่เสียง (Intervals) ในจำนวนจำกัด ตัวอย่างเช่น ในส่วน A เสียงของเครื่องลมไม้ประกอบด้วยโน้ต 12 ตัว (แบ่งเป็นเฮกซะคอร์ดสมมาตรสองชุด) ซึ่งสร้างโครงสร้างช่วงคู่เสียงจากล่างขึ้นบนเป็น 2-3-2-2-2 / 5 / 2-2-2-3-2 (หน่วยเป็นเซมิโทน) การใช้เทคนิคนี้ทำให้ผู้ฟังได้ยินเป็นคอร์ดที่มีการจัดวางระยะห่างอย่างสมมาตร แทนที่จะเป็นกลุ่มเสียงที่อัดแน่น (Tone cluster) ซึ่งทำให้มวลเสียงที่เกิดขึ้นไม่ครอบคลุมทุกย่านความถี่ของโครมาติกทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อย
Jeux vénitiens คืออะไร?
เป็นผลงานดนตรีคลาสสิกสมัยใหม่ปี 1961 ของ Witold Lutosławski ที่ใช้เทคนิคการสุ่ม (Aleatory) ในการสร้างมวลเสียง
เทคนิค Aleatory ในเพลงนี้ทำงานอย่างไร?
ผู้ประพันธ์จะกำหนดโครงสร้างหลักและขอบเขตของเสียงประสานไว้ แต่ปล่อยให้การบรรเลงรายละเอียดการสอดประสานของเครื่องดนตรีในขณะนั้นเกิดขึ้นโดยการสุ่มหรือการตัดสินใจของผู้เล่น
โครงสร้างของเพลง Jeux vénitiens เป็นอย่างไร?
แบ่งเป็น 8 ส่วน (A-H) โดยส่วน A, C, E, G เป็นท่อนสร้อยที่เพิ่มจำนวนเครื่องดนตรีและระยะเวลาขึ้นเรื่อยๆ ส่วน B, D, F, H เป็นท่อนคั่นที่ใช้เสียงเครื่องสายแบบนิ่งและเบา
