กลุ่มอาการพหุต่อมไร้ท่อ autoimmune type 1 (APS-1) สาเหตุและอาการ
สรุปใจความสำคัญ
- APS-1 เป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน AIRE บนโครโมโซมคู่ที่ 21
- อาการหลัก 3 อย่างที่พบบ่อยคือ การติดเชื้อราแคนดิดาเรื้อรัง, ภาวะพร่องฮอร์โมนพาราไธรอยด์ และโรคแอดดิสัน
- โรคนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบยีนด้อย (Autosomal Recessive)
- การรักษาเน้นการทดแทนฮอร์โมนและการจัดการอาการตามรายบุคคล
กลุ่มอาการพหุต่อมไร้ท่อ autoimmune type 1 (Autoimmune Polyendocrine Syndrome type 1 หรือ APS-1) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Whitaker syndrome เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของต่อมไร้ท่อหลายแห่งเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโจมตีต่อมไร้ท่อเหล่านั้นเอง

อาการและสัญญาณเตือน
APS-1 มักจะแสดงอาการรุนแรงและปรากฏให้เห็นตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิต โดยปกติจะเริ่มมีอาการในช่วงอายุประมาณ 3.5 ปี อาการที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่:
- ภาวะเชื้อราแคนดิดาที่ผิวหนังและเยื่อบุ (Chronic mucocutaneous candidiasis): การติดเชื้อราที่ผิวหนัง เล็บ และเยื่อบุช่องปากหรืออวัยวะเพศอย่างเรื้อรัง
- ภาวะพร่องฮอร์โมนพาราไธรอยด์ (Hypoparathyroidism): ส่งผลให้ระดับแคลเซียมในเลือดต่ำ
- โรคแอดดิสัน (Addison's disease): ความผิดปกติของต่อมหมวกไต ซึ่งทำให้ร่างกายขาดฮอร์โมนคอร์ติซอลและอัลโดสเตอโรน
- โรคผิวหนังและเล็บผิดปกติ (Ectodermal dystrophy): ความผิดปกติของผิวหนัง เคลือบฟัน และเล็บ
นอกจากนี้ APS-1 อาจทำให้เกิดอาการอื่นๆ ได้แก่:
- ตับอักเสบจากภูมิคุ้มกัน (Autoimmune hepatitis)
- ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศ (Hypogonadism)
- โรคด่างขาว (Vitiligo)
- ผมร่วง (Alopecia)
- การดูดซึมสารอาหารผิดปกติ (Malabsorption)
- ภาวะโลหิตจางชนิด Pernicious anemia
- ต้อกระจก (Cataract)
- ภาวะสมองน้อยผิดปกติ (Cerebellar ataxia)
สาเหตุของโรค
APS-1 เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน AIRE (autoimmune regulator) ซึ่งตั้งอยู่บนโครโมโซมคู่ที่ 21 (ตำแหน่ง 21q22.3) ยีน AIRE มีหน้าที่สร้างโปรตีนที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันสามารถแยกแยะระหว่างเซลล์ของร่างกายตนเองและสิ่งแปลกปลอมได้ (Immune tolerance)
โรคนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบ autosomal recessive (ยีนด้อย) ซึ่งหมายความว่าผู้ป่วยต้องได้รับยีนที่ผิดปกติจากทั้งพ่อและแม่
การกลายพันธุ์ของยีน AIRE มีความแตกต่างกันไปตามภูมิภาคทางภูมิศาสตร์ เช่น ในซาร์ดิเนียพบบ่อยในรูปแบบ R139X และในฟินแลนด์พบบ่อยในรูปแบบ R257 ในขณะที่ในนอร์เวย์ อังกฤษ และอเมริกาเหนือ มักพบการขาดหายไปของเบส 13 คู่ในยีน AIRE
กลไกการเกิดโรค
APS-1 เกิดจากปัญหาเรื่องความอดทนของระบบภูมิคุ้มกัน (Immune tolerance) ทำให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีโจมตีอวัยวะต่อมไร้ท่อและเนื้อเยื่อต่างๆ โดยอาจมีการตอบสนองที่ผิดปกติกับอินเทอร์เฟอรอนโอเมก้า (Interferon omega) และอินเทอร์เฟอรอนอัลฟา (Interferon alpha) รวมถึงอินเทอร์ลูคิน 22 (Interleukin 22)
ความผิดปกตินี้ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะต่อมไร้ท่อ เช่น ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง (Hypercalcaemia) และภาวะแคลเซียมเกาะที่ไต (Nephrocalcinosis) เนื่องจากการขาดแคลซิโทนินจากต่อมไทรอยด์ รวมถึงปัญหาที่ต่อมใต้สมอง เช่น การขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth hormone deficiency)
การวินิจฉัย

การวินิจฉัย APS-1 อาศัยการทดสอบหลายอย่างร่วมกัน ได้แก่:
- การส่องกล้อง (Endoscopy)
- การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan)
- การตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ (Biopsy) และการตรวจทางพยาธิวิทยา
- การตรวจคัดกรองแอนติบอดีต่อต้านต่อมไร้ท่อในซีรั่ม (Serum endocrine autoantibody screening)
การรักษา
การรักษา APS-1 จะเน้นไปที่การรักษาตามอาการที่ผู้ป่วยแต่ละรายแสดงออกมา ซึ่งประกอบด้วย:
- การบำบัดด้วยฮอร์โมน (Hormone therapy): เพื่อทดแทนฮอร์โมนที่ขาดหายไปจากต่อมไร้ท่อที่ถูกทำลาย
- การรักษาด้วยยาต้านเชื้อราแบบเป็นระบบ (Systemic antifungal treatments): เพื่อจัดการกับการติดเชื้อราแคนดิดา
- การใช้ยากดภูมิคุ้มกัน (Immunosuppression): เพื่อลดการโจมตีของระบบภูมิคุ้มกันต่อร่างกายตนเอง
ในปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยยา ruxolitinib ซึ่งเป็นตัวยับยั้ง JAK-STAT ที่อาจช่วยปรับสมดุลของอินเทอร์เฟอรอนแกมมา (Interferon-gamma) เพื่อใช้ในการรักษา APS-1
ประวัติของโรค
APS-1 อาจเป็นที่รู้จักในชื่ออื่นๆ เช่น autoimmunity endocrinopathy candidiasis ectodermal dystrophy / dysplasia (APECED) หรือ กลุ่มอาการแคนดิดา-ภาวะพร่องพาราไธรอยด์-โรคแอดดิสัน
คำถามที่พบบ่อย
APS-1 คืออะไร?
คือกลุ่มอาการพหุต่อมไร้ท่อที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันโจมตีต่อมไร้ท่อหลายแห่งในร่างกาย ทำให้เกิดความผิดปกติของฮอร์โมนหลายชนิด
ยีน AIRE มีหน้าที่อะไรในร่างกาย?
ยีน AIRE มีหน้าที่สร้างโปรตีนที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันสามารถแยกแยะระหว่างเซลล์ของร่างกายตนเองและไม่เป็นอันตราย และไม่โจมตีเนื้อเยื่อของร่างกายตนเอง
อาการเริ่มแรกของ APS-1 มักจะเป็นอย่างไร?
answer: อาการมักจะเริ่มปรากฏในช่วงอายุประมาณ 3.5 ปี โดยพบบ่อยที่สุดคือการติดเชื้อราแคนดิดาที่ผิวหนังและเยื่อบุอย่างเรื้อรัง
