บ้านแบบหลังชนหลังในสหราชอาณาจักร
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นบ้านแถวที่ใช้ผนังร่วมกัน 2-3 ด้าน ทำให้ไม่มีหน้าต่างหรือประตูทางออกด้านหลัง
- สร้างขึ้นเพื่อรองรับแรงงานในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในอังกฤษ โดยเน้นลดต้นทุนและเพิ่มความหนาแน่นของประชากร
- มีปัญหาด้านสุขอนามัยรุนแรงเนื่องจากต้องใช้ห้องน้ำและแหล่งน้ำร่วมกันในลานกลางบ้าน
- ถูกสั่งห้ามสร้างโดยพระราชบัญญัติสาธารณสุข ค.ศ. 1875 แต่บางพื้นที่ยังคงสร้างต่อจนถึงปี 1930
บ้านแบบหลังชนหลัง (Back-to-back houses) เป็นรูปแบบหนึ่งของบ้านแถว (Terraced houses) ที่แพร่หลายในสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะในพื้นที่ทางตอนเหนือของอังกฤษและบางส่วนของมิดแลนด์ส ซึ่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 จนถึงต้นศตวรรษที่ 20 เพื่อรองรับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเมืองโรงงานช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม
ลักษณะทางสถาปัตยกรรม
บ้านประเภทนี้มีลักษณะเด่นคือการใช้ผนังร่วมกับบ้านหลังอื่นในสองหรือสามด้านจากทั้งหมดสี่ด้าน โดยมีเพียงผนังด้านหน้าเท่านั้นที่มีประตูและหน้าต่าง ทำให้บ้านไม่มีทางออกด้านหลังและไม่มีพื้นที่สวนหลังบ้าน

เนื่องจากถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นที่พักอาศัยราคาถูกที่สุดสำหรับชนชั้นแรงงานที่ยากจน คุณภาพการก่อสร้างจึงมักต่ำกว่ามาตรฐาน พื้นที่ภายในมีขนาดเล็ก โดยบ้านรุ่นแรกๆ มีเพียงห้องเดียวในแต่ละชั้น ส่วนรุ่นต่อมาพัฒนาเป็นแบบ "two-up two-down" (สองห้องบน สองห้องล่าง) การที่บ้านมีผนังด้านนอกเพียงด้านเดียวทำให้การระบายอากาศและการรับแสงสว่างเป็นไปได้ยาก และในบางกรณีมีการก่อสร้างทับบนท่อระบายน้ำเปิดที่ปิดด้วยแผ่นไม้เท่านั้น
ประวัติศาสตร์และการแพร่หลาย
ในเมืองลีดส์ (Leeds) ประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปี 1800 ทำให้เกิดวิกฤตที่พักอาศัย บ้านแบบหลังชนหลังกลุ่มแรกถูกสร้างขึ้นในปี 1790 บริเวณ Briggate โดยผู้ประกอบการที่ต้องการลดต้นทุนการก่อสร้าง เนื่องจากไม่จำเป็นต้องสร้างถนนหรือระบบระบายน้ำด้านหลัง ทำให้สามารถเพิ่มความหนาแน่นของประชากรได้สูงถึง 300 คนต่อเอเคอร์ (ประมาณ 60-75 หลังต่อเอเคอร์)

รูปแบบบ้านนี้กลายเป็นมาตรฐานในเมืองอุตสาหกรรมหลัก เช่น เบอร์มิงแฮม, แบรดฟอร์ด, ลีดส์, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์, แซลฟอร์ด และนอตทิงแฮม โดยในนอตทิงแฮมพบว่าบ้านกว่า 68% ของบ้านทั้งหมด 11,000 หลังถูกสร้างในรูปแบบหลังชนหลัง
ปัญหาด้านสุขอนามัยและกฎหมาย
บ้านแบบหลังชนหลังมีชื่อเสียงในด้านสุขอนามัยที่ย่ำแย่ เนื่องจากไม่มีพื้นที่สำหรับห้องน้ำส่วนตัว ห้องน้ำและแหล่งน้ำจึงต้องใช้ร่วมกันในลานกลางบ้าน (Communal courtyard) ซึ่งนำไปสู่การแพร่ระบาดของโรคอย่างรวดเร็ว แม้ว่าผู้สนับสนุนการออกแบบจะอ้างว่าบ้านประเภทนี้รักษาความอบอุ่นได้ดีกว่าเพราะมีผนังด้านนอกเพียงด้านเดียว แต่ปัญหาเรื่องความสกปรกและการระบายอากาศที่เลวร้ายทำให้บ้านเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 รัฐบาลเริ่มตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงมีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติสาธารณสุข ค.ศ. 1875 (Public Health Act 1875) ซึ่งอนุญาตให้สภาเทศบาลสั่งห้ามการสร้างบ้านแบบหลังชนหลังหลังใหม่ อย่างไรก็ตาม บางเมือง เช่น ลีดส์ ยังคงมีการก่อสร้างบ้านประเภทนี้ต่อไปจนถึงทศวรรษที่ 1930 เนื่องจากความต้องการของทั้งผู้สร้างและผู้อยู่อาศัย
สถานะในปัจจุบัน
บ้านแบบหลังชนหลังส่วนใหญ่ถูกรื้อถอนในช่วงการกวาดล้างสลัม (Slum clearances) แต่ยังคงมีหลงเหลืออยู่ในลีดส์และแบรดฟอร์ด นอกจากนี้ เมืองเบอร์มิงแฮมและลิเวอร์พูลได้อนุรักษ์บ้านแบบนี้ไว้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ โดย Birmingham Back to Backs ได้รับการดูแลโดย National Trust เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์บ้านประวัติศาสตร์ รวมถึงมีตัวอย่างที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ของลิเวอร์พูลและพิพิธภัณฑ์อุตสาหกรรมแบรดฟอร์ด
คำถามที่พบบ่อย
บ้านแบบหลังชนหลังแตกต่างจากบ้านแถวทั่วไปอย่างไร?
บ้านแถวทั่วไป (Through terraced houses) มักจะมีทางเข้าออกและสวนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แต่บ้านแบบหลังชนหลังจะใช้ผนังด้านหลังร่วมกับบ้านอีกหลังหนึ่ง ทำให้ไม่มีทางออกด้านหลังและไม่มีการระบายอากาศจากด้านหลังบ้าน
ทำไมบ้านแบบหลังชนหลังถึงถูกมองว่าไม่ถูกสุขลักษณะ?
เพราะไม่มีพื้นที่สำหรับห้องน้ำส่วนตัวและไม่มีการระบายอากาศที่เพียงพอ ผู้อยู่อาศัยต้องใช้ห้องน้ำและแหล่งน้ำร่วมกันในลานกลางบ้าน ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและนำไปสู่การแพร่ระบาดของโรคได้ง่าย
ปัจจุบันยังสามารถพบเห็นบ้านแบบหลังชนหลังได้ที่ไหนบ้าง?
ส่วนใหญ่ถูกรื้อถอนไปแล้ว แต่ยังคงมีหลงเหลืออยู่ในเมืองลีดส์และแบรดฟอร์ด นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ในเมืองเบอร์มิงแฮมและลิเวอร์พูลที่อนุรักษ์บ้านประเภทนี้ไว้เพื่อการศึกษาทางประวัติศาสตร์